กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ไทยแลนด์ โฮสพีทาลิตี้
SET · กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์
4.78
+0.06 (+1.27%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=15882 out_tok=3023 at=2026-07-26T08:55:01 -->
# TLHPF Q3/2566: รายได้โต 19% จากโรงแรม-อสังหาฯ แต่กำไรสุทธิพลิกขาดทุน
## รายได้รวม 9 เดือนแรกปี 2566 เติบโต 19% แตะ 10,072 ล้านบาท หนุนโดยธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์เพื่อการขาย ขณะที่กำไรสุทธิกลับขาดทุน 167 ล้านบาท
บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ TLHPF รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 และ 9 เดือนแรกปี 2566 โดยภาพรวมรายได้รวมเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ แต่กำไรสุทธิกลับพลิกขาดทุน ซึ่งมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นและการรับรู้รายได้จากโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่แตกต่างกันไปในแต่ละช่วงเวลา
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ TLHPF ในช่วง 9 เดือนแรกปี 2566 คือ **การเติบโตของรายได้รวมที่แข็งแกร่ง 19% แตะ 10,072 ล้านบาท** โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจาก **ธุรกิจโรงแรมที่ฟื้นตัวอย่างโดดเด่น** และ **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการขายที่เติบโตถึง 34%** อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ทำให้ **กำไรสุทธิพลิกขาดทุน 167 ล้านบาท** จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 60 ล้านบาท มาจาก **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** และ **ผลกระทบจากรายการอื่นๆ**
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**รายได้รวมที่เติบโต** มาจากปัจจัยหลัก 2 ประการ:
* **ธุรกิจโรงแรม:** มีผลการดำเนินงานที่เติบโตต่อเนื่อง โดยรายงานรายได้ 7,222 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศไทยและมัลดีฟส์ รวมถึงการปรับกลยุทธ์การตลาดและการรีแบรนด์โรงแรม
* **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการขาย:** เติบโตถึง 34% สู่ 1,902 ล้านบาท โดยหลักมาจากการรับรู้รายได้เต็มสัดส่วนของโครงการดิ เอสสุขุมวิท 36, การโอนกรรมสิทธิ์โครงการศิรนินทร์ เรสซิเดนเซส และการรับรู้รายได้ครั้งแรกของโครงการลาซัวว์ เดอ เอส
ในทางกลับกัน **การพลิกขาดทุนสุทธิ** เกิดจาก:
* **ต้นทุนทางการเงิน:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 940 ล้านบาท เป็น 1,382 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 47%) ซึ่งเป็นผลมาจากอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
* **กำไร (ขาดทุน) ก่อนภาษีเงินได้:** พลิกจากกำไร 22 ล้านบาท เป็นขาดทุน 37 ล้านบาท ซึ่งได้รับผลกระทบจากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น และรายการอื่นๆ เช่น กำไรสุทธิจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ลดลง และส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในแง่รายได้** โดยเฉพาะจากธุรกิจโรงแรมที่คาดว่าจะได้รับอานิสงส์จากการเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวในช่วงปลายปีและต้นปีหน้า รวมถึงการเปิดตัวโครงการบ้านแนวราบใหม่ๆ และการโอนกรรมสิทธิ์ที่เร่งตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม **ความเสี่ยงด้านต้นทุนทางการเงินมีแนวโน้มต่อเนื่อง** เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยยังคงอยู่ในระดับสูง ซึ่งจะกดดันผลกำไรสุทธิในระยะต่อไป หากไม่มีการบริหารจัดการความเสี่ยงทางการเงินที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม 9 เดือนแรกปี 2566 เติบโต 19% เป็น 10,072 ล้านบาท** จาก 8,491 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการขาย เติบโต 34% เป็น 1,902 ล้านบาท** จาก 1,419 ล้านบาท
* **รายได้ธุรกิจโรงแรม เติบโต 18% เป็น 7,222 ล้านบาท** จาก 6,123 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2566 ขาดทุน 167 ล้านบาท** พลิกจากขาดทุน 60 ล้านบาทในปีก่อน
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 47% เป็น 1,382 ล้านบาท** จาก 940 ล้านบาท ใน 9 เดือนแรกปี 2566
* **ยอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) สำหรับโครงการแนวราบ ณ 30 ก.ย. 66 อยู่ที่ 3,831 ล้านบาท** คาดรับรู้รายได้กว่า 60% ในปี 2566
* **โครงการคอนโดมิเนียม ดิ เอ็กซ์ โทร มียอดขายรอรับรู้รายได้ 1,241 ล้านบาท** คาดเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ต้นปี 2567
