TGE
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
TGE
บริษัท ท่าฉาง กรีน เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
1.30
+0.02 (+1.56%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=18567 out_tok=2837 at=2026-07-26T07:55:27 --> # TGE โชว์กำไร Q3/2566 พุ่ง 82% รับแรงหนุนปริมาณขาย-บริหารต้นทุนเข้มงวด ## รายได้-กำไรโตต่อเนื่อง ฝ่ายจัดการเน้นกลยุทธ์ขยายตลาด-คุมต้นทุน สร้างรากฐานแกร่งปี 2567 บริษัท ท่าฉาง กรีน เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ TGE รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทฯ อยู่ที่ 143 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 82% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีกำไรต่อหุ้นจากการดำเนินงานปกติอยู่ที่ 0.44 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 82% จาก 0.24 บาทต่อหุ้นในปีก่อนหน้า ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TGE ในไตรมาส 3 ปี 2566 คือ **การเติบโตของปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนและพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ที่เข้มงวด** ซึ่งส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานปกติ (Core Profit) และกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (Core EBITDA) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ **ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:** * **ปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น:** แม้ว่ารายได้จากการขายรวมจะลดลง 7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (อยู่ที่ 1,697 ล้านบาท) แต่ฝ่ายจัดการระบุว่าการเปลี่ยนแปลงนี้อาจให้ภาพที่ไม่ชัดเจนนัก เนื่องจากกลไกการตั้งราคาขายผันผวนตามราคาเม็ดพลาสติก อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนรายได้ในภาพรวมเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (+3%) และเป็นส่วนสำคัญในการเพิ่ม Core EBITDA * **การบริหารต้นทุนและ Portfolio:** มาตรการควบคุมต้นทุนที่เข้มงวดและการปรับปรุง Portfolio สินค้า (Business Mix) มีส่วนช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไรอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในธุรกิจประเทศไทยที่ Core EBITDA เพิ่มขึ้น 47% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แม้ว่ายอดขายจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยก็ตาม นอกจากนี้ การพลิกฟื้นโรงงานบางนาที่ประสบปัญหามานานให้มีอัตรากำไรขั้นต้นเกือบ 20% ก็เป็นอีกปัจจัยบวกที่สำคัญ * **การเติบโตของธุรกิจในต่างประเทศ:** ธุรกิจในประเทศอินเดีย โดยเฉพาะธุรกิจ Skypet มีการเติบโตของปริมาณขายและกำไรที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการปรับปรุงคลังสินค้าเป็นพื้นที่ผลิต และการเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อรองรับตลาดเครื่องดื่มที่กำลังเติบโต ในขณะที่ธุรกิจในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และมาเลเซียก็แสดงสัญญาณการฟื้นตัวที่ดี โดยมีปริมาณขายและ Core EBITDA เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า **จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:** **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการได้ระบุว่า TGE กำลังสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการเติบโตในปี 2567 ผ่านการลงทุนเชิงรุกและการขยายธุรกิจเชิงกลยุทธ์ไปยังกลุ่มและตลาดใหม่ๆ เช่น โครงการกรีนฟิลด์ในฟิลิปปินส์ และการขยายธุรกิจ TPAC Custom Solutions ในอินเดีย ซึ่งคาดว่าจะเริ่มสร้างรายได้ตั้งแต่ต้นปี 2567 เป็นต้นไป นอกจากนี้ การมุ่งเน้นความยั่งยืน การใช้พลังงานหมุนเวียน และการเปลี่ยนแปลงสู่ระบบดิจิทัล ยังเป็นการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันและตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั่วโลก ซึ่งจะส่งผลดีต่อผลประกอบการในระยะยาว ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทฯ เพิ่มขึ้น 82% YoY** เป็น 143 ล้านบาท * **กำไรต่อหุ้นจากการดำเนินงานปกติ (Core EPS) เพิ่มขึ้น 