บริษัท ธีระมงคล อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.47
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3602 out_tok=2198 at=2026-07-26T09:32:35 -->
# TMI กำไรสุทธิหด 96% ในปี 2564 รับต้นทุนพุ่ง-ค่าใช้จ่ายเพิ่ม แม้รายได้เติบโต
## รายได้รวมปี 64 โต 8% แต่ต้นทุนสินค้า-ค่าขนส่งพุ่ง ฉุดกำไรสุทธิวูบหนัก
บริษัท ธีระมงคล อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ TMI รายงานผลประกอบการปี 2564 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่เพียง 0.55 ล้านบาท ลดลงถึง 96.16% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แม้รายได้จากการขายรวมจะเติบโต 8.13% เป็น 484.27 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากต้นทุนขายที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น ซึ่งฝ่ายจัดการได้ชี้แจงรายละเอียดของสาเหตุที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในครั้งนี้
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ TMI ในปี 2564 ลดลงอย่างมากถึง 96.16% มาจาก **ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** ประกอบกับการ **เพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน** แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโตได้ 8.13% ก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นในปี 2564 มาจากหลายปัจจัย ได้แก่:
* **การปรับราคาสูงขึ้นของค่าขนส่ง:** ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบและจัดส่งสินค้า
* **ต้นทุนสินค้า (วัตถุดิบ):** ราคาชิ้นส่วนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์, เหล็กลวดทองแดง และอลูมิเนียม ปรับตัวสูงขึ้น
* **ผลกระทบจากการอ่อนค่าของเงินบาท:** ทำให้ต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบมีราคาสูงขึ้นเมื่อแปลงเป็นเงินบาท
นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานก็ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน โดย:
* **ต้นทุนในการจัดจำหน่าย:** เพิ่มขึ้น 7.64% จากค่าคอมมิชชั่นที่สูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** เพิ่มขึ้น 9.06% จากการปรับเงินเดือนพนักงาน, ค่าที่ปรึกษาทางธุรกิจ และค่าใช้จ่ายในการเริ่มดำเนินการโรงงานไฟฟ้าแห่งใหม่
* **ต้นทุนทางการเงิน:** เพิ่มขึ้น 30.83% จากดอกเบี้ยจ่ายหุ้นกู้
การเพิ่มขึ้นของต้นทุนและค่าใช้จ่ายเหล่านี้ ส่งผลให้ความสามารถในการทำกำไรลดลงอย่างมาก แม้ว่ารายได้จากการขายจะเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มสินค้าหลายรายการและการตอบรับที่ดีจากลูกค้าในกลุ่มสินค้าใหม่ก็ตาม
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร **ยังไม่ชัดเจนว่าปัจจัยด้านต้นทุนจะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่** โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปรับราคาสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น เหล็ก ทองแดง และอลูมิเนียม รวมถึงค่าขนส่ง ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ผันผวนได้สูง ส่วนการอ่อนค่าของเงินบาทก็เป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นจากการเริ่มดำเนินการโรงงานไฟฟ้าแห่งใหม่ อาจส่งผลกระทบต่อเนื่องในระยะสั้นถึงปานกลาง
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2564 ลดลง 96.16%** อยู่ที่ 0.55 ล้านบาท จาก 14.39 ล้านบาทในปี 2563
* **รายได้จากการขายรวมปี 2564 เพิ่มขึ้น 8.13%** อยู่ที่ 484.27 ล้านบาท จาก 447.86 ล้านบาท
* **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 12.81%** เป็น 331.56 ล้านบาท จาก 293.92 ล้านบาท
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 30.83%** เป็น 11.46 ล้านบาท จาก 8.76 ล้านบาท
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 9.06%** เป็น 76.63 ล้านบาท จาก 70.26 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 บริษัท ธีระมงคล อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ TMI มีรายได้จากการขายรวม 484.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.13% เมื่อเทียบกับปี 2563 ที่ 447.86 ล้านบาท การเติบโตของรายได้มาจากความสำเร็จในการเพิ่มสินค้าหลายรายการและการตอบรับที่ดีจากลูกค้าในกลุ่มสินค้าใหม่ อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น 12.81% เป็น 331.56 ล้านบาท จาก 293.92 ล้านบาท ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่าย ค่าใช้จ่ายในการบริหาร และต้นทุนทางการเงิน ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 96.16% จาก 14.39 ล้านบาทในปี 2563 เหลือเพียง 0.55 ล้านบาทในปี 2564
## โอกาส
* **การเพิ่มสินค้าและการตอบรับที่ดีจากลูกค้า:** ฝ่ายจัดการระบุว่าการเพิ่มสินค้าหลายรายการและการได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าในสินค้ากลุ่มใหม่เป็นปัจจัยหนุนรายได้ ซึ่งบ่งชี้ถึงศักยภาพในการขยายตลาดและผลิตภัณฑ์
* **การเริ่มดำเนินการโรงงานไฟฟ้าแห่งใหม่:** แม้จะส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายในระยะสั้น แต่การมีโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ อาจเป็นโอกาสในการสร้างรายได้และลดต้นทุนด้านพลังงานในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและค่าขนส่ง:** การปรับราคาสูงขึ้นของชิ้นส่วนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์, เหล็กลวดทองแดง, อลูมิเนียม และค่าขนส่ง เป็นความเสี่ยงที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิต
