บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุก่อสร้าง
14.70
0.40 (2.65%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4520 out_tok=2395 at=2026-07-26T07:19:08 -->
# TASCO กำไรสุทธิปี 64 หดตัว 38% เหตุยอดขายต่างประเทศวูบ แม้ราคาแอสฟัลต์พุ่ง
## รายได้รวมวูบ 6.5% รับผลกระทบโควิด-19 และกลยุทธ์เลือกตลาด ขณะที่ราคาแอสฟัลต์ปรับขึ้นช่วยลดแรงกดดัน
บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) หรือ TASCO รายงานผลประกอบการปี 2564 มีกำไรสุทธิหลังหักภาษี 2,220 ล้านบาท ลดลง 38.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่ทำได้ 3,592 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายและบริการที่ลดลง 6.53% แม้ว่าราคาแอสฟัลต์จะปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมันโลกก็ตาม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ TASCO ในปี 2564 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **ยอดขายและบริการที่ลดลง 6.53%** โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศบางประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้รวม แม้ว่าราคาขายยางมะตอยทุกประเภทจะปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมันโลก ซึ่งช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้นให้ดีขึ้นเมื่อเทียบกับต้นทุนสินค้าคงคลัง
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า ยอดขายที่ลดลงมีสาเหตุหลักมาจาก **กลยุทธ์การเลือกตลาด (selective market)** ของบริษัทฯ ประกอบกับ **ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19** ที่ส่งผลต่อประเทศในกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้ปริมาณการขายในบางตลาดลดลง อย่างไรก็ตาม ราคาขายยางมะตอยที่ปรับตัวสูงขึ้น เป็นไปในทิศทางเดียวกับราคาน้ำมันในตลาดโลกตลอดทั้งปี ช่วยชดเชยผลกระทบจากยอดขายที่ลดลงได้บางส่วน ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มสูงขึ้นจากการที่ราคาขายเฉลี่ยยางมะตอยปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเทียบกับต้นทุนสินค้าคงเหลือ
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้บันทึก **ขาดทุนจากการทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงราคาสินค้าจำนวน 1,048 ล้านบาท** ซึ่งเป็นผลมาจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น เทียบกับปีก่อนที่บันทึกกำไรจากการทำสัญญาดังกล่าวจำนวน 803 ล้านบาท ซึ่งรายการนี้ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิโดยรวม
ในระหว่างไตรมาสที่ 1/2564 บริษัทฯ ได้เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทที่เกี่ยวโยงกันและบริษัทย่อย ทำให้บริษัทดังกล่าวเปลี่ยนสถานะจากบริษัทร่วมเป็นบริษัทย่อย ส่งผลให้บริษัทฯ บันทึกรายได้และต้นทุนจากสัญญาก่อสร้างถนนและเส้นทางในสนามบินเข้ามาในงบการเงิน ซึ่งเป็นปัจจัยที่เข้ามาเสริมรายได้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร **ยังไม่ชัดเจนว่าจะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่** โดยฝ่ายจัดการระบุถึงกลยุทธ์การเลือกตลาด ซึ่งอาจส่งผลต่อปริมาณการขายในอนาคต และผลกระทบจากโควิด-19 ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม การปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันโลกและยางมะตอยมีแนวโน้มที่จะส่งผลดีต่ออัตรากำไรขั้นต้น หากบริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนและปริมาณการขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2564 ลดลง 38.2%** อยู่ที่ 2,220 ล้านบาท จาก 3,592 ล้านบาทในปี 2563
* **รายได้จากการขายและบริการลดลง 6.53%** อยู่ที่ 24,447 ล้านบาท จาก 26,155 ล้านบาทในปี 2563
* **ราคาขายยางมะตอยปรับตัวสูงขึ้น** สอดคล้องกับราคาน้ำมันโลก ช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้น
* **บันทึกขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยงราคาสินค้า 1,048 ล้านบาท** จากราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้น
* **กระแสเงินสดจากการดำเนินงานลดลง** อยู่ที่ 4,009 ล้านบาท จาก 5,591 ล้านบาทในปี 2563
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) อยู่ในระดับต่ำที่ 0.56** เพิ่มขึ้นจาก 0.42 ในปี 2563
