บริษัท ท่าฉาง กรีน เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
1.30
+0.02 (+1.56%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=16555 out_tok=3620 at=2026-07-26T07:51:45 -->
# TGE Q3/65 กำไรสุทธิหด 19.7% YoY รับผลโรงไฟฟ้าหยุดซ่อม-หมดสิทธิ์ Fit Premium
## รายได้โต 14.8% จากค่า Ft เพิ่ม-TBP ผลิตเต็มกำลัง แต่ต้นทุนพุ่ง-ค่าใช้จ่าย IPO กดดัน
บริษัท ท่าฉาง กรีน เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ TGE รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีรายได้จากการดำเนินงาน 243.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่กำไรสุทธิลดลง 19.7% มาอยู่ที่ 49.2 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นจากการหยุดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้า TPG และการสิ้นสุดสิทธิ์อัตราขายไฟแบบ Fit Premium ของโรงไฟฟ้า TGE รวมถึงค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรและกำไรสุทธิของ TGE ในไตรมาส 3 ปี 2565 ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน คือ **การหยุดเดินเครื่องจักรของโรงไฟฟ้า TPG เพื่อซ่อมบำรุงตามแผน (Major Overhaul)** และ **การครบสิทธิอัตราขายไฟแบบ Fit Premium ของโรงไฟฟ้า TGE** ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นและอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง แม้ว่ารายได้จากการดำเนินงานจะเติบโตได้ 14.8% จากปัจจัยบวกอื่นๆ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **การหยุดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้า TPG:** การหยุดเดินเครื่องเพื่อซ่อมบำรุงตามแผน (Major Overhaul) ทำให้โรงไฟฟ้าไม่สามารถผลิตไฟฟ้าได้ในช่วงเวลาดังกล่าว ส่งผลให้ต้นทุนขาย (ซึ่งรวมถึงค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง) เพิ่มสูงขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงที่โรงไฟฟ้าเดินเครื่องตามปกติ
* **การครบสิทธิอัตราขายไฟแบบ Fit Premium:** โรงไฟฟ้า TGE ได้สิ้นสุดสิทธิ์การรับอัตราค่าไฟฟ้าพิเศษ (Fit Premium) ซึ่งเป็นอัตราที่สูงกว่าปกติ ทำให้รายได้จากการขายไฟฟ้าลดลงเมื่อเทียบกับช่วงที่ยังได้รับสิทธิ์ดังกล่าว
* **ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 73.6% YoY และ 23.8% QoQ โดยมีปัจจัยหลักมาจากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิโดยตรง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีปัจจัยที่ต้องติดตาม:
* **การซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้า TPG:** เป็นรายการที่เกิดขึ้นตามแผนและมีกำหนดเวลา การหยุดซ่อมบำรุงนี้เป็นปัจจัยชั่วคราว และคาดว่าจะกลับมาผลิตไฟฟ้าได้เต็มกำลังหลังการซ่อมบำรุงเสร็จสิ้น
* **การครบสิทธิ Fit Premium:** เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสิ้นสุดระยะเวลาตามสัญญา ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้ในระยะยาว แต่บริษัทมีแผนขยายกำลังการผลิตและพัฒนาโครงการใหม่ๆ เพื่อชดเชย
* **ค่าใช้จ่าย IPO:** เป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นครั้งเดียวจากการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งจะไม่มีผลกระทบต่อผลประกอบการในไตรมาสถัดไป
โดยรวมแล้ว ปัจจัยลบหลักๆ ในไตรมาสนี้มีลักษณะเป็นครั้งคราว อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงของอัตราค่าไฟฟ้า (Ft) และการรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ๆ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการดำเนินงานเติบโต 14.8% YoY** แตะ 243.9 ล้านบาท จากการปรับขึ้นของค่า Ft และโรงไฟฟ้า TBP ผลิตเต็มกำลัง
* **กำไรสุทธิลดลง 19.7% YoY** อยู่ที่ 49.2 ล้านบาท สาเหตุหลักจากการหยุดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้า TPG และการหมดสิทธิ์ Fit Premium ของโรงไฟฟ้า TGE
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง** จาก 39.2% ใน Q3/64 เหลือ 30.9% ใน Q3/65 จากผลกระทบของการหยุดซ่อมบำรุงและหมดสิทธิ์ Fit Premium
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารพุ่งสูงขึ้น 73.6% YoY** เป็น 12.5 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