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การอ่อนค่าของเงินบาทส่งผลให้ต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบสูงขึ้น
* **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** การมีภาระดอกเบี้ยจ่ายหุ้นกู้ที่สูงขึ้นส่งผลต่อผลกำไรสุทธิ
* **ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น:** การลงทุนในโรงงานไฟฟ้าแห่งใหม่และการปรับขึ้นเงินเดือนพนักงานส่งผลให้ค่าใช้จ่ายโดยรวมสูงขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบหลัก (ทองแดง, อลูมิเนียม, ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์) และค่าขนส่ง
* ทิศทางอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท
* ผลประกอบการของโรงงานไฟฟ้าแห่งใหม่ และการบริหารจัดการต้นทุนที่เกี่ยวข้อง
* ความสามารถในการผลักภาระต้นทุนที่สูงขึ้นไปยังราคาขายสินค้า (ASP)
* การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและภาระหนี้สิน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับอัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate) โดยตรง แต่การที่รายได้เพิ่มขึ้นอาจบ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น หรือการเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต
* **Order Book:** ไม่มีการระบุข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าคำสั่งซื้อในมือ (Order Book)
* **ราคาวัตถุดิบ:** ฝ่ายจัดการระบุชัดเจนว่าราคาวัตถุดิบหลัก เช่น ชิ้นส่วนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์, เหล็กลวดทองแดง และอลูมิเนียม ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยกดดัน GPM
* **GPM (Gross Profit Margin):** แม้จะไม่ได้ระบุตัวเลข GPM โดยตรง แต่การที่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่ารายได้ (ต้นทุนขาย +12.81% เทียบกับรายได้ +8.13%) บ่งชี้ว่า GPM มีแนวโน้มลดลง
* **การส่งออก:** ไม่มีการระบุข้อมูลเกี่ยวกับการส่งออกโดยเฉพาะ
* **ค่าเงินบาท:** ฝ่ายจัดการระบุว่าการอ่อนค่าของเงินบาทส่งผลกระทบต่อต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบ
* **สินค้าคงคลัง:** ไม่มีการระบุข้อมูลเกี่ยวกับระดับสินค้าคงคลัง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาเป็นเพียงคำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการประจำปี 2564 ซึ่งไม่ได้ลงรายละเอียดเกี่ยวกับงบดุล (สินทรัพย์, หนี้สิน, ส่วนของผู้ถือหุ้น) หรืองบกระแสเงินสดโดยตรง จึงไม่สามารถสรุปข้อมูลในส่วนนี้ได้
## สรุปท้าย
ปี 2564 ถือเป็นปีที่ท้าทายสำหรับ TMI แม้จะสามารถเพิ่มรายได้จากการขายได้ แต่แรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบ ค่าขนส่งที่สูงขึ้น และการอ่อนค่าของเงินบาท ได้บั่นทอนความสามารถในการทำกำไรอย่างหนัก ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ การบริหารจัดการต้นทุน การติดตามแนวโน้มราคาวัตถุดิบและอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงการประเมินผลกระทบจากการลงทุนในโรงงานไฟฟ้าแห่งใหม่ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตาเพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TMI ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
121.44
ล้านบาท
↓ 15.9% YoY
กำไรขั้นต้น
44.52
ล้านบาท
↑ 2.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
36.66
%
กำไรสุทธิ
2.34
ล้านบาท
↓ 15.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.93
%
D/E Ratio
1.90
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
121
↓ -15.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
45
↑ + 2.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2
↓ -15.7%
YoY
D/E Ratio
1.90
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TMI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.90
ROE (%)
9.56
ROA (%)
6.68
Book Value/หุ้น
0.39
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TMI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-36
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+5
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TMI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-36.26
+21.23%
|
-29.91
-62.54%
|
-79.84
-390.64%
|
27.47
-161.62%
|
-44.58
-209.64%
|
40.66
-23.69%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
4.60
-54.05%
|
10.01
-69.70%
|
33.04
-70.08%
|
110.41
+12,590.80%
|
0.87
-103.24%
|
-26.89
-39.44%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-6.17
-105.53%
|
111.65
+112.71%
|
52.49
-139.37%
|
-133.31
-848.51%
|
17.81
-254.60%
|
-11.52
+105.71%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-37.82
-141.23%
|
91.74
+1,512.30%
|
5.69
+24.78%
|
4.56
-117.61%
|
-25.89
-1,250.67%
|
2.25
-31.40%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
7.15
-87.97%
|
59.45
+424.71%
|
11.33
-5.03%
|
11.93
+15.83%
|
10.30
+27.95%
|
8.05
+68.76%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
20.92
+192.59%
|
7.15
-87.97%
|
59.45
+424.71%
|
11.33
-5.03%
|
11.93
+15.83%
|
10.30
+27.95%
|