บริษัท ท่าฉาง กรีน เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
1.30
+0.02 (+1.56%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=13775 out_tok=2914 at=2026-07-26T08:10:44 -->
# TGE กำไร Q1/66 พุ่ง 22.1% รับราคาขายไฟฟ้าสูง-ต้นทุนปาล์มลด
## รายได้-กำไรโตต่อเนื่องจากปัจจัยหนุนราคาขายไฟฟ้าและต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง ขณะที่บริษัทเดินหน้าขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด
บริษัท ท่าฉาง กรีน เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ TGE รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 63.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายไฟฟ้าจากการปรับตัวสูงขึ้นของค่า Ft และค่า FiT ประกอบกับมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าเพิ่มเติมของโรงไฟฟ้า TBP และต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวลดลงในช่วงฤดูผลผลิตปาล์ม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TGE ในไตรมาส 1 ปี 2566 คือ **การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายไฟฟ้า** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิที่เติบโตถึง 22.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลัก 2 ประการ คือ การปรับตัวสูงขึ้นของราคาขายไฟฟ้าตามค่า Ft (Float time) และค่า FiT รวมถึงการรับรู้รายได้จากสัญญาซื้อขายไฟฟ้าเพิ่มเติมของโรงไฟฟ้า TBP นอกจากนี้ **ต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวลดลง** จากการเข้าสู่ช่วงฤดูผลผลิตปาล์มก็มีส่วนสำคัญในการเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ราคาขายไฟฟ้าที่สูงขึ้น:** การปรับขึ้นของค่า Ft (อัตราค่าไฟฟ้าผันแปร) และค่า FiT (อัตราค่าไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน) ส่งผลให้ราคาขายไฟฟ้าของ TGE เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมและการไฟฟ้า ทำให้รายได้จากการขายไฟฟ้าเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ การมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าเพิ่มเติมของโรงไฟฟ้า TBP ขนาด 6 เมกะวัตต์กับ กฟภ. ยังช่วยเสริมการรับรู้รายได้ให้แข็งแกร่งขึ้น
* **ต้นทุนวัตถุดิบลดลง:** การเข้าสู่ช่วงฤดูผลผลิตปาล์มทำให้ต้นทุนวัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้า เช่น ทะลายปาล์ม เส้นใยปาล์ม รากไม้ และต้นปาล์ม มีราคาลดลง เมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า ซึ่งช่วยลดต้นทุนขายและเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นให้กับบริษัท
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ฝ่ายจัดการระบุว่ามีความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยเสริมที่ช่วยให้บริษัทสามารถสร้างกำไรได้อย่างต่อเนื่อง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก:
* **แนวโน้มราคาขายไฟฟ้า:** แม้จะมีความผันผวน แต่ค่า Ft และ FiT เป็นกลไกที่สะท้อนต้นทุนและนโยบายพลังงาน ซึ่งมีแนวโน้มที่จะยังคงเป็นปัจจัยหนุนราคาขายไฟฟ้าในระดับหนึ่ง
* **การขยายกำลังการผลิต:** TGE มีแผนขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายกำลังการผลิตติดตั้งในมือประมาณ 100 เมกะวัตต์ในปี 2566 และตั้งเป้ามากกว่า 200 เมกะวัตต์ภายในปี 2575 จากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดใหม่ๆ โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าขยะชุมชน ซึ่งหากได้รับการคัดเลือกและดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ จะเพิ่มสัดส่วนรายได้จากโรงไฟฟ้าขยะชุมชนเป็น 65% ของรายได้รวม
* **การเข้าสู่ตลาดคาร์บอนเครดิต:** การรุกเข้าสู่ตลาดคาร์บอนเครดิตเป็นการสร้างโอกาสในการเพิ่มรายได้ในอนาคต ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มความต้องการที่เพิ่มขึ้น
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิเติบโต 22.1% YoY:** แตะ 63.0 ล้านบาท จาก 51.7 ล้านบาทใน Q1/65
* **รายได้จากการดำเนินงานเพิ่ม 5.9% YoY:** อยู่ที่ 234.9 ล้านบาท จาก 221.8 ล้านบาทใน Q1/65
* **อัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้น:** อยู่ที่ 36.2% จาก 33.5% ใน Q1/65
* **ต้นทุนวัตถุดิบลดลง:** จากการเข้าสู่ช่วงฤดูผลผลิตปาล์ม
* **เดินหน้าขยายกำลังการผลิต:** มีแผนเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดใหม่ๆ และเข้าสู่ตลาดคาร์บอนเครดิต
