บริษัท ธีระมงคล อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.47
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4038 out_tok=2039 at=2026-07-26T09:48:18 -->
# TMI กำไร Q1/65 พุ่ง 585% รับรายได้ไฟฟ้า-สินค้าใหม่หนุน
## รายได้รวมโต 31% จากโรงไฟฟ้าใหม่-สินค้าประหยัดพลังงาน ขณะต้นทุนพุ่งตามราคาวัตถุดิบ
บริษัท ธีระมงคล อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ TMI รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 8.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 585.50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 1.21 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขายรวม 143.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.17% จากปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการเริ่มดำเนินการโรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพแห่งใหม่และการเพิ่มรายการสินค้าใหม่
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรของ TMI ในไตรมาส 1 ปี 2565 เติบโตอย่างก้าวกระโดด มาจาก **การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายไฟฟ้าที่สูงถึง 89.28%** ซึ่งเป็นผลมาจากการเริ่มดำเนินการโรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพแห่งใหม่ที่อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ประกอบกับการเติบโตของรายได้จากการขายและบริการที่เพิ่มขึ้น 28.71% จากการเพิ่มสินค้าใหม่ เช่น สินค้าประหยัดพลังงาน และโคมไฟฆ่าเชื้อ UV-C แม้ว่าต้นทุนขายรวมจะปรับเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนรายได้และราคาวัตถุดิบ แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้โดยเฉพาะจากธุรกิจไฟฟ้าที่มีมาร์จิ้นดีกว่า ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายไฟฟ้ามาจาก **การเดินเครื่องโรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพแห่งใหม่** ซึ่งเป็นการขยายกำลังการผลิตและสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) ที่มั่นคงให้กับบริษัทฯ การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายและบริการมาจาก **การขยายไลน์สินค้าใหม่** ที่ตอบสนองความต้องการของตลาด เช่น สินค้าประหยัดพลังงานและโคมไฟฆ่าเชื้อ UV-C ซึ่งช่วยกระจายแหล่งรายได้และเพิ่มยอดขายโดยรวม แม้ว่าต้นทุนขายรวมจะเพิ่มขึ้น 35.25% โดยเฉพาะต้นทุนขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น 94.48% และต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้น 30.82% ซึ่งเป็นผลมาจาก **ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่เป็นวัตถุดิบหลักปรับตัวสูงขึ้น** แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้โดยรวมมีสัดส่วนที่มากกว่า ทำให้ภาพรวมกำไรสุทธิเติบโตได้ดี
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของรายได้จากการขายไฟฟ้า เนื่องจากโรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพแห่งใหม่ได้เริ่มดำเนินการแล้ว และคาดว่าจะสร้างรายได้ที่สม่ำเสมอในระยะยาว ส่วนรายได้จากการขายและบริการจากการเพิ่มสินค้าใหม่นั้น ขึ้นอยู่กับความสามารถในการแข่งขันและการตอบรับของตลาด ซึ่งฝ่ายจัดการได้แสดงความตั้งใจที่จะเพิ่มรายการสินค้าใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาและบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่** ในไตรมาส 1 ปี 2565 อยู่ที่ 8.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 585.50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
* **รายได้จากการขายรวม** เท่ากับ 143.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.17% YoY
* **รายได้จากการขายไฟฟ้า** ปรับเพิ่มขึ้น 89.28% YoY จากการเริ่มดำเนินการโรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพแห่งใหม่
* **รายได้จากการขายและบริการ** เพิ่มขึ้น 28.71% YoY จากการเพิ่มสินค้าใหม่ เช่น สินค้าประหยัดพลังงาน และโคมไฟฆ่าเชื้อ UV-C
* **ต้นทุนขายรวม** เพิ่มขึ้น 35.25% YoY ตามการเพิ่มขึ้นของรายได้และราคาวัตถุดิบ
* **ต้นทุนทางการเงิน** เพิ่มขึ้น 74.15% YoY จากดอกเบี้ยจ่ายหุ้นกู้
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัท ธีระมงคล อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ TMI มีผลประกอบการที่เติบโตอย่างโดดเด่น โดยมีรายได้จากการขายรวม 143.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.17% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 109.44 ล้านบาท การเติบโตนี้ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่พุ่งสูงถึง 8.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 585.50% จาก 1.21 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การขยายธุรกิจโรงไฟฟ้า:** การเริ่มดำเนินการโรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพแห่งใหม่ที่อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร จะเป็นแหล่งรายได้ประจำที่มั่นคงและมีศักยภาพในการเติบโตในอนาคต
* **การเพิ่มสินค้าใหม่:** การนำเสนอสินค้าประหยัดพลังงานและโคมไฟฆ่าเชื้อ UV-C เป็นการตอบสนองความต้องการของตลาดและเพิ่มโอกาสในการขยายฐานลูกค้าและยอดขาย
