บริษัท ไทย ออโต ทูลส์ แอนด์ ดาย จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.01
0.01 (0.98%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7997 out_tok=2669 at=2026-07-21T17:46:26 -->
# TATG กำไรสุทธิ Q3/67 โต 3.12% รับรายได้บริการ-ชิ้นส่วนรถยนต์ EV หนุน
## รายได้บริการ-ชิ้นส่วนรถยนต์ EV เติบโตโดดเด่น ชดเชยยอดผลิตรถยนต์สันดาปหดตัว ฝ่ายจัดการคุมต้นทุนได้ดี
บริษัท ไทยออโตทูลส์ แอนด์ ดาย จำกัด (มหาชน) หรือ TATG รายงานผลประกอบการงวด 9 เดือนแรกปี 2567 มีกำไรสุทธิ 52.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะลดลง 10.88% โดยปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการบริการออกแบบและผลิต รวมถึงรายได้จากชิ้นส่วนฝาครอบหม้อลมเบรครถยนต์รุ่นใหม่ที่เติบโตสูง ช่วยชดเชยรายได้จากการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์สันดาปที่ลดลงตามปริมาณการผลิตรถยนต์ในประเทศที่ชะลอตัว
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TATG ในงวด 9 เดือนแรกปี 2567 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากการบริการออกแบบและผลิต (เพิ่มขึ้น 61.85%) และรายได้จากการผลิตฝาครอบหม้อลมเบรครถยนต์ (เพิ่มขึ้น 62.22%)** ซึ่งสามารถชดเชยการลดลงของรายได้จากการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์หลัก (ลดลง 21.36%) ได้อย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้กำไรสุทธิโดยรวมยังคงเติบโตได้ 3.12%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้จากการบริการออกแบบและผลิต เกิดจากการที่ลูกค้าผู้ผลิตรถยนต์เริ่มออกรถยนต์รุ่นใหม่ๆ หลังจากที่ชะลอตัวไปในช่วงก่อนหน้า ทำให้มีความต้องการบริการออกแบบและผลิตเครื่องมือสำหรับรถยนต์รุ่นใหม่เพิ่มขึ้น ขณะที่รายได้จากฝาครอบหม้อลมเบรครถยนต์ที่เพิ่มขึ้น มาจากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นสำหรับรถยนต์รุ่นใหม่เช่นกัน ซึ่งสะท้อนถึงการปรับตัวของบริษัทฯ เข้าสู่การผลิตชิ้นส่วนสำหรับรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่มีความต้องการสูง
ในทางกลับกัน รายได้จากการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์หลักลดลง เนื่องจากปริมาณการผลิตรถยนต์เพื่อจำหน่ายในประเทศปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (คาดการณ์ปี 2567 ลดลง 19.78% จากปีก่อน) ตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว กำลังซื้ออ่อนแอ และหนี้ครัวเรือนสูง อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ สามารถควบคุมต้นทุนขายและบริการได้ดี โดยลดลง 11.79% สอดคล้องกับยอดขายที่ลดลง รวมถึงการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ทำให้ภาพรวมกำไรสุทธิยังคงเติบโตได้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการระบุว่าบริษัทฯ มีแผนเพิ่มสัดส่วนรายได้จากการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เนื่องจากชิ้นส่วนรถยนต์ EV และรถยนต์สันดาปไม่ได้แตกต่างกันมากนัก ประกอบกับการที่ลูกค้าผู้ผลิตรถยนต์เริ่มออกรถยนต์รุ่นใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลดีต่อรายได้จากการบริการออกแบบและผลิต รวมถึงชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าอาจส่งผลกระทบต่อรายได้ในระยะยาวหากบริษัทฯ ไม่สามารถปรับตัวได้ทัน แต่ในระยะสั้นถึงกลาง การออกรถยนต์รุ่นใหม่ๆ และการขยายสู่ชิ้นส่วน EV ยังเป็นปัจจัยบวกที่น่าจะสนับสนุนผลประกอบการได้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2567 เติบโต 3.12%** อยู่ที่ 52.56 ล้านบาท จาก 50.97 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมลดลง 10.88%** อยู่ที่ 2,040.37 ล้านบาท จาก 2,289.49 ล้านบาท โดยหลักมาจากรายได้ชิ้นส่วนรถยนต์หลักที่ลดลง
* **รายได้จากการบริการออกแบบและผลิตเพิ่มขึ้น 61.85%** เป็น 227.19 ล้านบาท และ **รายได้ฝาครอบหม้อลมเบรครถยนต์เพิ่มขึ้น 62.22%** เป็น 223.81 ล้านบาท
* **ต้นทุนขายและบริการลดลง 11.79%** สอดคล้องกับยอดขายที่ลดลง
* **อัตรากำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้น** จาก 2.23% เป็น 2.58%
* **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 1.39%** จากการเพิ่มขึ้นของมูลค่างานที่แล้วเสร็จแต่ยังไม่เรียกเก็บ
* **ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 5.77%** จากการเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิ
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2567 บริษัทฯ มีรายได้รวม 2,040.37 ล้านบาท ลดลง 10.88% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของรายได้จากการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์หลัก 393.74 ล้านบาท คิดเป็น 21.36% เนื่องจากปริมาณการสั่งซื้อของลูกค้าลดลง และรายได้จากการขายเศษวัตถุดิบลดลง 18.46% อย่างไรก็ตาม รายได้จากการผลิตฝาครอบหม้อลมเบรครถยนต์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 85.84 ล้านบาท หรือ 62.22% จากคำสั่งซื้อรถยนต์รุ่นใหม่ และรายได้จากการบริการออกแบบและผลิตเพิ่มขึ้น 86.82 ล้านบาท หรือ 61.85% จากการที่ลูกค้าผู้ผลิตรถยนต์เริ่มออกรถยนต์รุ่นใหม่