82% YoY** เป็น 0.44 บาทต่อหุ้น * **Core EBITDA เพิ่มขึ้น 33% YoY** เป็น 361 ล้านบาท * **รายได้จากการขายรวมลดลง 7% YoY** อยู่ที่ 1,697 ล้านบาท แต่เพิ่มขึ้น 3% QoQ * **อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน (Net Debt/Equity) ปรับดีขึ้น** จาก 1.15 เท่าใน Q3/2565 เป็น 1.00 เท่าใน Q3/2566 * **ความสำเร็จในการพลิกฟื้นโรงงานบางนา** ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเกือบ 20% * **การขยายธุรกิจในต่างประเทศ** โดยเฉพาะอินเดียและฟิลิปปินส์ เป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 3 ปี 2566 TGE มีรายได้จากการขายรวม 1,697 ล้านบาท ลดลง 7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยมีกำไรก่อนหักต้นทุนทางการเงิน ภาษี และค่าเสื่อมราคาจากการดำเนินงานปกติ (Core EBITDA) อยู่ที่ 361 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 16% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทฯ อยู่ที่ 143 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 82% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 25% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า อัตราผลตอบแทนของผู้ถือหุ้นจากการดำเนินงานปกติ (Core ROE) อยู่ที่ 23% เพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 5,090 ล้านบาท ลดลง 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า แต่มี Core EBITDA เพิ่มขึ้น 32% เป็น 1,014 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทฯ เพิ่มขึ้น 79% เป็น 397 ล้านบาท ## โอกาส * **การขยายธุรกิจในตลาดใหม่:** โครงการกรีนฟิลด์ในฟิลิปปินส์เพื่อผลิตบรรจุภัณฑ์สำหรับผลิตภัณฑ์นม และการเปิดบริษัท TPAC Custom Solutions ในอินเดียเพื่อผลิตฝาปิดและฝาปิดแบบพิเศษ จะช่วยเพิ่มฐานรายได้และขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ * **การเติบโตของธุรกิจในอินเดีย:** ตลาดเครื่องดื่มที่กำลังเติบโตในอินเดียตอนใต้ และการเพิ่มกำลังการผลิตของธุรกิจ Skypet จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ * **ความยั่งยืนและพลังงานหมุนเวียน:** การมุ่งมั่นใช้พลังงานแสงอาทิตย์และการลดการปล่อยคาร์บอน จะช่วยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันและตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั่วโลก * **การเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัล:** การนำระบบ CRM และ ERP มาใช้ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานและการบริหารลูกค้า * **การพลิกฟื้นโรงงานบางนา:** ความสำเร็จในการเพิ่มอัตรากำไรของโรงงานบางนา จะส่งผลดีต่อผลประกอบการโดยรวม ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาเม็ดพลาสติกซึ่งเป็นวัตถุดิบหลัก อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและกลไกการตั้งราคาขาย * **สภาวะเศรษฐกิจมหภาค:** การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจในระดับโลกและในประเทศที่บริษัทดำเนินงานอยู่ อาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ของสินค้า * **กฎระเบียบภาครัฐ:** การเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือข้อบังคับของรัฐบาล โดยเฉพาะในประเทศอินเดีย อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ * **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์พลาสติก ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * ความคืบหน้าของโครงการกรีนฟิลด์ในฟิลิปปินส์และการเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ * การเติบโตของธุรกิจ TPAC Custom Solutions ในอินเดีย และการเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ * ผลการดำเนินงานของโรงงานบางนาหลังการพลิกฟื้น และการขยายกำลังการผลิต * แนวโน้มปริมาณการขายและอัตรากำไรของธุรกิจในแต่ละภูมิภาค โดยเฉพาะอินเดีย * ความคืบหน้าในการนำระบบ CRM และ ERP มาใช้ และผลกระทบต่อประสิทธิภาพการดำเนินงาน * การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน) ในฐานะผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติก TGE ได้รับผลกระทบโดยตรงจากราคาเม็ดพลาสติก ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลัก