บริษัท ธีระมงคล อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.47
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4068 out_tok=2370 at=2026-07-26T09:52:07 -->
# TMI พลิกขาดทุน Q3/64 รับรายได้ทรงตัว แต่ต้นทุนพุ่งกดดันมาร์จิ้น
## รายได้ทรงตัวแต่ต้นทุนวัตถุดิบพุ่งแรง ฉุดกำไร TMI หายใน Q3/64
บริษัท ธีระมงคลอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ TMI รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 พลิกขาดทุนสุทธิ 3.16 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 6.30 ล้านบาท แม้รายได้จากการขายรวมจะทรงตัวใกล้เคียงเดิมที่ 122.39 ล้านบาท แต่ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากราคาวัตถุดิบหลักที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิของบริษัทอย่างชัดเจน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ TMI ในไตรมาส 3 ปี 2564 พลิกจากกำไรเป็นขาดทุน คือ **ต้นทุนวัตถุดิบหลักที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** โดยเฉพาะทองแดงและเหล็ก ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น 8.95% ขณะที่รายได้จากการขายรวมทรงตัวใกล้เคียงเดิม ทำให้ความสามารถในการทำกำไรขั้นต้นลดลงอย่างมาก
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า สถานการณ์ COVID-19 ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของห้าง Modern Trade บางสาขาในช่วงเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม ทำให้รายได้จากการขายรวมทรงตัวใกล้เคียงเดิมที่ 122.39 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นเพียง 0.01% YoY) แม้จะมีการรับจ้างผลิตสินค้าเพื่อส่งออกและสินค้าใหม่ที่ได้รับการตอบรับที่ดีขึ้นก็ตาม
ในขณะเดียวกัน ต้นทุนขายรวมปรับเพิ่มขึ้น 8.95% เป็น 86.98 ล้านบาท (จาก 79.83 ล้านบาทในปีก่อน) สาเหตุหลักมาจากราคาวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก โดยราคาทองแดงปรับขึ้นประมาณ 45% จาก 250-270 บาท/กก. ใน Q3/63 เป็น 370-385 บาท/กก. ใน Q3/64 และราคาเหล็กปรับขึ้นกว่า 100% จาก 21-23 บาท/กก. เป็น 46-49 บาท/กก. ในช่วงเดียวกัน การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบนี้ส่งผลให้ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นเร็วกว่ารายได้ ทำให้กำไรขั้นต้นลดลง
นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 12.23% เป็น 19.64 ล้านบาท จากการปรับเงินเดือนพนักงาน ค่าที่ปรึกษา และค่าใช้จ่ายในการเริ่มดำเนินการโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ รวมถึงต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 54.63% เป็น 3.25 ล้านบาท จากดอกเบี้ยจ่ายหุ้นกู้ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 3.16 ล้านบาทในไตรมาสนี้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** จากเอกสารที่ระบุ การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในไตรมาสนี้ อย่างไรก็ตาม เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับแนวโน้มราคาวัตถุดิบในอนาคต หรือกลยุทธ์การบริหารจัดการต้นทุนของบริษัทในระยะต่อไป รวมถึงไม่ได้ระบุถึงปริมาณการผลิต (utilization) หรือสถานะของ Order Book ที่ชัดเจน ทำให้ยากที่จะประเมินว่าต้นทุนที่สูงขึ้นนี้จะเป็นลักษณะครั้งคราวหรือจะส่งผลกระทบต่อเนื่องในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **พลิกขาดทุนสุทธิ:** TMI รายงานผลขาดทุนสุทธิ 3.16 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2564 เทียบกับกำไร 6.30 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้ทรงตัว:** รายได้จากการขายรวมอยู่ที่ 122.39 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียง 0.01% YoY โดยได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ในบางสาขา Modern Trade แต่ชดเชยด้วยการรับจ้างผลิตเพื่อส่งออกและสินค้าใหม่
* **ต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง:** ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 8.95% YoY เป็น 86.98 ล้านบาท จากราคาทองแดงและเหล็กที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **ค่าใช้จ่ายบริหารและดอกเบี้ยเพิ่ม:** ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 12.23% จากการปรับเงินเดือนและค่าใช้จ่ายโรงไฟฟ้าใหม่ ขณะที่ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 54.63% จากดอกเบี้ยหุ้นกู้
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัท ธีระมงคลอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ TMI มีรายได้จากการขายรวม 122.39 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเพียง 0.01% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 122.38 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายรวมปรับเพิ่มขึ้น 8.95% เป็น 86.98 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง เมื่อรวมกับค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 12.23% และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 54.63% ทำให้บริษัทพลิกขาดทุนสุทธิ 3.16 ล้านบาท จากที่เคยมีกำไรสุทธิ 6.30 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2563
## โอกาส
* **การรับจ้างผลิตเพื่อส่งออก:** ฝ่ายจัดการระบุว่าการรับจ้างผลิตสินค้าเพื่อส่งไปต่างประเทศที่เพิ่มมากขึ้น ช่วยรักษาระดับรายได้ให้ใกล้เคียงเดิมได้
* **สินค้าใหม่และโปรโมชั่น:** การตอบรับที่ดีขึ้นจากสินค้าใหม่และโปรโมชั่นที่ใช้ในไตรมาส 3 ช่วยหนุนรายได้จากการขาย
