บริษัท ธีระมงคล อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.47
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3561 out_tok=1949 at=2026-07-27T13:27:17 -->
# TMI กำไรสุทธิ Q2/64 ดิ่ง 93% รับต้นทุนพุ่ง-ค่าใช้จ่ายบาน
## รายได้รวมโต 3.5% แต่ต้นทุนวัตถุดิบ-ค่าขนส่ง-ค่าคอมมิชชั่นพุ่ง กดดันกำไรสุทธิวูบ
บริษัท ธีระมงคล อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ TMI รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 0.35 ล้านบาท ลดลงถึง 93.23% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 5.10 ล้านบาท แม้รายได้จากการขายรวมจะปรับเพิ่มขึ้น 3.54% เป็น 116.55 ล้านบาท แต่ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงขึ้น เป็นปัจจัยหลักกดดันผลกำไร
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
หัวใจกำไรของ TMI ในไตรมาส 2 ปี 2564 คือ **ต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** ซึ่งบั่นทอนผลกำไร แม้รายได้จากการขายจะยังเติบโตได้เล็กน้อย
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ TMI ลดลงอย่างรุนแรงถึง 93.23% มาจาก **ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น 5.34%** เป็น 78.02 ล้านบาท และ **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นรวม 11.10%** เป็น 36.69 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงจาก 5.10 ล้านบาท เหลือเพียง 0.35 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่าต้นทุนขายที่สูงขึ้นเกิดจาก **การปรับเพิ่มขึ้นของราคาวัตถุดิบ ค่าขนส่ง และค่าระวางสินค้า** ตามราคาตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับการ **อ่อนค่าลงของเงินบาท** ทำให้ต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบแพงขึ้น นอกจากนี้ **ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 16.12%** เนื่องจากค่าคอมมิชชั่นที่สูงขึ้น และ **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 4.98%** จากค่าที่ปรึกษาทางธุรกิจที่เพิ่มขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร **ยังไม่ชัดเจนว่าปัจจัยเหล่านี้จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่** โดยเฉพาะการปรับขึ้นของราคาวัตถุดิบและค่าขนส่งที่อ้างอิงกับราคาตลาดโลกและค่าเงินบาท ซึ่งมีความผันผวนสูง ฝ่ายจัดการไม่ได้ให้แนวโน้มที่ชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางของต้นทุนเหล่านี้ในไตรมาสถัดไป จึงจัดอยู่ในกลุ่ม **ยังไม่ชัด ต้องติดตาม**
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 93.23% YoY:** จาก 5.10 ล้านบาท ใน Q2/63 เหลือ 0.35 ล้านบาท ใน Q2/64
* **รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 3.54% YoY:** เป็น 116.55 ล้านบาท จากการรับจ้างผลิตสินค้ามากขึ้น
* **ต้นทุนขายพุ่ง 5.34% YoY:** เป็น 78.02 ล้านบาท จากราคาวัตถุดิบ ค่าขนส่ง และค่าระวางสินค้าที่สูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายเพิ่ม 16.12% และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่ม 4.98%
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัท ธีระมงคล อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) (TMI) มีรายได้จากการขายรวม 116.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.54% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน (112.56 ล้านบาท) โดยการเพิ่มขึ้นของยอดขายมาจากการรับจ้างผลิตสินค้าที่มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 5.34% เป็น 78.02 ล้านบาท จากราคาวัตถุดิบ ค่าขนส่ง และค่าระวางสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับการอ่อนค่าของเงินบาท ส่งผลให้ต้นทุนขายสูงขึ้น นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 16.12% และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 4.98% จากค่าคอมมิชชั่นและค่าที่ปรึกษาทางธุรกิจที่สูงขึ้น ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 93.23% จาก 5.10 ล้านบาท ในปีก่อน เหลือเพียง 0.35 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเพิ่มขึ้นของยอดขายจากการรับจ้างผลิต:** แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการขยายฐานลูกค้าหรือเพิ่มปริมาณการผลิตตามคำสั่งซื้อที่ได้รับ
* **การเติบโตของรายได้จากการขาย:** แม้จะเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุน แต่การที่รายได้ยังสามารถเติบโตได้ แสดงถึงความต้องการสินค้าของบริษัทในตลาด
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและค่าขนส่ง:** การพึ่งพาวัตถุดิบจากตลาดโลกและต้นทุนค่าขนส่งที่สูงขึ้น เป็นความเสี่ยงที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไร
