บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน)
SET · เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
11.00
0.20 (1.79%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10254 out_tok=2920 at=2026-07-26T08:06:47 -->
# THCOM พลิกกำไร Q2/65 พุ่ง 511% รับต้นทุนดิ่ง-กำไร FX หนุน
## รายได้ดาวเทียมหดเล็กน้อย แต่ต้นทุนลดฮวบ-กำไรอัตราแลกเปลี่ยนดันผลงานโตแรง
บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 309 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 511.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) และดีขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 41 ล้านบาท (YoY) โดยมีปัจจัยหลักจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างต้นทุนหลังสิ้นสุดสัญญาสัมปทานดาวเทียม และการรับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่แข็งค่าขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
**หัวใจรอบนี้คือ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างต้นทุนครั้งใหญ่หลังสิ้นสุดสัญญาสัมปทานดาวเทียม ประกอบกับการรับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่แข็งค่า**
**1) หัวใจคืออะไร**
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ THCOM ในไตรมาส 2/2565 คือ **การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของต้นทุนขายและบริการ โดยเฉพาะต้นทุนค่าเสื่อมราคาดาวเทียมและค่าสัมปทาน** ซึ่งเป็นผลมาจากการสิ้นสุดของสัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ (สัญญาสัมปทาน) ทำให้ต้นทุนส่วนนี้หายไปอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับ **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 229 ล้านบาท** จากการที่เงินบาทอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งบริษัทมีสินทรัพย์สกุลเงินดอลลาร์มากกว่าหนี้สิน
**2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น**
การสิ้นสุดสัญญาสัมปทานดาวเทียม ทำให้ THCOM ไม่ต้องรับภาระต้นทุนค่าเสื่อมราคาดาวเทียม (ไทยคม 4 และ 6) และค่าตอบแทนแก่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ค่าสัมปทาน) อีกต่อไป ส่งผลให้ต้นทุนขายและบริการลดลงอย่างมากถึง 41.9% YoY ในไตรมาส 2/2565 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า (YoY) ซึ่งยังคงมีต้นทุนดังกล่าวอยู่
ในขณะเดียวกัน การอ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้บริษัทรับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจากการปรับมูลค่าสินทรัพย์สกุลเงินดอลลาร์ที่ถือครองอยู่ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกเพิ่มเติมเข้ามา
อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขายและการให้บริการรวมในไตรมาส 2/2565 อยู่ที่ 737 ล้านบาท ลดลง 7.4% YoY เนื่องจากลูกค้าบรอดคาสต์ในประเทศลดลง แต่เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) รายได้เพิ่มขึ้น 6.6% จากการให้บริการลูกค้าต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น
**3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่**
**ลักษณะครั้งคราว** ปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรพลิกฟื้นอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาสนี้ คือการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างต้นทุนครั้งใหญ่จากการสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งเดียว (one-time) และส่งผลกระทบต่อฐานต้นทุนในระยะยาว ในขณะที่กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเป็นปัจจัยที่ผันผวนตามสภาวะตลาดและไม่สามารถคาดการณ์ได้อย่างต่อเนื่อง
แม้ว่ารายได้จากการให้บริการดาวเทียมและบริการที่เกี่ยวเนื่องจะลดลง YoY แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการให้บริการที่เกี่ยวเนื่องกับดาวเทียมสำหรับลูกค้าต่างประเทศ (Occasional service) และการได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า เป็นปัจจัยที่ช่วยชดเชยได้บางส่วนในระยะสั้น
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/65 พุ่ง 309 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 511.2% QoQ และพลิกจากขาดทุน 41 ล้านบาท YoY
* **กำไรจากการดำเนินงานปกติ 200 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ YoY จากผลขาดทุน 86 ล้านบาท หลังต้นทุนค่าเสื่อมราคาดาวเทียมและค่าสัมปทานลดลง
* **รายได้รวม 737 ล้านบาท:** ลดลง 7.4% YoY จากลูกค้าบรอดคาสต์ในประเทศ แต่เพิ่มขึ้น 6.6% QoQ จากลูกค้าต่างประเทศ
* **ต้นทุนขายและบริการลดลง 41.9% YoY:** เป็นผลหลักจากการสิ้นสุดสัญญาสัมปทานดาวเทียม
* **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 229 ล้านบาท:** จากเงินบาทอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ
