บริษัท ธีระมงคล อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.47
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3965 out_tok=2265 at=2026-07-26T09:06:57 -->
# TMI พลิกขาดทุน Q3/65 สู่กำไร 9.21 ล้านบาท รับรายได้ฟื้น-งานราชการหนุน
## รายได้จากการขายโต 18% หลังโควิดคลี่คลาย-รับอานิสงส์งานภาครัฐ ขณะที่ต้นทุนการขายและค่าคอมมิชชั่นปรับตัวสูงขึ้น
บริษัท ธีระมงคลอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ TMI รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 9.21 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 2.19 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโตกว่า 519.55% โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น 18.13% แตะระดับ 144.59 ล้านบาท หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายและได้รับงานจากหน่วยงานราชการเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและต้นทุนการจัดจำหน่ายปรับตัวสูงขึ้นตามรายได้และค่าคอมมิชชั่นที่เพิ่มขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ TMI พลิกจากขาดทุนในไตรมาส 3 ปี 2564 มามีกำไร 9.21 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การฟื้นตัวของรายได้จากการขายที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายบางส่วนที่ลดลง** โดยรายได้จากการขายรวมเพิ่มขึ้น 18.13% YoY ขณะที่กำไรสุทธิส่วนที่บริษัทใหญ่รับรู้เพิ่มขึ้นถึง 519.55%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของรายได้จากการขายมาจาก 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่
1. **การกลับเข้าสู่ภาวะปกติหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย:** ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจและการดำเนินงานของลูกค้ากลับมาเป็นปกติ ส่งผลให้คำสั่งซื้อและการส่งมอบสินค้าเพิ่มขึ้น
2. **การได้รับงานจากหน่วยงานราชการเพิ่มขึ้น:** เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยเสริมการเติบโตของรายได้ให้แข็งแกร่งขึ้น
ในด้านต้นทุนขายรวมเพิ่มขึ้น 8.60% ตามสัดส่วนรายได้ที่เติบโตขึ้น ซึ่งเป็นไปตามกลไกปกติของธุรกิจ ในขณะที่ต้นทุนในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 9.09% เนื่องจากค่าคอมมิชชั่นที่สูงขึ้นตามยอดขายที่เพิ่มขึ้น
ปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนการกลับมามีกำไรคือ **ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลง 3.93%** เนื่องจากหนี้สงสัยจะสูญลดลง ซึ่งช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของบริษัท
นอกจากนี้ **รายได้อื่นที่เพิ่มขึ้น 103.18%** จากกำไรจากสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า และ **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 6.89%** จากดอกเบี้ยจ่ายหุ้นกู้ เป็นปัจจัยรองที่ส่งผลต่อกำไรสุทธิ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** แม้ว่าการฟื้นตัวของรายได้จากการได้รับงานภาครัฐและการคลี่คลายของสถานการณ์โควิด-19 จะเป็นปัจจัยบวกในระยะสั้น แต่ความต่อเนื่องของปัจจัยเหล่านี้ยังต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีคำสั่งซื้อใหม่ๆ จากภาครัฐเข้ามาอย่างสม่ำเสมอ หรือหากเศรษฐกิจโดยรวมยังคงมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพลิกบวก 9.21 ล้านบาท:** เทียบกับขาดทุน 2.19 ล้านบาทใน Q3/64 คิดเป็นการเติบโต 519.55%
* **รายได้จากการขายรวมเพิ่ม 18.13%:** แตะ 144.59 ล้านบาท เทียบกับ 122.39 ล้านบาทใน Q3/64
* **ปัจจัยหนุนรายได้:** การกลับสู่ภาวะปกติหลังโควิด-19 และการได้รับงานจากหน่วยงานราชการเพิ่มขึ้น
* **ต้นทุนเพิ่มตามรายได้:** ต้นทุนขายเพิ่ม 8.60% และต้นทุนจัดจำหน่ายเพิ่ม 9.09%
* **ค่าใช้จ่ายบริหารลดลง:** ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 3.93% จากหนี้สงสัยจะสูญที่ลดลง
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัท ธีระมงคลอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายรวม 144.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 122.39 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นของรายได้นี้เป็นผลมาจากการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย และการได้รับงานเพิ่มจากหน่วยงานราชการ
ต้นทุนขายรวมอยู่ที่ 94.46 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.60% สอดคล้องกับการเติบโตของรายได้ ต้นทุนในการจัดจำหน่ายอยู่ที่ 17.80 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.09% เนื่องจากค่าคอมมิชชั่นที่สูงขึ้นตามยอดขาย
ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 3.93% มาอยู่ที่ 18.87 ล้านบาท เนื่องจากหนี้สงสัยจะสูญลดลง รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 103.18% เป็น 0.66 ล้านบาท จากกำไรจากสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า ขณะที่ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 6.89% เป็น 3.47 ล้านบาท จากดอกเบี้ยจ่ายหุ้นกู้
ผลลัพธ์โดยรวมทำให้บริษัทมีกำไรส่วนที่บริษัทใหญ่รับรู้ 9.21 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 2.19 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การได้รับงานภาครัฐอย่างต่อเนื่อง:** หากบริษัทสามารถรักษาและขยายฐานลูกค้าในกลุ่มหน่วยงานราชการได้ จะเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ที่มั่นคง
