บริษัท ธีระมงคล อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.47
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3575 out_tok=2224 at=2026-07-26T09:22:42 -->
# TMI พลิกกำไรโตกว่า 5,300% ในปี 2565 รับอานิสงส์งานราชการ-เศรษฐกิจฟื้นตัว
## รายได้-กำไรพุ่งแรง หลังโควิดคลี่คลาย ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยหลักจากงานภาครัฐและการกลับสู่ภาวะปกติ
บริษัท ธีระมงคล อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ TMI รายงานผลประกอบการปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 30.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 5,364.70% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่ทำได้เพียง 0.55 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากรายได้จากการขายที่เติบโตขึ้น 17.04% ท่ามกลางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย และการได้รับงานจากหน่วยงานราชการที่เพิ่มขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TMI ในปี 2565 คือ **การฟื้นตัวของรายได้จากการขายที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 17.04%** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการพลิกกลับมามีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ถึง 30.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 5,364.70% จากปีก่อนที่เกือบจะเท่าทุน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้นนั้นเป็นผลมาจาก **การกลับเข้าสู่ภาวะปกติหลังสถานการณ์โควิด-19 ที่คลี่คลายลง** ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาดำเนินการได้มากขึ้น ประกอบกับ **การได้รับงานจากหน่วยงานราชการเพิ่มมากขึ้น** ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนการเติบโตของรายได้ นอกจากนี้ ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นตามสัดส่วนรายได้ (เพิ่มขึ้น 14.45%) และค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย (เพิ่มขึ้น 2.40%) ยังคงอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารกลับลดลง 1.03% เนื่องจากหนี้สงสัยจะสูญและหนี้สูญลดลง ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลให้ภาพรวมกำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** แม้ว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและงานจากภาครัฐจะเป็นปัจจัยบวก แต่เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแนวโน้มของงานในอนาคต หรือการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบในระยะยาว รวมถึงการแข่งขันในตลาด ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลต่อความต่อเนื่องของผลประกอบการในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2565 พุ่ง 5,364.70%** แตะ 30.21 ล้านบาท จาก 0.55 ล้านบาทในปี 2564
* **รายได้จากการขายรวมปี 2565 เติบโต 17.04%** อยู่ที่ 566.78 ล้านบาท จาก 484.27 ล้านบาท
* **ปัจจัยหนุนหลัก:** การฟื้นตัวหลังโควิด-19 และการได้รับงานจากหน่วยงานราชการเพิ่มขึ้น
* **ต้นทุนขายเพิ่มตามรายได้:** เพิ่มขึ้น 14.45% เป็น 379.47 ล้านบาท
* **ค่าใช้จ่ายบริหารลดลง:** ลดลง 1.03% เป็น 75.84 ล้านบาท จากหนี้สงสัยจะสูญและหนี้สูญที่ลดลง
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น:** เพิ่มขึ้น 25.63% เป็น 14.40 ล้านบาท จากดอกเบี้ยจ่ายหุ้นกู้
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2565 บริษัท ธีระมงคล อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ TMI มีผลการดำเนินงานที่โดดเด่น โดยมีรายได้จากการขายรวม 566.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 82.51 ล้านบาท หรือ 17.04% เมื่อเทียบกับปี 2564 ที่ทำได้ 484.27 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นของรายได้นี้สะท้อนถึงการกลับเข้าสู่ภาวะปกติหลังสถานการณ์โควิด-19 และการได้รับงานจากหน่วยงานราชการที่เพิ่มขึ้น
ในด้านต้นทุนขายมีการปรับตัวเพิ่มขึ้น 14.45% เป็น 379.47 ล้านบาท สอดคล้องกับการเติบโตของรายได้ ในขณะที่ต้นทุนในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 2.40% เป็น 71.60 ล้านบาท ส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารกลับลดลง 1.03% เป็น 75.84 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการลดลงของหนี้สงสัยจะสูญและหนี้สูญ อย่างไรก็ตาม ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 25.63% เป็น 14.40 ล้านบาท อันเนื่องมาจากดอกเบี้ยจ่ายหุ้นกู้ที่สูงขึ้น
ผลจากการบริหารจัดการดังกล่าว ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ในปี 2565 เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 29.65 ล้านบาท หรือ 5,364.70% มาอยู่ที่ 30.21 ล้านบาท จากเดิมที่ทำได้เพียง 0.55 ล้านบาทในปี 2564
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** การกลับเข้าสู่ภาวะปกติหลังโควิด-19 คาดว่าจะช่วยกระตุ้นอุปสงค์ในภาคอุตสาหกรรมโดยรวม
* **งานภาครัฐ:** การได้รับงานจากหน่วยงานราชการที่เพิ่มขึ้นเป็นสัญญาณที่ดี แสดงถึงความสามารถในการแข่งขันและโอกาสในการขยายฐานลูกค้า
* **การบริหารต้นทุน:** การลดลงของค่าใช้จ่ายในการบริหาร โดยเฉพาะหนี้สงสัยจะสูญและหนี้สูญ บ่งชี้ถึงการบริหารจัดการหนี้สินที่มีประสิทธิภาพ