ต้นทุนขายและบริการลดลง 11.79% สอดคล้องกับยอดขายที่ลดลง ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่าย และค่าใช้จ่ายในการบริหารมีการปรับลดลงเช่นกัน ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2567 เพิ่มขึ้น 3.12% เป็น 52.56 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้นจาก 2.23% เป็น 2.58%
## โอกาส
* **การออกรถยนต์รุ่นใหม่:** การที่ลูกค้าผู้ผลิตรถยนต์เริ่มออกรถยนต์รุ่นใหม่ๆ จะช่วยเพิ่มความต้องการบริการออกแบบและผลิตเครื่องมือ ตลอดจนชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้อง
* **การผลิตชิ้นส่วนสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV):** บริษัทฯ มีแผนเพิ่มสัดส่วนรายได้จากการผลิตชิ้นส่วนสำหรับรถยนต์ EV ซึ่งเป็นตลาดที่มีแนวโน้มเติบโตสูง
* **การลงทุนในเครื่องจักรและเทคโนโลยีใหม่:** การลงทุนในเครื่องจักรและเทคโนโลยีการผลิตใหม่ๆ เช่น หุ่นยนต์ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต คุณภาพสินค้า และลดต้นทุนในระยะยาว
* **การติดตั้ง Solar Rooftop:** การใช้พลังงานทดแทนช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้า และสนับสนุนการดำเนินงานด้านความยั่งยืน
## ความเสี่ยง
* **การเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV):** การที่อุตสาหกรรมรถยนต์เปลี่ยนผ่านสู่ EV อย่างรวดเร็ว อาจส่งผลกระทบต่อรายได้จากการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์สันดาปในระยะยาว หากบริษัทฯ ไม่สามารถปรับตัวเข้ากับความต้องการของตลาด EV ได้ทัน
* **ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว:** เศรษฐกิจในประเทศที่ยังชะลอตัว กำลังซื้ออ่อนแอ และหนี้ครัวเรือนสูง ส่งผลกระทบต่อปริมาณการผลิตและการขายรถยนต์ในประเทศ
* **การลงทุนในเครื่องจักรระยะเริ่มต้น:** การลงทุนในเครื่องจักรและเทคโนโลยีใหม่ๆ ในช่วงเริ่มต้นอาจส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของยอดขายและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นในระยะสั้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มคำสั่งซื้อชิ้นส่วนรถยนต์ EV:** ติดตามการเพิ่มขึ้นของสัดส่วนรายได้จากชิ้นส่วนรถยนต์ EV ว่าจะเป็นไปตามแผนหรือไม่
* **การออกรถยนต์รุ่นใหม่ของลูกค้า:** ประเมินผลกระทบจากการออกรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ต่อรายได้จากการบริการออกแบบและผลิต รวมถึงชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้อง
* **ผลกระทบจากการลงทุนในเครื่องจักร:** ติดตามผลลัพธ์ของการลงทุนในเครื่องจักรและเทคโนโลยีใหม่ๆ ต่อประสิทธิภาพการผลิตและค่าใช้จ่าย
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** แม้ปัจจุบันต้นทุนวัตถุดิบจะลดลงตามยอดขาย แต่ควรจับตาแนวโน้มราคาวัตถุดิบในอนาคต
* **การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม:** ประเมินความสามารถของบริษัทฯ ในการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและอุปสงค์ในอุตสาหกรรมยานยนต์
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization โดยตรง แต่จากปริมาณการผลิตรถยนต์ในประเทศที่ลดลง อาจส่งผลต่อ Utilization ในส่วนการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์สันดาป
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุ Order Book โดยตรง แต่รายได้จากการบริการออกแบบและผลิตที่เพิ่มขึ้น บ่งชี้ถึงการมีคำสั่งซื้อใหม่ๆ เข้ามา
* **ราคาวัตถุดิบ:** ต้นทุนขายและบริการลดลง สอดคล้องกับยอดขายที่ลดลง ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการลดลงของต้นทุนวัตถุดิบ
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ไม่ได้ระบุแยก แต่เห็นได้จากอัตรากำไรสุทธิที่ปรับตัวดีขึ้น
* **การส่งออก:** การผลิตเพื่อส่งออกคาดการณ์ใกล้เคียงปีก่อน แสดงว่ายังคงเป็นตลาดที่สำคัญ แต่การผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
* **ค่าเงิน:** ไม่ได้กล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **สินค้าคงคลัง:** ไม่ได้ระบุข้อมูลสินค้าคงคลัง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2567 สินทรัพย์รวมของบริษัทฯ อยู่ที่ 2,246.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.39% จากสิ้นปี 2566 โดยส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นจากมูลค่างานที่แล้วเสร็จแต่ยังไม่เรียกเก็บของงานบริการ หนี้สินรวมลดลง 1.68% มาอยู่ที่ 1,282.81 ล้านบาท โดยหลักลดลงจากเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 5.77% เป็น 963.74 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิในงวดปัจจุบัน อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ เช่น ROE และ ROA ปรับตัวดีขึ้น สะท้อนถึงความสามารถในการทำกำไรที่เพิ่มขึ้น