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับ 9 เดือนแรกปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้รวม 10,072 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 1,902 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34% และรายได้จากการให้เช่าและการให้บริการ 8,169 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% โดยมีแรงหนุนหลักจากธุรกิจโรงแรม
อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 19% เป็น 3,453 ล้านบาท แต่กำไรสุทธิสำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2566 กลับขาดทุน 167 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 60 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงิน 47% เป็น 1,382 ล้านบาท และผลกระทบจากรายการอื่นๆ
ในส่วนของไตรมาส 3 ปี 2566 รายได้รวมอยู่ที่ 3,229 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% จาก 2,701 ล้านบาทในปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิขาดทุน 91 ล้านบาท พลิกจากกำไร 121 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว:** เป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อธุรกิจโรงแรม โดยเฉพาะการคาดการณ์นักท่องเที่ยวระยะไกลที่จะเดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้นในช่วงปลายปีและต้นปีหน้า
* **การเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยใหม่:** การเปิดตัวโครงการบ้านแนวราบระดับ Luxury เช่น S’RIN และ SHWAN รวมถึงการลงทุนในคอนโดมิเนียมระดับกลางถึงบน จะช่วยเพิ่มยอดขายและรายได้ในอนาคต
* **การรับรู้รายได้จาก Backlog:** ยอดขายรอรับรู้รายได้สำหรับโครงการแนวราบ 3,831 ล้านบาท และโครงการคอนโดมิเนียม ดิ เอ็กซ์ โทร 1,241 ล้านบาท จะเป็นปัจจัยหนุนรายได้ในปี 2566-2567
* **การพัฒนาโครงการนิคมอุตสาหกรรม:** คาดการณ์กิจกรรมการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินจะดีขึ้นในปี 2567 หลังการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานแล้วเสร็จ
* **การบริหารจัดการสินทรัพย์:** การปรับปรุงอาคารสำนักงานและพื้นที่ค้าปลีกเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้เช่า และการหาลูกค้ากลุ่มใหม่ จะช่วยรักษาอัตราการปล่อยเช่า
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** อัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนทางการเงินและกดดันกำไรสุทธิ
* **การแข่งขันในธุรกิจโรงแรม:** แม้ภาคการท่องเที่ยวจะฟื้นตัว แต่การแข่งขันด้านราคาในบางพื้นที่ยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะในช่วงนอกฤดูท่องเที่ยว
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก:** การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกอาจส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกและการผลิต ซึ่งอาจมีผลต่อกำลังซื้อโดยรวม
* **การบริหารจัดการโครงการ:** การพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ต้องเผชิญความเสี่ยงด้านต้นทุนการก่อสร้างและระยะเวลาการก่อสร้างที่อาจล่าช้า
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะมีการป้องกันความเสี่ยง แต่ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มต้นทุนทางการเงิน:** การปรับตัวของอัตราดอกเบี้ยและผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ
* **ความคืบหน้าการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์:** โดยเฉพาะโครงการแนวราบที่มียอด Backlog สูง และโครงการคอนโดมิเนียมที่กำลังจะเริ่มโอน
* **ผลการดำเนินงานของธุรกิจโรงแรม:** การฟื้นตัวของ ADR และ RevPAR ในแต่ละภูมิภาค โดยเฉพาะในตลาดระยะไกล
* **อัตราการปล่อยเช่าของอาคารสำนักงานและพื้นที่ค้าปลีก:** โดยเฉพาะอาคารเอส โอเอซิส ที่เพิ่งเปิดตัว
* **ความคืบหน้าการพัฒนาโครงการนิคมอุตสาหกรรม:** การโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและการรับรู้รายได้
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์:** ใน 9 เดือนแรกปี 2566 เติบโต 34% เป็น 1,902 ล้านบาท โดยหลักมาจากการรับรู้รายได้เต็มสัดส่วนของโครงการดิ เอสสุขุมวิท 36 (548 ล้านบาท), การโอนกรรมสิทธิ์โครงการศิรนินทร์ เรสซิเดนเซส (566 ล้านบาท) และการรับรู้รายได้ครั้งแรกของโครงการลาซัวว์ เดอ เอส (450 ล้านบาท) บริษัทฯ มียอดขายรอรับรู้รายได้สำหรับโครงการแนวราบ ณ 30 ก.ย. 66 จำนวน 3,831 ล้านบาท และโครงการคอนโดมิเนียม ดิ เอ็กซ์ โทร อีก 1,241 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ต้นปี 2567