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนทางการเงิน:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินจากดอกเบี้ยจ่ายหุ้นกู้ อาจเป็นแรงกดดันต่อผลกำไรในอนาคต หากอัตราดอกเบี้ยยังคงอยู่ในระดับสูง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้จะไม่ได้ระบุในเอกสาร แต่โดยทั่วไปธุรกิจสินค้าอุตสาหกรรมมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อ GPM หากไม่สามารถผลักภาระต้นทุนไปยังผู้บริโภคได้
* **การแข่งขันในตลาด:** ธุรกิจสินค้าอุตสาหกรรมมักมีการแข่งขันสูง ซึ่งอาจส่งผลต่อส่วนแบ่งการตลาดและอัตรากำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการได้รับงานจากภาครัฐ:** ติดตามว่า TMI จะสามารถรักษาโมเมนตัมการได้รับงานจากหน่วยงานราชการได้ต่อเนื่องหรือไม่
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** จับตาดูว่าบริษัทจะมีกลยุทธ์ในการรับมือกับความผันผวนของราคาวัตถุดิบอย่างไร
* **อัตราดอกเบี้ย:** ผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นต่อต้นทุนทางการเงินและต้นทุนการดำเนินงาน
* **การเติบโตของรายได้ในอนาคต:** ประเมินทิศทางรายได้ในไตรมาสถัดไป ว่าจะยังคงเติบโตได้ต่อเนื่องหรือไม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
แม้เอกสารจะไม่ได้ลงรายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับ utilization rate, order book หรือราคาขายเฉลี่ย (ASP) โดยตรง แต่การที่รายได้จากการขายรวมเพิ่มขึ้น 17.04% บ่งชี้ถึงแนวโน้มเชิงบวกในด้านปริมาณการขาย หรือการได้รับคำสั่งซื้อที่มากขึ้น ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการที่โรงงานกลับมาดำเนินการเต็มที่มากขึ้น (utilization) หรือการมี backlog ที่เพียงพอ อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายที่ 14.45% ซึ่งใกล้เคียงกับการเติบโตของรายได้ แสดงให้เห็นว่าอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อาจไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ หรืออาจมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยหากต้นทุนวัตถุดิบไม่ได้ปรับตัวสูงขึ้นตามสัดส่วนรายได้มากนัก
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทในปี 2565 โดยตรง มีเพียงการกล่าวถึงต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการจ่ายดอกเบี้ยหุ้นกู้ ซึ่งบ่งชี้ว่าบริษัทอาจมีการกู้ยืมผ่านตราสารหนี้
## สรุปท้าย
TMI โชว์ผลประกอบการปี 2565 พลิกฟื้นอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิเติบโตกว่า 5,300% จากการที่รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 17.04% เป็นผลจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลังโควิด-19 และการได้รับงานจากภาครัฐมากขึ้น แม้ต้นทุนขายจะปรับเพิ่มขึ้นตามรายได้ แต่การบริหารค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลงช่วยหนุนกำไรให้เติบโตได้อย่างโดดเด่น อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มการได้รับงานในอนาคต การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ และผลกระทบจากต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น เพื่อประเมินความต่อเนื่องของผลประกอบการในปีต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TMI ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
121.44
ล้านบาท
↓ 15.9% YoY
กำไรขั้นต้น
44.52
ล้านบาท
↑ 2.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
36.66
%
กำไรสุทธิ
2.34
ล้านบาท
↓ 15.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.93
%
D/E Ratio
1.90
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
121
↓ -15.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
45
↑ + 2.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2
↓ -15.7%
YoY
D/E Ratio
1.90
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TMI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.90
ROE (%)
9.56
ROA (%)
6.68
Book Value/หุ้น
0.39
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TMI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-36
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+5
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TMI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-36.26
+21.23%
|
-29.91
-62.54%
|
-79.84
-390.64%
|
27.47
-161.62%
|
-44.58
-209.64%
|
40.66
-23.69%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
4.60
-54.05%
|
10.01
-69.70%
|
33.04
-70.08%
|
110.41
+12,590.80%
|
0.87
-103.24%
|
-26.89
-39.44%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-6.17
-105.53%
|
111.65
+112.71%
|
52.49
-139.37%
|
-133.31
-848.51%
|
17.81
-254.60%
|
-11.52
+105.71%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-37.82
-141.23%
|
91.74
+1,512.30%
|
5.69
+24.78%
|
4.56
-117.61%
|
-25.89
-1,250.67%
|
2.25
-31.40%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
7.15
-87.97%
|
59.45
+424.71%
|
11.33
-5.03%
|
11.93
+15.83%
|
10.30
+27.95%
|
8.05
+68.76%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
20.92
+192.59%
|
7.15
-87.97%
|
59.45
+424.71%
|
11.33
-5.03%
|
11.93
+15.83%
|
10.30
+27.95%
|