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2566 TGE มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 234.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายไฟฟ้า ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของค่า Ft และ FiT รวมถึงการรับรู้รายได้จากสัญญาซื้อขายไฟฟ้าเพิ่มเติมของโรงไฟฟ้า TBP ขนาด 6 เมกะวัตต์ แม้ว่ารายได้จากการขายน้ำและไอน้ำจะลดลง 21.8% เนื่องจากหม้อไอน้ำของ TCP กลับมาใช้งานได้ตามปกติ แต่บริษัทสามารถนำกำลังการผลิตส่วนนี้ไปผลิตไฟฟ้าขายแทนได้
ด้านต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 1.6% สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญมาอยู่ที่ 36.2% จาก 33.5% ในปีก่อนหน้า เนื่องจากราคาขายไฟฟ้าที่สูงขึ้นและต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง
ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงอย่างมากถึง 48.1% YoY เนื่องจากในปีก่อนมีรายการพิเศษจากการตัดจำหน่ายวัตถุดิบที่เสียหายจากเหตุไฟไหม้ ทำให้กำไรสุทธิเติบโตโดดเด่นถึง 22.1% มาอยู่ที่ 63.0 ล้านบาท และอัตรากำไรสุทธิปรับเพิ่มขึ้นเป็น 26.8% จาก 23.3% ในปีก่อน
เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2565 รายได้จากการดำเนินงานลดลง 3.0% เนื่องจากมีการปิดซ่อมบำรุงตามแผนของโรงไฟฟ้า TPG และ TBP ในเดือนมีนาคม แต่กำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.9% และ 5.2% ตามลำดับ โดยมีปัจจัยหลักจากการปรับตัวขึ้นของราคาขายไฟฟ้าและต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลงในช่วงฤดูผลผลิตปาล์ม
## โอกาส
* **การขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด:** TGE มีแผนขยายการลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนประเภทอื่น เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และก๊าซชีวภาพ เพื่อบรรลุเป้าหมายกำลังการผลิตติดตั้งมากกว่า 200 MW ภายในปี 2575
* **โครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชน:** มีโครงการที่ได้รับการคัดเลือกแล้ว 5 โครงการ กำลังการผลิตรวม 39.9 MW และอยู่ระหว่างเตรียมยื่นประมูลอีก 2 โครงการ ซึ่งหากได้รับการคัดเลือกจะเพิ่มกำลังการผลิตรวมเป็น 90 MW ในอีก 3 ปีข้างหน้า และคาดว่าจะมีสัดส่วนรายได้จากโรงไฟฟ้าขยะชุมชนเพิ่มเป็น 65% ของรายได้รวม
* **ตลาดคาร์บอนเครดิต:** การรุกเข้าสู่ตลาดคาร์บอนเครดิตเพื่อตอบสนองแนวโน้มความต้องการในอนาคต
* **การเจรจากับพันธมิตร:** เดินหน้าเจรจากับพันธมิตรทางธุรกิจทั้งในและต่างประเทศเพื่อโอกาสในการเติบโต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้ในไตรมาสนี้ต้นทุนวัตถุดิบจะลดลง แต่ราคาปาล์มอาจมีความผันผวนตามฤดูกาลและปัจจัยตลาดโลก
* **ความล่าช้าของโครงการ:** โครงการโรงไฟฟ้าใหม่ๆ โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าขยะชุมชน อาจมีความเสี่ยงเรื่องความล่าช้าในการก่อสร้างหรือการได้รับใบอนุญาต
* **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ:** การเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือกฎระเบียบด้านพลังงานของภาครัฐอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจ
* **ความเสี่ยงด้านสภาพอากาศ:** เหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น ไฟไหม้ อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและต้นทุน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* ความคืบหน้าของโครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชนทั้ง 5 โครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา และ 2 โครงการที่อยู่ระหว่างการประมูล
* การรับรู้รายได้จากสัญญาซื้อขายไฟฟ้าเพิ่มเติมของโรงไฟฟ้า TBP
* แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของค่า Ft และ FiT
* ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบในช่วงนอกฤดูผลผลิตปาล์ม
* ความคืบหน้าในการเข้าสู่ตลาดคาร์บอนเครดิตและการเจรจากับพันธมิตร
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
TGE ดำเนินธุรกิจหลักด้านการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานชีวมวลและพลังงานขยะชุมชน โดยในไตรมาส 1 ปี 2566 รายได้หลักยังคงมาจาก **การขายไฟฟ้า** คิดเป็น 91.0% ของรายได้จากการดำเนินงาน โดยมีโรงไฟฟ้าชีวมวล 3 โครงการ (TGE, TPG, TBP) กำลังการผลิตรวม 29.7 MW ซึ่งใช้ทะลายปาล์ม เส้นใยปาล์ม รากไม้ และต้นปาล์มเป็นวัตถุดิบ
รายได้จากการขายน้ำและไอน้ำคิดเป็น 8.0% ซึ่งลดลงจากปีก่อน แต่บริษัทสามารถนำกำลังการผลิตส่วนนี้ไปผลิตไฟฟ้าขายแทนได้ ส่วนรายได้จากการให้บริการกำจัดขยะมีสัดส่วนน้อยที่ 0.9% แต่มีแนวโน้มเติบโตตามโครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชนที่จะทยอยเปิดดำเนินการ