**การเปิดตัวโครงการใหม่:** มีการเปิดตัว Cluster Home 2 โครงการ (LA SOIE de S, SMYTH’S Ramintra) และโครงการบ้านเดี่ยว S’RIN มูลค่า 3,700 ล้านบาท ซึ่งได้รับความสนใจและมียอดจองช่วงต้นตามเป้าหมาย และคาดว่าจะรับรู้รายได้ในไตรมาส 4/2566 นอกจากนี้ ยังมีแผนเปิดตัวโครงการบ้านเดี่ยว Luxury ภายใต้แบรนด์ SHWAN อีก 2 โครงการในไตรมาส 4/2566
**ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม:** มีการโอนกรรมสิทธิ์สะสม 87 ไร่ และคาดว่ากิจกรรมการโอนกรรมสิทธิ์จะดีขึ้นในปี 2567 หลังการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานแล้วเสร็จ บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายรายได้จากการขายที่ดิน 20-25% ของพื้นที่ขายทั้งหมดในปี 2567-2568
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 73,108 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากสิ้นปี 2565 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 2,283 ล้านบาท จากสินค้าคงเหลือและต้นทุนพัฒนาโครงการที่เพิ่มขึ้น ส่วนสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 2,015 ล้านบาท จากที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ของธุรกิจโรงแรม
หนี้สินรวมอยู่ที่ 49,915 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักมาจากการบันทึกหนี้สินของโครงการดิ เอสสุขุมวิท 36 และการออกหุ้นกู้ 1,700 ล้านบาท ทำให้หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเป็น 33,014 ล้านบาท ส่งผลให้สัดส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net IBD/E ratio) ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 1.29 เท่า ซึ่งยังคงต่ำกว่า Covenant ของบริษัทฯ
## สรุปท้าย
TLHPF แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเติบโตของรายได้ โดยเฉพาะจากธุรกิจโรงแรมที่ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง และการรุกคืบในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการขาย อย่างไรก็ตาม การพลิกขาดทุนสุทธิใน 9 เดือนแรกปี 2566 เป็นประเด็นสำคัญที่ต้องจับตา โดยมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อผลกำไรในระยะต่อไป แม้ว่าบริษัทฯ จะมี Backlog ที่แข็งแกร่งและแผนการเปิดตัวโครงการใหม่ๆ ที่น่าสนใจ แต่การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและการสร้างรายได้ที่สม่ำเสมอจะเป็นกุญแจสำคัญในการพลิกกลับมามีกำไรอย่างยั่งยืน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TLHPF ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
69.03
ล้านบาท
↑ 92.8% YoY
กำไรขั้นต้น
47.66
ล้านบาท
↑ 33.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
69.05
%
กำไรสุทธิ
29.26
ล้านบาท
↓ 10% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
42.40
%
D/E Ratio
—
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
69
↑ + 92.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
48
↑ + 33.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
29
↓ -10%
YoY
D/E Ratio
—
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TLHPF
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
—
ROE (%)
0.00
ROA (%)
0.00
Book Value/หุ้น
9.27
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TLHPF
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมสินทรัพย์ | — |
1,672.41
+1.58%
|
1,646.35
+22.29%
|
1,346.31
-21.65%
|
1,718.42
-10.47%
|
1,919.45
+4.84%
|
1,830.88
-4.89%
|
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมหนี้สิน | — |
40.32
+1,274.04%
|
2.93
+254.53%
|
0.83
-96.17%
|
21.59
-71.68%
|
76.24
+57.59%
|
48.37
-39.44%
|
| รวมส่วนของเจ้าของ | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| วงจรเงินสด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-32
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TLHPF
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-31.70
-6,844.68%
|
0.47
-101.92%
|
-24.46
-90.62%
|
-260.89
+636.56%
|
-35.42
-133.77%
|
104.90
-19.57%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
0.00
|
0.00
-100.00%
|
34.40
-85.51%
|
237.36
+590.00%
|
34.40
-132.26%
|
-106.64
-16.78%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
4.42
+840.43%
|
0.47
-95.27%
|
9.94
-142.24%
|
-23.53
+2,206.86%
|
-1.02
-41.38%
|
-1.74
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
8.11
+82.66%
|
4.44
-41.04%
|
7.53
+239.19%
|
2.22
+85.00%
|
1.20
-59.18%
|
2.94
+347.10%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
34.83
+329.47%
|
8.11
+82.66%
|
4.44
-41.04%
|
7.53
+239.94%
|
0.00
|
0.00
|