* **โครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชนมีความคืบหน้า** ได้รับคัดเลือก 4 โครงการ กำลังการผลิตรวม 31.9 MW และเตรียมประมูลอีก 3 โครงการ คาดสัดส่วนรายได้จากขยะชุมชนเพิ่มเป็น 65% ใน 3 ปีข้างหน้า
* **บริษัทเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ (SET)** วันที่ 19 สิงหาคม 2565 พร้อมแผนใช้เงิน IPO ลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชน ชำระหนี้ และเป็นเงินทุนหมุนเวียน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 TGE มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 243.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของค่า Ft (Float time) ทำให้ราคาขายไฟฟ้าในกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมเฉลี่ยสูงขึ้น ประกอบกับการที่โรงไฟฟ้า TBP สามารถผลิตไฟฟ้าได้เต็มกำลังการผลิต ในขณะที่ช่วงเดียวกันของปีก่อนโรงไฟฟ้า TBP มีการหยุดซ่อมบำรุงเพื่อติดตั้งอุปกรณ์เสริม
อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นลดลง 9.6% YoY อยู่ที่ 75.3 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 39.2% เป็น 30.9% สาเหตุหลักมาจากการหยุดเดินเครื่องจักรของโรงไฟฟ้า TPG ตามแผนการบำรุงรักษา (Major Overhaul) และการครบสิทธิอัตราขายไฟแบบ Fit Premium ของโรงไฟฟ้า TGE
เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2565 รายได้จากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 5.8% เป็น 243.9 ล้านบาท จากการมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าเพิ่มเติม 6 MW ของโรงไฟฟ้า TBP และการปรับขึ้นของค่า Ft แต่กำไรสุทธิลดลง 11.7% QoQ อยู่ที่ 49.2 ล้านบาท เนื่องจากผลกระทบจากการหยุดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้า TPG และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2565 รายได้จากการดำเนินงานรวม 696.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.8% YoY โดยมีปัจจัยจากการรับรู้รายได้ของโรงไฟฟ้า TBP ที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ในเดือนพฤษภาคม 2564 รวมถึงการปรับขึ้นของค่า Ft และการรับรู้รายได้จากการขายไอน้ำของโรงไฟฟ้า TBP ให้แก่บริษัทที่เกี่ยวข้องกันตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2564 กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกอยู่ที่ 156.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.3% YoY
## โอกาส
* **การขยายกำลังการผลิตโรงไฟฟ้าขยะชุมชน:** บริษัทฯ มีแผนขยายการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชนอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีโครงการที่ได้รับคัดเลือกแล้ว 4 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้งรวม 31.9 MW และเตรียมประมูลอีก 3 โครงการ ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มกำลังการผลิตรวมเป็น 90 MW ในอีก 3 ปีข้างหน้า และมีสัดส่วนรายได้จากโรงไฟฟ้าขยะชุมชนเพิ่มเป็น 65% ของรายได้รวม
* **การลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนประเภทอื่น:** บริษัทฯ มีแผนขยายการลงทุนไปยังโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนประเภทอื่นที่มีศักยภาพ เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานน้ำ และก๊าซชีวภาพ เพื่อบรรลุเป้าหมายระยะยาวที่จะเพิ่มกำลังการผลิตติดตั้งเป็นมากกว่า 200 MW ภายในปี 2575
* **การร่วมมือกับพันธมิตร:** บริษัทฯ มองหาโอกาสในการเติบโตผ่านการร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจที่สามารถสร้างการเติบโตและผลกำไรอย่างยั่งยืน รวมถึงการนำเทคโนโลยีด้านพลังงานที่ช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
* **การปรับขึ้นของค่า Ft:** การปรับขึ้นของค่า Ft ส่งผลดีต่อราคาขายไฟฟ้าในกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรม ทำให้รายได้จากการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้จะไม่ได้ระบุชัดเจนในเอกสาร แต่ธุรกิจโรงไฟฟ้าชีวมวลมีความเสี่ยงด้านความผันผวนของราคาและปริมาณวัตถุดิบ (ทะลายปาล์ม, เส้นใยปาล์ม)