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** การกลับสู่ภาวะปกติของเศรษฐกิจโดยรวม จะส่งผลดีต่อคำสั่งซื้อสินค้าอุตสาหกรรม
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การควบคุมต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการบริหารอย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยเพิ่มอัตรากำไรในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้จะไม่ได้ระบุในเอกสาร แต่เป็นความเสี่ยงทั่วไปของอุตสาหกรรมสินค้าอุตสาหกรรม
* **การแข่งขันในตลาด:** การแข่งขันที่สูงอาจกดดันราคาขายและอัตรากำไร
* **ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ:** ปัจจัยภายนอก เช่น เงินเฟ้อ หรือภาวะเศรษฐกิจถดถอย อาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการได้รับงานจากหน่วยงานราชการ:** จะมีคำสั่งซื้อใหม่ๆ เข้ามาอย่างต่อเนื่องหรือไม่
* **การบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าคอมมิชชั่น:** จะสามารถควบคุมให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับรายได้ที่เติบโตได้หรือไม่
* **ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะมีกำไรจาก FX ในไตรมาสนี้ แต่ความผันผวนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
* **การบริหารจัดการหนี้สงสัยจะสูญ:** การลดลงของหนี้สงสัยจะสูญเป็นปัจจัยบวก แต่ต้องติดตามว่าแนวโน้มนี้จะยั่งยืนหรือไม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **รายได้จากการขาย:** การเติบโต 18.13% YoY เป็นสัญญาณที่ดี บ่งชี้ถึงการฟื้นตัวของอุปสงค์ในภาคอุตสาหกรรมและภาคการก่อสร้างที่เกี่ยวข้องกับภาครัฐ
* **ต้นทุนขาย:** การเพิ่มขึ้น 8.60% สอดคล้องกับรายได้ แสดงถึงการบริหารต้นทุนที่ค่อนข้างคงที่เมื่อเทียบกับยอดขาย
* **ต้นทุนจัดจำหน่าย:** การเพิ่มขึ้น 9.09% ส่วนหนึ่งมาจากค่าคอมมิชชั่นที่เพิ่มขึ้นตามยอดขาย ซึ่งเป็นเรื่องปกติ แต่ก็เป็นส่วนที่ต้องจับตาว่าสัดส่วนจะเพิ่มขึ้นจนกระทบกำไรหรือไม่
* **ค่าใช้จ่ายบริหาร:** การลดลง 3.93% เป็นผลดีอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการลดลงของหนี้สงสัยจะสูญ แสดงถึงการบริหารจัดการลูกหนี้ที่ดีขึ้น
* **รายได้อื่น:** กำไรจากสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า 0.66 ล้านบาท ช่วยเสริมผลประกอบการ แต่เป็นรายการที่อาจไม่แน่นอนในระยะยาว
* **ต้นทุนทางการเงิน:** การเพิ่มขึ้น 6.89% จากดอกเบี้ยจ่ายหุ้นกู้ เป็นภาระที่ต้องบริหารจัดการ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัท
## สรุปท้าย
TMI สามารถพลิกฟื้นผลประกอบการในไตรมาส 3 ปี 2565 กลับมามีกำไรสุทธิ 9.21 ล้านบาท จากการเติบโตของรายได้จากการขาย 18.13% ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการคลี่คลายของสถานการณ์โควิด-19 และการได้รับงานจากหน่วยงานราชการเพิ่มขึ้น ประกอบกับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลง อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและต้นทุนจัดจำหน่ายที่ปรับตัวสูงขึ้นตามรายได้และค่าคอมมิชชั่น รวมถึงต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น เป็นปัจจัยที่ต้องจับตา ความต่อเนื่องของผลประกอบการในอนาคตขึ้นอยู่กับแนวโน้มการได้รับงานภาครัฐและภาวะเศรษฐกิจโดยรวม
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TMI ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
121.44
ล้านบาท
↓ 15.9% YoY
กำไรขั้นต้น
44.52
ล้านบาท
↑ 2.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
36.66
%
กำไรสุทธิ
2.34
ล้านบาท
↓ 15.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.93
%
D/E Ratio
1.90
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
121
↓ -15.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
45
↑ + 2.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2
↓ -15.7%
YoY
D/E Ratio
1.90
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TMI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.90
ROE (%)
9.56
ROA (%)
6.68
Book Value/หุ้น
0.39
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TMI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-36
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+5
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TMI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-36.26
+21.23%
|
-29.91
-62.54%
|
-79.84
-390.64%
|
27.47
-161.62%
|
-44.58
-209.64%
|
40.66
-23.69%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
4.60
-54.05%
|
10.01
-69.70%
|
33.04
-70.08%
|
110.41
+12,590.80%
|
0.87
-103.24%
|
-26.89
-39.44%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-6.17
-105.53%
|
111.65
+112.71%
|
52.49
-139.37%
|
-133.31
-848.51%
|
17.81
-254.60%
|
-11.52
+105.71%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-37.82
-141.23%
|
91.74
+1,512.30%
|
5.69
+24.78%
|
4.56
-117.61%
|
-25.89
-1,250.67%
|
2.25
-31.40%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
7.15
-87.97%
|
59.45
+424.71%
|
11.33
-5.03%
|
11.93
+15.83%
|
10.30
+27.95%
|
8.05
+68.76%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
20.92
+192.59%
|
7.15
-87.97%
|
59.45
+424.71%
|
11.33
-5.03%
|
11.93
+15.83%
|
10.30
+27.95%
|