แม้ว่าเอกสารจะไม่ได้ระบุราคา commodity โดยตรง แต่ได้กล่าวถึงกลไกการตั้งราคาขายที่ผันผวนตามราคาเม็ดพลาสติก ซึ่งบ่งชี้ถึงความอ่อนไหวต่อต้นทุนวัตถุดิบ ฝ่ายจัดการได้พยายามบรรเทาผลกระทบนี้ด้วยการบริหารจัดการต้นทุนอย่างเข้มงวด การปรับปรุง Portfolio สินค้า และการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต กำลังการผลิตของบริษัทกระจายอยู่ใน 17 โรงงานทั่ว 5 ประเทศ โดยมีโรงงานในประเทศไทย 4 แห่ง, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 2 แห่ง, อินเดีย 9 แห่ง, มาเลเซีย 1 แห่ง และฟิลิปปินส์ 1 แห่ง (อยู่ระหว่างก่อสร้าง) การขยายกำลังการผลิตในอินเดียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รวมถึงโครงการใหม่ในฟิลิปปินส์ สะท้อนถึงการลงทุนเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต ในด้านกฎระเบียบ TGE ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน โดยมุ่งมั่นใช้พลังงานหมุนเวียนและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มของอุตสาหกรรมและข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 7,934 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสินทรัพย์ถาวรที่มีตัวตนและไม่มีตัวตนคิดเป็น 62% ของสินทรัพย์ทั้งหมด การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรส่วนใหญ่เป็นการขยายกำลังการผลิตในอินเดียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หนี้สินรวมอยู่ที่ 4,919 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากสิ้นปี 2565 โดยมีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยรวม 3,331 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเงินกู้ยืมระยะสั้นและระยะยาวจากธนาคาร อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net Debt/Equity) ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จาก 1.15 เท่าใน Q3/2565 เป็น 1.00 เท่าใน Q3/2566 กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานในไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 171 ล้านบาท โดยมีเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 249 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในเครื่องจักรใหม่และแม่พิมพ์ในประเทศอินเดีย กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงินอยู่ที่ 140 ล้านบาท ซึ่งมาจากการกู้ยืมระยะสั้นและระยะยาวเพื่อขยายการลงทุน หักลบด้วยการจ่ายคืนเงินกู้ยืมและค่าใช้จ่ายทางการเงิน ## สรุปท้าย TGE โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 ที่แข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติเติบโตถึง 82% YoY เป็นผลมาจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นและการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการพลิกฟื้นโรงงานบางนา การขยายธุรกิจในต่างประเทศและการลงทุนในโครงการใหม่ๆ เป็นโอกาสสำคัญที่จะขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต อย่างไรก็ตาม บริษัทต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและสภาวะเศรษฐกิจมหภาค ซึ่งต้องติดตามการบริหารจัดการของฝ่ายบริหารอย่างใกล้ชิด.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TGE ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
242.53 ล้านบาท
↓ 2.6% YoY
กำไรขั้นต้น
72.41 ล้านบาท
↓ 12.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
29.85 %
กำไรสุทธิ
51.46 ล้านบาท
↓ 1.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
21.22 %
D/E Ratio
0.33
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
243
↓ -2.6% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
72
↓ -12.1% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
51
↓ -1.6% YoY
D/E Ratio
0.33

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TGE

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564
รายได้รวม
242.53
-2.58%
248.94
+17.27%
212.27
-55.41%
476.01
-40.94%
806.04
กำไรขั้นต้น
72.41
-12.12%
82.40
+24.92%
65.96
-57.54%
155.36
-20.42%
195.22
ค่าใช้จ่ายรวม
17.81
-10.02%
19.79
+55.31%
12.74