* **การเริ่มดำเนินการโรงไฟฟ้าใหม่:** แม้จะบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารในปัจจุบัน แต่การเริ่มดำเนินการโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ถือเป็นโอกาสในการสร้างรายได้และผลกำไรในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** การปรับขึ้นของราคาวัตถุดิบหลัก เช่น ทองแดงและเหล็ก เป็นความเสี่ยงสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไร
* **ผลกระทบจาก COVID-19:** สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ยังคงส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของลูกค้าบางกลุ่ม เช่น ห้าง Modern Trade
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของดอกเบี้ยจ่ายหุ้นกู้ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น ซึ่งกดดันผลกำไรสุทธิ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบ:** การเปลี่ยนแปลงของราคาทองแดงและเหล็กในตลาดโลกและผลกระทบต่อต้นทุนของบริษัท
* **กลยุทธ์การบริหารต้นทุน:** มาตรการของบริษัทในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น เช่น การปรับขึ้นราคาขาย หรือการหาแหล่งวัตถุดิบทางเลือก
* **การฟื้นตัวของยอดขายในประเทศ:** การกลับมาดำเนินการเต็มรูปแบบของห้าง Modern Trade และการตอบรับต่อสินค้าใหม่
* **ความคืบหน้าของโรงไฟฟ้าแห่งใหม่:** การเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์และผลกระทบต่อรายได้และกำไรในอนาคต
* **สถานการณ์การส่งออก:** การเติบโตของคำสั่งซื้อจากการรับจ้างผลิตเพื่อส่งออก
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **รายได้จากการขาย:** ทรงตัวใกล้เคียงเดิมที่ 122.39 ล้านบาท YoY โดยได้รับผลกระทบจากการปิดสาขา Modern Trade บางส่วนในช่วงต้นไตรมาส แต่ได้รับการชดเชยจากการรับจ้างผลิตเพื่อส่งออกที่เพิ่มขึ้น และการตอบรับที่ดีจากสินค้าใหม่และโปรโมชั่น
* **ต้นทุนขาย:** เพิ่มขึ้น 8.95% YoY เป็น 86.98 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการปรับขึ้นของราคาวัตถุดิบหลัก ได้แก่ ทองแดง (เพิ่มขึ้นประมาณ 45%) และเหล็ก (เพิ่มขึ้นกว่า 100%) เมื่อเทียบกับปีก่อน
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายที่สูงกว่ารายได้
* **ต้นทุนในการจัดจำหน่าย:** ลดลง 4.80% YoY เป็น 16.31 ล้านบาท เนื่องจากค่าคอมมิชชั่นลดลง
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** เพิ่มขึ้น 12.23% YoY เป็น 19.64 ล้านบาท จากการปรับเงินเดือนพนักงาน ค่าที่ปรึกษา และค่าใช้จ่ายในการเริ่มดำเนินการโรงไฟฟ้าแห่งใหม่
* **ต้นทุนทางการเงิน:** เพิ่มขึ้น 54.63% YoY เป็น 3.25 ล้านบาท เนื่องจากดอกเบี้ยจ่ายหุ้นกู้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทในไตรมาส 3 ปี 2564)
## สรุปท้าย
TMI เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมากในไตรมาส 3 ปี 2564 ทำให้ผลประกอบการพลิกขาดทุนสุทธิ แม้รายได้จะทรงตัวใกล้เคียงเดิมจากการรับจ้างผลิตเพื่อส่งออกและสินค้าใหม่ที่ได้รับการตอบรับที่ดี การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหารและต้นทุนทางการเงินยิ่งซ้ำเติมผลกำไร ความเสี่ยงหลักอยู่ที่ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและการบริหารจัดการต้นทุน ซึ่งนักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาวัตถุดิบและกลยุทธ์ของบริษัทในการรับมือกับสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิด รวมถึงความคืบหน้าของโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ที่เป็นโอกาสในการเติบโตในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TMI ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
121.44
ล้านบาท
↓ 15.9% YoY
กำไรขั้นต้น
44.52
ล้านบาท
↑ 2.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
36.66
%
กำไรสุทธิ
2.34
ล้านบาท
↓ 15.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.93
%
D/E Ratio
1.90
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
121
↓ -15.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
45
↑ + 2.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2
↓ -15.7%
YoY
D/E Ratio
1.90
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TMI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.90
ROE (%)
9.56
ROA (%)
6.68
Book Value/หุ้น
0.39
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TMI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-36
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+5
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TMI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-36.26
+21.23%
|
-29.91
-62.54%
|
-79.84
-390.64%
|
27.47
-161.62%
|
-44.58
-209.64%
|
40.66
-23.69%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
4.60
-54.05%
|
10.01
-69.70%
|
33.04
-70.08%
|
110.41
+12,590.80%
|
0.87
-103.24%
|
-26.89
-39.44%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-6.17
-105.53%
|
111.65
+112.71%
|
52.49
-139.37%
|
-133.31
-848.51%
|
17.81
-254.60%
|
-11.52
+105.71%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-37.82
-141.23%
|
91.74
+1,512.30%
|
5.69
+24.78%
|
4.56
-117.61%
|
-25.89
-1,250.67%
|
2.25
-31.40%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
7.15
-87.97%
|
59.45
+424.71%
|
11.33
-5.03%
|
11.93
+15.83%
|
10.30
+27.95%
|
8.05
+68.76%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
20.92
+192.59%
|
7.15
-87.97%
|
59.45
+424.71%
|
11.33
-5.03%
|
11.93
+15.83%
|
10.30
+27.95%
|