* **ร่วมมือกับ NDL พัฒนาบรอดแบนด์ผ่านดาวเทียมในอินเดีย:** มุ่งขยายตลาดในพื้นที่ห่างไกล
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 309 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด 511.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ที่ 51 ล้านบาท และพลิกกลับมามีกำไรจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 41 ล้านบาท (YoY) โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการลดลงของต้นทุนค่าเสื่อมราคาดาวเทียมและค่าสัมปทานหลังสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน ประกอบกับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้น
สำหรับรายได้จากการขายและการให้บริการรวมในไตรมาส 2/2565 อยู่ที่ 737 ล้านบาท ลดลง 7.4% YoY เนื่องจากลูกค้าบรอดคาสต์ในประเทศลดลง แต่เพิ่มขึ้น 6.6% QoQ จากการให้บริการลูกค้าต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น
ต้นทุนขายและการให้บริการลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 41.9% YoY มาอยู่ที่ 377 ล้านบาท จากการสิ้นสุดสัญญาสัมปทานดาวเทียม ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 15.2% YoY จากการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม บริษัทรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในการร่วมค้าจำนวน 104 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากธุรกิจโทรศัพท์ในประเทศลาว (LTC) ซึ่งได้รับผลกระทบจากการอ่อนค่าของเงินกีบลาวเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ
## โอกาส
* **การขยายตลาดบรอดแบนด์ผ่านดาวเทียมในอินเดีย:** ความร่วมมือกับ NXT Digital Limited (NDL) และ OneOTT Intertainment Limited (OIL) ซึ่งเป็นผู้นำด้านอินเทอร์เน็ตในอินเดีย จะช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจสำหรับดาวเทียมไทยคม 4 และดาวเทียม HTS ดวงใหม่ในตลาดที่มีศักยภาพสูง
* **การพัฒนาโซลูชั่น IoT และ AI:** การร่วมมือกับ NDL ในการพัฒนาโซลูชั่นจากดาวเทียม AI เพื่อการเกษตร การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงบริการ Wi-Fi และโดรน จะเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มและโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ
* **โครงการพัฒนาระบบติดตามตัวเพื่อความปลอดภัยนักท่องเที่ยว:** การร่วมมือกับ Globalstar ในการพัฒนา IoT Solution สำหรับการท่องเที่ยว โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ต้องอาศัยการสื่อสารผ่านดาวเทียม จะเป็นการตอบรับนโยบายภาครัฐและสร้างโอกาสในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
* **การให้บริการลูกค้าต่างประเทศ:** การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการให้บริการที่เกี่ยวเนื่องกับดาวเทียมสำหรับลูกค้าต่างประเทศ (Occasional service) แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการขยายฐานลูกค้าในตลาดต่างประเทศ
## ความเสี่ยง
* **การลดลงของลูกค้าบรอดคาสต์ในประเทศ:** เป็นปัจจัยหลักที่กดดันรายได้จากการให้บริการดาวเทียมและบริการที่เกี่ยวเนื่อง
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาสนี้จะได้รับผลบวก แต่การอ่อนค่าของเงินกีบลาวส่งผลให้เกิดขาดทุนจากเงินลงทุนในการร่วมค้า ซึ่งอาจเป็นความเสี่ยงในอนาคต
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม:** การแข่งขันที่รุนแรงอาจส่งผลกระทบต่อราคาและส่วนแบ่งทางการตลาด
* **ความล่าช้าในการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่:** การพัฒนาโซลูชั่นใหม่ๆ เช่น AI, IoT อาจมีความเสี่ยงด้านการพัฒนาและการนำไปใช้จริง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าของความร่วมมือในตลาดอินเดีย:** การลงนามบันทึกข้อตกลงกับ NDL และ OIL จะต้องติดตามผลการดำเนินงานและการสร้างรายได้จริง
* **การเติบโตของรายได้จากลูกค้าต่างประเทศ:** การให้บริการแบบ Occasional service จะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ต่อเนื่องหรือไม่
* **ผลกระทบจากการสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน:** การปรับโครงสร้างต้นทุนจะส่งผลต่ออัตรากำไรขั้นต้นในระยะยาวอย่างไร
* **ความคืบหน้าโครงการ IoT และ AI:** การพัฒนาและนำโซลูชั่นใหม่ๆ ไปใช้จริง จะสร้างรายได้เพิ่มขึ้นได้มากน้อยเพียงใด
* **ผลการดำเนินงานของบริษัทร่วมค้าในลาว (LTC):** การฟื้นตัวของ LTC และการบริหารจัดการความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