-62.76%
34.22
-35.54%
53.09
กำไรสุทธิ
51.46
-1.59%
52.28
+11.80%
46.76
-58.07%
111.54
-44.81%
202.10
กำไรต่อหุ้น
0.02
-4.76%
0.02
+10.53%
0.02
-56.82%
0.04
-45.00%
0.08
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
0.31
+141.89%
-0.74
-174.00%
1.00
-34.21%
1.52
+185.39%
-1.78
ROE(%)
8.15
-20.49%
10.25
-5.53%
10.85
-20.34%
13.62
0.00
ROA(%)
7.07
-21.27%
8.98
+4.06%
8.63
-1.48%
8.76
0.00
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.33
0.33
-26.67%
0.45
-25.00%
0.60
0.00
P/E
14.90
-26.96%
20.40
-19.08%
25.21
+32.13%
19.08
+37.56%
13.87
P/BV
1.13
-43.22%
1.99
-28.67%
2.79
+46.07%
1.91
+85.44%
1.03
BV
1.22
+6.09%
1.15
+10.58%
1.04
+11.83%
0.93
-26.19%
1.26
YIELD(%)
0.20
+81.82%
0.11
+22.22%
0.09
-64.00%
0.25
0.25
ราคาหุ้น
1.38
-39.47%
2.28
-21.38%
2.90
+63.84%
1.77
+36.15%
1.30
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
29.85
-9.82%
33.10
+6.53%
31.07
-4.81%
32.64
+34.76%
24.22
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
7.34
-7.67%
7.95
+32.50%
6.00
-16.55%
7.19
+9.10%
6.59
อัตรากำไรสุทธิ(%)
21.22
+1.05%
21.00
-4.68%
22.03
-5.98%
23.43
-6.54%
25.07
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.33
ROE (%)
8.15
ROA (%)
7.07
Book Value/หุ้น
1.26

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TGE

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
884.39
+31.86%
670.71
-13.64%
776.66
-15.13%
915.11
+129.32%
399.06
+38.31%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
3,261.78
+18.51%
2,752.34
+5.94%
2,598.02
+6.19%
2,446.66
+4.15%
2,349.06
-2.20%
รวมสินทรัพย์
4,146.17
+21.12%
3,423.05
+1.43%
3,374.68
+0.38%
3,361.77
+22.33%
2,748.12
+2.14%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
691.21
+111.44%
326.91
+3.06%
317.20
+0.43%
315.84
-5.89%
335.59
-8.00%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
344.14
-33.62%
518.48
-28.76%
727.81
-23.45%
950.73
-28.48%
1,329.35
-8.05%
รวมหนี้สิน
1,035.36
+22.47%
845.39
-19.10%
1,045.01
-17.49%
1,266.57
-23.93%
1,664.94
-8.04%
รวมส่วนของเจ้าของ
3,110.81
+20.68%
2,577.66
+10.65%
2,329.66
+11.19%
2,095.19
+93.43%
1,083.18
+23.10%
D/E
0.33
0.33
0.45
0.60
1.54
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
8.15
10.25
10.85
13.62
0.00
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
7.07
8.98
8.63
8.76
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่อง
1.28
2.05
2.45
2.90
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.63
1.73
2.03
2.51
0.00
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
56.72
64.67
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
38.97
54.32
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
24.95
36.05
0.00
0.00
0.00
วงจรเงินสด
70.74
82.94
0.00
0.00
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-173
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+99
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TGE

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-173.14
+283.22%
-45.18
-69.66%
-148.92
-29.01%
-209.78
-170.47%
297.67
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
98.83
+11.75%
88.44
-20.97%
111.91
-238.01%
-81.09
-31.21%
-117.88
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
-501.42
-418.36%
157.50
-3.52%
163.24
-3.91%
169.88
-206.98%
-158.79
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
-478.46
-325.22%
212.44
+68.31%
126.22
-204.33%
-120.98
-676.10%
21.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
375.92
-21.13%
476.61
-20.09%
596.43
+994.97%
54.47
+62.74%
33.47
+95.39%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
243.66
-35.18%
375.92
-21.13%
476.61
-20.09%
596.43
+994.97%
54.47
+62.75%