## สรุปท้าย
TATG ในงวด 9 เดือนแรกปี 2567 สามารถพลิกฟื้นกำไรสุทธิให้เติบโตได้ 3.12% แม้รายได้รวมจะลดลง จากการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ และการเติบโตอย่างโดดเด่นของรายได้จากการบริการออกแบบและผลิต รวมถึงชิ้นส่วนฝาครอบหม้อลมเบรครถยนต์รุ่นใหม่ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีของการปรับตัวเข้าสู่ตลาดรถยนต์รุ่นใหม่และ EV อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรม EV และภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงเป็นปัจจัยกดดัน จำเป็นต้องติดตามความสามารถในการปรับตัวและกลยุทธ์ของบริษัทฯ ในระยะยาวอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TATG ไตรมาส 3/2567
รายได้รวม
607.18
ล้านบาท
↓ 69.7% YoY
กำไรขั้นต้น
62.71
ล้านบาท
↓ 71.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
10.33
%
กำไรสุทธิ
15.14
ล้านบาท
↓ 75.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.49
%
D/E Ratio
0.88
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
607
↓ -69.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
63
↓ -71.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
15
↓ -75.8%
YoY
D/E Ratio
0.88
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TATG
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้รวม | — |
607.18
-69.66%
|
2,001.36
|
| กำไรขั้นต้น | — |
62.71
-71.84%
|
222.67
|
| ค่าใช้จ่ายรวม | — |
40.05
-64.78%
|
113.70
|
| กำไรสุทธิ | — |
15.14
-75.81%
|
62.59
|
| กำไรต่อหุ้น | — |
0.04
-75.64%
|
0.16
|
| อัตรากำไรขั้นต้น(%) | — |
10.33
-7.19%
|
11.13
|
| อัตราค่าใช้จ่าย(%) | — |
6.60
+16.20%
|
5.68
|
| อัตรากำไรสุทธิ(%) | — |
2.49
-20.45%
|
3.13
|
| กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ | — |
0.00
|
0.00
|
| ROE(%) | — |
6.86
-2.00%
|
7.00
|
| ROA(%) | — |
5.71
-0.87%
|
5.76
|
| หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น | — |
0.88
-16.19%
|
1.05
|
| P/E | — |
4.82
-50.77%
|
9.79
|
| P/BV | — |
0.34
-22.73%
|
0.44
|
| BV | — |
2.79
+4.49%
|
2.67
|
| YIELD(%) | — |
7.45
+7.50%
|
6.93
|
| ราคาหุ้น | — |
0.94
-20.34%
|
1.18
|
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.88
ROE (%)
6.86
ROA (%)
5.71
Book Value/หุ้น
2.85
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TATG
| รายการ | 2569 | 2568 |
|---|---|---|
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | — |
691.70
-8.38%
|
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | — |
1,467.96
-2.23%
|
| รวมสินทรัพย์ | — |
2,159.66
-4.29%
|
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | — |
708.98
-18.35%
|
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | — |
302.01
+5.81%
|
| รวมหนี้สิน | — |
1,010.98
-12.38%
|
| รวมส่วนของเจ้าของ | — |
1,148.68
+4.17%
|
| D/E | — |
0.88
|
| อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น | — |
6.86
|
| อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ | — |
5.71
|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง | — |
0.98
|
| อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว | — |
0.74
|
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย | — |
74.71
|
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย | — |
18.18
|
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า | — |
73.09
|
| วงจรเงินสด | — |
19.80
|
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-2
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+15
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TATG
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 |
|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1.94
-121.02%
|
9.23
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
15.41
-202.87%
|
-14.98
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
26.77
+3.20%
|
25.94
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
40.23
+99.26%
|
20.19
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
22.94
+746.49%
|
2.71
-93.85%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
10.63
-53.66%
|
22.94
+746.28%
|