**รายได้จากการให้บริการดาวเทียมและบริการที่เกี่ยวเนื่อง:** แม้รายได้รวมจะลดลง YoY จากลูกค้าบรอดคาสต์ในประเทศที่ลดลง แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการให้บริการที่เกี่ยวเนื่องกับดาวเทียมสำหรับลูกค้าต่างประเทศ (Occasional service) และการได้ประโยชน์จากเงินบาทที่อ่อนค่าลง เป็นสัญญาณบวกที่แสดงถึงความสามารถในการปรับตัวและหารายได้จากช่องทางอื่น
**อัตราการใช้บริการดาวเทียม:** ณ สิ้นไตรมาส 2/2565 ดาวเทียมไทยคม 7 และ 8 มีอัตราการใช้บริการอยู่ที่ 52% ลดลงเล็กน้อยจาก 54% ในไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งยังคงมีช่องว่างในการเพิ่มการใช้บริการได้อีก
**ธุรกิจการให้บริการอินเทอร์เน็ตและสื่อ:** มีรายได้เพิ่มขึ้นเล็กน้อย YoY จากการให้บริการเช่าแพลตฟอร์ม eSport ที่เพิ่มขึ้น แม้รายได้จาก System Integration จะลดลง
**การลงทุนในเทคโนโลยีใหม่:** การร่วมมือกับ NDL ในการพัฒนาโซลูชั่น AI และ IoT รวมถึงการพัฒนาระบบติดตามตัวนักท่องเที่ยว แสดงให้เห็นถึงความพยายามของ THCOM ในการปรับตัวเข้าสู่ธุรกิจเทคโนโลยีที่ใช้ข้อมูลและนวัตกรรม เพื่อสร้างโอกาสการเติบโตในอนาคต
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 2/2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 14,908 ล้านบาท ลดลง 2.8% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของลูกหนี้การค้าและลูกหนี้หมุนเวียนอื่นจากการเก็บหนี้ค้างนานได้ และการลดลงของเงินลงทุนในการร่วมค้า
สภาพคล่องอยู่ในระดับดี โดยมีอัตราส่วนสินทรัพย์หมุนเวียนต่อหนี้สินหมุนเวียน 5.53 เท่า
เงินกู้ยืมสุทธิลดลง 12.0% จากสิ้นปี 2564 มาอยู่ที่ 1,114 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนเงินกู้ยืมสุทธิต่อส่วนทุนลดลงเล็กน้อยเป็น 0.10 เท่า
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานใน 6 เดือนแรกของปี 2565 อยู่ที่ 1,297 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.7% YoY จากกำไรจากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นและการเก็บหนี้ค้างชำระได้
บริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดรวมกับเงินลงทุนชั่วคราว ณ สิ้นไตรมาส 2/2565 จำนวน 5,507 ล้านบาท
## สรุปท้าย
THCOM พลิกฟื้นผลประกอบการได้อย่างโดดเด่นในไตรมาส 2/2565 จากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างต้นทุนครั้งใหญ่หลังสิ้นสุดสัญญาสัมปทานดาวเทียม ประกอบกับการรับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน แม้รายได้หลักจากธุรกิจดาวเทียมจะยังคงเผชิญแรงกดดันจากลูกค้าบรอดคาสต์ในประเทศที่ลดลง แต่การขยายโอกาสในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะการร่วมมือพัฒนาบรอดแบนด์ผ่านดาวเทียมในอินเดีย และการลงทุนในเทคโนโลยี AI/IoT จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาว อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความคืบหน้าของโครงการใหม่ๆ และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิด.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ THCOM ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
941.75
ล้านบาท
↑ 82.9% YoY
กำไรขั้นต้น
423.23
ล้านบาท
↑ 191.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
44.94
%
กำไรสุทธิ
128.84
ล้านบาท
↓ 31.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
13.68
%
D/E Ratio
0.72
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
942
↑ + 82.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
423
↑ + 191.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
129
↓ -31.7%
YoY
D/E Ratio
0.72
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — THCOM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.72
ROE (%)
0.40
ROA (%)
1.30
Book Value/หุ้น
9.61
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — THCOM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-518
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-1,264
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — THCOM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-517.55
-233.91%
|
386.50
-127.31%
|
-1,415.24
+403.81%
|
-280.91
-76.60%
|
-1,200.43
-167.85%
|
1,769.29
+6.56%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-1,264.15
+770.57%
|
-145.21
-131.86%
|
455.83
-170.88%
|
-643.08
-155.09%
|
1,167.42
-200.26%
|
-1,164.40
-193.84%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
181.86
-79.66%
|
894.22
-24.96%
|
1,191.60
-1,543.14%
|
-82.57
-94.77%
|
-1,579.42
+70.25%
|
-927.68
-70.17%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-1,599.82
-240.89%
|
1,135.51
+389.04%
|
232.19
-123.07%
|
-1,006.57
-37.57%
|
-1,612.44
+399.53%
|
-322.79
+54.79%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,519.17
-16.80%
|
3,027.77
-19.27%
|
3,750.36
+110.64%
|
1,780.49
-22.55%
|
2,298.90
-12.31%
|
2,621.71
-7.37%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
3,220.42
+27.84%
|
2,519.17
-16.80%
|
3,027.77
-19.27%
|
3,750.36
+110.64%
|
1,780.49
-22.55%
|
2,298.90
-12.31%
|