* **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบภาครัฐ:** นโยบายด้านพลังงานทดแทนและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและผลตอบแทนของโครงการ
* **ความล่าช้าในการพัฒนาโครงการ:** โครงการโรงไฟฟ้าใหม่ โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าขยะชุมชน อาจมีความเสี่ยงเรื่องความล่าช้าในการขออนุญาต การก่อสร้าง หรือการลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA)
* **การแข่งขันในธุรกิจพลังงานทดแทน:** การแข่งขันที่เพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมพลังงานทดแทนอาจส่งผลต่อการได้มาซึ่งโครงการใหม่ๆ และอัตราผลตอบแทน
* **การสิ้นสุดสิทธิ์อัตราค่าไฟฟ้าพิเศษ:** การครบกำหนดสิทธิ์ Fit Premium ของโรงไฟฟ้าเดิมจะส่งผลกระทบต่อรายได้ในระยะยาว หากไม่สามารถชดเชยด้วยโครงการใหม่ที่มีประสิทธิภาพได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าของโครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชน:** การลงนามสัญญา PPA และความคืบหน้าในการก่อสร้างโครงการ TES SKW, TES RBR, TES CPN, TES TCN และโครงการที่อยู่ระหว่างเตรียมยื่นประมูล
* **การรับรู้รายได้จากโครงการใหม่:** การเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ของโครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชน และการเพิ่มกำลังการผลิตของโรงไฟฟ้า TBP
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การควบคุมต้นทุนขาย โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาโรงไฟฟ้า และการบริหารจัดการวัตถุดิบสำหรับโรงไฟฟ้าชีวมวล
* **แนวโน้มค่า Ft:** การเปลี่ยนแปลงของค่า Ft ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้จากการขายไฟฟ้าให้กับลูกค้าอุตสาหกรรม
* **การขยายการลงทุนในพลังงานรูปแบบอื่น:** ความคืบหน้าในการศึกษาและลงทุนในพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานน้ำ และก๊าซชีวภาพ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
**รายได้จากการขายไฟฟ้า:** ในไตรมาส 3 ปี 2565 รายได้จากการขายไฟฟ้าอยู่ที่ 203.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.0% YoY โดยมีปัจจัยหลักจากการปรับขึ้นของค่า Ft ซึ่งส่งผลให้ราคาขายไฟฟ้าเฉลี่ยในกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมสูงขึ้น และการที่โรงไฟฟ้า TBP สามารถผลิตไฟฟ้าได้เต็มกำลังการผลิตหลังจากการติดตั้งอุปกรณ์เสริมในปีที่แล้ว นอกจากนี้ การรับรู้รายได้จากสัญญาซื้อขายไฟฟ้าเพิ่มเติม 6 MW ของโรงไฟฟ้า TBP เต็มไตรมาสยังช่วยหนุนรายได้ QoQ ด้วย
**รายได้จากการขายนํ้าและไอนํ้า:** รายได้ส่วนนี้ลดลง 12.2% YoY อยู่ที่ 25.8 ล้านบาท เนื่องจากในไตรมาส 3 ปี 2564 มีการขายไอน้ำมากกว่าปกติจากการหยุดเดินเครื่องของโรงไฟฟ้า TBP เพื่อติดตั้งอุปกรณ์เสริม ทำให้ไตรมาส 3 ปี 2565 ปริมาณการผลิตไอน้ำลดลงเนื่องจากมีการนำไปใช้ในระบบผลิตไฟฟ้าส่วนเพิ่มของ TBP มากขึ้น
**ต้นทุนขาย:** ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 30.5% YoY เป็น 168.6 ล้านบาท สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้นของโรงไฟฟ้า TBP และค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาเครื่องจักรตามแผน (Major Overhaul) ของโรงไฟฟ้า TPG ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
**อัตรากำไรขั้นต้น:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 39.2% ใน Q3/64 เป็น 30.9% ใน Q3/65 สาเหตุหลักมาจากการหยุดเดินเครื่องเพื่อซ่อมบำรุงของ TPG และการครบสิทธิ์ Fit Premium ของ TGE นอกจากนี้ การเพิ่มสัดส่วนการผลิตไอน้ำซึ่งมีอัตรากำไรต่ำกว่าไฟฟ้าในงวด 9 เดือนแรกปี 2565 ก็เป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้นรวมเช่นกัน
**โครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชน:** บริษัทฯ มีความคืบหน้าในการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชน โดยมีโครงการที่ได้รับคัดเลือกแล้ว 4 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้งรวม 31.9 MW และคาดว่าจะ COD ภายในปี 2567 นอกจากนี้ ยังมีแผนประมูลอีก 3 โครงการ ซึ่งหากได้รับการคัดเลือกทั้งหมด คาดว่ากำลังการผลิตรวมจะเพิ่มขึ้นเป็น 90 MW ในอีก 3 ปีข้างหน้า และมีสัดส่วนรายได้จากโรงไฟฟ้าขยะชุมชนเพิ่มเป็น 65% ของรายได้รวม
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวม 3,361.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.3% จากสิ้นปี 2564 โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 666.8 ล้านบาท จากการระดมทุน IPO