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** หากสามารถบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นได้
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** การที่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นตามราคาวัตถุดิบเป็นความเสี่ยงที่อาจกระทบต่ออัตรากำไร หากไม่สามารถผลักภาระต้นทุนไปยังผู้บริโภคได้ทั้งหมด
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของดอกเบี้ยจ่ายหุ้นกู้ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น ซึ่งอาจกระทบต่อกำไรสุทธิ
* **การแข่งขันในตลาด:** ตลาดสินค้าอุตสาหกรรมมีการแข่งขันสูง การรักษาความสามารถในการแข่งขันและการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างเป็นสิ่งสำคัญ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มรายได้จากธุรกิจไฟฟ้าและการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตไฟฟ้า
* การตอบรับของตลาดต่อสินค้าใหม่ และแผนการขยายไลน์สินค้าในอนาคต
* การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น และผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* ทิศทางของต้นทุนทางการเงิน โดยเฉพาะดอกเบี้ยจ่ายหุ้นกู้
* การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร เพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Utilization Rate ของโรงงานโดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายไฟฟ้าและบริการบ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น
* **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่การเติบโตของรายได้จากการขายและบริการจากการเพิ่มสินค้าใหม่ อาจสะท้อนถึงคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น
* **ราคาวัตถุดิบ:** ฝ่ายจัดการระบุชัดเจนว่าราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่เป็นวัตถุดิบหลักหลายรายการได้ปรับราคาขึ้นในปี 2565 ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนขายรวมเพิ่มขึ้น
* **GPM:** เอกสารไม่ได้ระบุ Gross Profit Margin (GPM) โดยตรง แต่การที่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกับรายได้ (รายได้เพิ่ม 31.17%, ต้นทุนขายเพิ่ม 35.25%) อาจบ่งชี้ว่า GPM มีแนวโน้มทรงตัวหรือลดลงเล็กน้อย
* **ส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุสัดส่วนรายได้จากการส่งออก
* **ค่าเงิน:** เอกสารไม่ได้กล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **สินค้าคงคลัง:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลสินค้าคงคลัง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดในงวดนี้
## สรุปท้าย
TMI โชว์ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 585.50% จากการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพแห่งใหม่และการขยายไลน์สินค้าใหม่ แม้ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นจะเป็นปัจจัยกดดัน แต่การเติบโตของรายได้โดยเฉพาะจากธุรกิจไฟฟ้าที่มั่นคง ทำให้บริษัทฯ มีโอกาสเติบโตต่อเนื่องในอนาคต อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาการบริหารจัดการต้นทุนและผลกระทบจากต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TMI ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
121.44
ล้านบาท
↓ 15.9% YoY
กำไรขั้นต้น
44.52
ล้านบาท
↑ 2.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
36.66
%
กำไรสุทธิ
2.34
ล้านบาท
↓ 15.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.93
%
D/E Ratio
1.90
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
121
↓ -15.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
45
↑ + 2.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2
↓ -15.7%
YoY
D/E Ratio
1.90
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TMI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.90
ROE (%)
9.56
ROA (%)
6.68
Book Value/หุ้น
0.39
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TMI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-36
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+5
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TMI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-36.26
+21.23%
|
-29.91
-62.54%
|
-79.84
-390.64%
|
27.47
-161.62%
|
-44.58
-209.64%
|
40.66
-23.69%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
4.60
-54.05%
|
10.01
-69.70%
|
33.04
-70.08%
|
110.41
+12,590.80%
|
0.87
-103.24%
|
-26.89
-39.44%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-6.17
-105.53%
|
111.65
+112.71%
|
52.49
-139.37%
|
-133.31
-848.51%
|
17.81
-254.60%
|
-11.52
+105.71%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-37.82
-141.23%
|
91.74
+1,512.30%
|
5.69
+24.78%
|
4.56
-117.61%
|
-25.89
-1,250.67%
|
2.25
-31.40%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
7.15
-87.97%
|
59.45
+424.71%
|
11.33
-5.03%
|
11.93
+15.83%
|
10.30
+27.95%
|
8.05
+68.76%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
20.92
+192.59%
|
7.15
-87.97%
|
59.45
+424.71%
|
11.33
-5.03%
|
11.93
+15.83%
|
10.30
+27.95%
|