* **การอ่อนค่าของเงินบาท:** ส่งผลให้ต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบสูงขึ้น และเพิ่มแรงกดดันต่อต้นทุนขาย
* **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** ทั้งค่าคอมมิชชั่นและค่าที่ปรึกษาทางธุรกิจที่เพิ่มขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว หากไม่สามารถควบคุมได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบและค่าขนส่งในตลาดโลก:** จะส่งผลต่อต้นทุนขายในไตรมาสถัดไป
* **ทิศทางค่าเงินบาท:** การแข็งค่าหรืออ่อนค่าของเงินบาทจะกระทบต่อต้นทุนนำเข้า
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** ความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายเหล่านี้จะส่งผลต่ออัตรากำไรสุทธิ
* **ปริมาณคำสั่งซื้อใหม่:** เพื่อประเมินการเติบโตของรายได้ในอนาคต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Utilization Rate ของโรงงานโดยตรง แต่การที่รายได้จากการขายเพิ่มขึ้นจากการรับจ้างผลิตสินค้ามากขึ้น บ่งชี้ว่าโรงงานอาจมีการเดินเครื่องจักรในระดับที่สูงขึ้น หรือมีการรับงานที่ให้ผลตอบแทนดีขึ้น
* **Order Book:** ไม่มีการระบุข้อมูล Order Book ในเอกสาร
* **ราคาวัตถุดิบ:** มีการระบุชัดเจนว่าราคาวัตถุดิบปรับสูงขึ้นตามราคาตลาดโลก ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อ GPM
* **GPM (Gross Profit Margin):** แม้จะไม่มีการระบุ GPM เป็นตัวเลขโดยตรง แต่การที่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่ารายได้จากการขาย บ่งชี้ว่า GPM มีแนวโน้มลดลง
* **ส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุสัดส่วนการขายในประเทศและต่างประเทศ หรือผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนต่อรายได้จากการส่งออกโดยตรง
* **ค่าเงิน:** มีการระบุว่าการอ่อนค่าของเงินบาททำให้ต้นทุนขายสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยลบ
* **สินค้าคงคลัง:** ไม่มีการระบุข้อมูลสินค้าคงคลังในเอกสาร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทฯ
## สรุปท้าย
TMI ในไตรมาส 2 ปี 2564 เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่พุ่งสูงขึ้น ทั้งจากราคาวัตถุดิบ ค่าขนส่ง และค่าคอมมิชชั่น แม้รายได้จากการขายจะยังเติบโตได้เล็กน้อยจากการรับจ้างผลิตที่เพิ่มขึ้น แต่ก็ไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาวัตถุดิบ ค่าขนส่ง และค่าเงินบาท รวมถึงความสามารถในการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายของบริษัทฯ เพื่อประเมินผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TMI ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
121.44
ล้านบาท
↓ 15.9% YoY
กำไรขั้นต้น
44.52
ล้านบาท
↑ 2.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
36.66
%
กำไรสุทธิ
2.34
ล้านบาท
↓ 15.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.93
%
D/E Ratio
1.90
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
121
↓ -15.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
45
↑ + 2.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2
↓ -15.7%
YoY
D/E Ratio
1.90
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TMI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.90
ROE (%)
9.56
ROA (%)
6.68
Book Value/หุ้น
0.39
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TMI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-36
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+5
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TMI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-36.26
+21.23%
|
-29.91
-62.54%
|
-79.84
-390.64%
|
27.47
-161.62%
|
-44.58
-209.64%
|
40.66
-23.69%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
4.60
-54.05%
|
10.01
-69.70%
|
33.04
-70.08%
|
110.41
+12,590.80%
|
0.87
-103.24%
|
-26.89
-39.44%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-6.17
-105.53%
|
111.65
+112.71%
|
52.49
-139.37%
|
-133.31
-848.51%
|
17.81
-254.60%
|
-11.52
+105.71%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-37.82
-141.23%
|
91.74
+1,512.30%
|
5.69
+24.78%
|
4.56
-117.61%
|
-25.89
-1,250.67%
|
2.25
-31.40%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
7.15
-87.97%
|
59.45
+424.71%
|
11.33
-5.03%
|
11.93
+15.83%
|
10.30
+27.95%
|
8.05
+68.76%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
20.92
+192.59%
|
7.15
-87.97%
|
59.45
+424.71%
|
11.33
-5.03%
|
11.93
+15.83%
|
10.30
+27.95%
|