หนี้สินรวมลดลง 20.3% จากสิ้นปี 2564 อยู่ที่ 1,326.5 ล้านบาท โดยมีการลดลงของเงินกู้ยืมระยะยาวจากกิจการที่เกี่ยวข้องกัน 207.4 ล้านบาท และเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน 129.8 ล้านบาท เพื่อชำระคืนตามวัตถุประสงค์การระดมทุน และปรับโครงสร้างเงินทุน
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 87.9% จากสิ้นปี 2564 อยู่ที่ 2,035.3 ล้านบาท จากผลการดำเนินงานประจำปีและการระดมทุน IPO
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 1.54 เท่า ณ สิ้นปี 2564 เหลือ 0.65 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2565 สะท้อนถึงการปรับปรุงโครงสร้างทางการเงินที่ดีขึ้น
## สรุปท้าย
TGE ในไตรมาส 3 ปี 2565 เผชิญแรงกดดันต่อกำไรสุทธิที่ลดลง 19.7% YoY จากปัจจัยชั่วคราวอย่างการหยุดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้า TPG และการหมดสิทธิ์ Fit Premium ของโรงไฟฟ้า TGE ประกอบกับค่าใช้จ่าย IPO ที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม รายได้จากการดำเนินงานยังคงเติบโตได้จากปัจจัยบวกด้านราคาไฟฟ้าและกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นของโรงไฟฟ้า TBP การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นโอกาสสำคัญในการระดมทุนเพื่อขยายธุรกิจโรงไฟฟ้าขยะชุมชน ซึ่งเป็นอนาคตหลักของบริษัทฯ โดยคาดว่าโครงการใหม่ๆ จะเข้ามาช่วยชดเชยรายได้จากโครงการเดิมที่หมดสิทธิ์ Fit Premium และผลักดันการเติบโตในระยะยาวได้ หากบริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนและเดินหน้าโครงการใหม่ได้ตามแผน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TGE ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
242.53
ล้านบาท
↓ 2.6% YoY
กำไรขั้นต้น
72.41
ล้านบาท
↓ 12.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
29.85
%
กำไรสุทธิ
51.46
ล้านบาท
↓ 1.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
21.22
%
D/E Ratio
0.33
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
243
↓ -2.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
72
↓ -12.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
51
↓ -1.6%
YoY
D/E Ratio
0.33
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TGE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.33
ROE (%)
8.15
ROA (%)
7.07
Book Value/หุ้น
1.26
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TGE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-173
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+99
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TGE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-173.14
+283.22%
|
-45.18
-69.66%
|
-148.92
-29.01%
|
-209.78
-170.47%
|
297.67
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
98.83
+11.75%
|
88.44
-20.97%
|
111.91
-238.01%
|
-81.09
-31.21%
|
-117.88
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-501.42
-418.36%
|
157.50
-3.52%
|
163.24
-3.91%
|
169.88
-206.98%
|
-158.79
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-478.46
-325.22%
|
212.44
+68.31%
|
126.22
-204.33%
|
-120.98
-676.10%
|
21.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
375.92
-21.13%
|
476.61
-20.09%
|
596.43
+994.97%
|
54.47
+62.74%
|
33.47
+95.39%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
243.66
-35.18%
|
375.92
-21.13%
|
476.61
-20.09%
|
596.43
+994.97%
|
54.47
+62.75%
|