การที่ TGE สามารถเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นได้ถึง 2.7% (YoY) มาอยู่ที่ 36.2% เป็นผลมาจากการที่ราคาขายไฟฟ้าปรับตัวสูงขึ้นตามกลไกตลาด (Ft) และนโยบาย (FiT) ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบได้อย่างมีประสิทธิภาพในช่วงฤดูผลผลิตปาล์ม ซึ่งเป็นจุดแข็งสำคัญของบริษัทในกลุ่มพลังงานชีวมวล
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2566 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวม 3,353.8 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.2% จากสิ้นปี 2565 โดยมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือ เชื้อเพลิงและวัสดุสำรองคลังเพิ่มขึ้นจากการสำรองวัตถุดิบในช่วงฤดูผลผลิตปาล์ม ขณะที่ลูกหนี้การค้าลดลง และเงินสดลดลงจากการจ่ายค่าพัฒนาโครงการ
หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,196.0 ล้านบาท ลดลง 5.6% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักมาจากการจ่ายชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินและหนี้สินตามสัญญาเช่า
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 3.0% เป็น 2,157.8 ล้านบาท จากผลประกอบการที่เติบโต
อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.55 เท่า ซึ่งอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE) อยู่ที่ 11.77% และอัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (ROA) อยู่ที่ 7.45% ซึ่งปรับตัวดีขึ้นจากปีก่อน
## สรุปท้าย
TGE โชว์ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 แข็งแกร่งด้วยกำไรสุทธิที่เติบโต 22.1% YoY เป็นผลมาจากปัจจัยบวกด้านราคาขายไฟฟ้าที่สูงขึ้นตามกลไกตลาดและนโยบายพลังงาน รวมถึงต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลงในช่วงฤดูผลผลิตปาล์ม ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและราคาขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทมีโอกาสเติบโตต่อเนื่องจากการขยายกำลังการผลิตในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดใหม่ๆ โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าขยะชุมชน และการเข้าสู่ตลาดคาร์บอนเครดิต อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความคืบหน้าของโครงการต่างๆ และความผันผวนของราคาวัตถุดิบและกฎระเบียบที่อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TGE ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
242.53
ล้านบาท
↓ 2.6% YoY
กำไรขั้นต้น
72.41
ล้านบาท
↓ 12.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
29.85
%
กำไรสุทธิ
51.46
ล้านบาท
↓ 1.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
21.22
%
D/E Ratio
0.33
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
243
↓ -2.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
72
↓ -12.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
51
↓ -1.6%
YoY
D/E Ratio
0.33
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TGE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.33
ROE (%)
8.15
ROA (%)
7.07
Book Value/หุ้น
1.26
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TGE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-173
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+99
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TGE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-173.14
+283.22%
|
-45.18
-69.66%
|
-148.92
-29.01%
|
-209.78
-170.47%
|
297.67
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
98.83
+11.75%
|
88.44
-20.97%
|
111.91
-238.01%
|
-81.09
-31.21%
|
-117.88
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-501.42
-418.36%
|
157.50
-3.52%
|
163.24
-3.91%
|
169.88
-206.98%
|
-158.79
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-478.46
-325.22%
|
212.44
+68.31%
|
126.22
-204.33%
|
-120.98
-676.10%
|
21.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
375.92
-21.13%
|
476.61
-20.09%
|
596.43
+994.97%
|
54.47
+62.74%
|
33.47
+95.39%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
243.66
-35.18%
|
375.92
-21.13%
|
476.61
-20.09%
|
596.43
+994.97%
|
54.47
+62.75%
|