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 TASCO มีรายได้จากการขายและบริการรวม 24,447 ล้านบาท ลดลง 6.53% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการที่บริษัทฯ ใช้กลยุทธ์การเลือกตลาดในบางประเทศ และผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างไรก็ตาม ราคาขายยางมะตอยทุกประเภทมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นไปในทิศทางเดียวกับราคาน้ำมันในตลาดโลกตลอดทั้งปี
ต้นทุนขายและบริการอยู่ที่ 19,723 ล้านบาท คิดเป็น 80.68% ของรายได้จากการขายและบริการ ซึ่งลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนที่ 81.83% ของรายได้จากการขายและบริการ อัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มสูงขึ้นมาจากการที่ราคาขายเฉลี่ยยางมะตอยปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเทียบกับต้นทุนสินค้าคงเหลือ
ค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหารรวมอยู่ที่ 1,354 ล้านบาท (170 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการขาย และ 1,184 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการบริหาร) คิดเป็น 0.63% และ 4.38% ของรายได้จากการขายและบริการตามลำดับ ซึ่งมีการควบคุมอย่างเข้มงวด
บริษัทฯ ได้รับค่าสินไหมทดแทนจากเหตุการณ์เพลิงไหม้ในปี 2561 จากบริษัทประกันภัยจำนวน 271 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการที่เข้ามาช่วยเสริมรายได้
กำไรสุทธิหลังหักภาษีสำหรับปี 2564 อยู่ที่ 2,220 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 1.41 บาท เทียบกับกำไรต่อหุ้น 2.28 บาทสำหรับปี 2563
## โอกาส
* **ราคายางมะตอยที่ปรับตัวสูงขึ้น:** เป็นปัจจัยบวกต่ออัตรากำไรขั้นต้น หากสามารถบริหารจัดการต้นทุนและปริมาณการขายได้ดี
* **การบันทึกรายได้และต้นทุนจากสัญญาก่อสร้างสนามบิน:** จากการที่บริษัทฯ เข้าไปมีอำนาจควบคุมบริษัทย่อยเพิ่มขึ้น จะช่วยเสริมรายได้และผลประกอบการ
* **การควบคุมค่าใช้จ่าย:** ฝ่ายจัดการมีการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหารอย่างเข้มงวด ซึ่งช่วยเพิ่มอัตรากำไรจากการดำเนินงาน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบ:** ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนวัตถุดิบและราคายางมะตอย รวมถึงผลกระทบจากการทำสัญญาป้องกันความเสี่ยง
* **ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19:** ยังคงเป็นปัจจัยกดดันต่อยอดขายในบางตลาด โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
* **กลยุทธ์การเลือกตลาด:** อาจส่งผลต่อปริมาณการขายโดยรวม หากไม่สามารถหาตลาดทดแทนที่มีศักยภาพได้
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะไม่ได้ระบุชัดเจนในเอกสาร แต่การดำเนินธุรกิจในต่างประเทศย่อมมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาน้ำมันดิบและยางมะตอยในตลาดโลก
* การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และผลกระทบจากโควิด-19
* ประสิทธิภาพของกลยุทธ์การเลือกตลาด และการหาตลาดใหม่ๆ
* ผลประกอบการจากสัญญาก่อสร้างสนามบินที่เข้ามาในงบการเงิน
* การบริหารจัดการต้นทุนสินค้าคงคลังและการป้องกันความเสี่ยงราคาสินค้า
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
แม้ว่า TASCO จะอยู่ในกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับวัสดุก่อสร้าง (ยางมะตอย) แต่เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุถึงการดำเนินธุรกิจในภาคอสังหาริมทรัพย์โดยตรง เช่น การพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย การโอนกรรมสิทธิ์ (presale, backlog) หรือรายได้ค่าเช่า อย่างไรก็ตาม มีการกล่าวถึงการบันทึกรายได้และต้นทุนจากสัญญาก่อสร้างถนนและเส้นทางในสนามบิน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานของบริษัทฯ อยู่ที่ 4,009 ล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนที่ 5,591 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากผลกำไรสุทธิที่ลดลง
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นรวม (D/E Ratio) อยู่ในระดับต่ำที่ 0.56 เพิ่มขึ้นจาก 0.42 ในปี 2563 โดยมีสาเหตุมาจากยอดเงินทุนหมุนเวียนเพื่อใช้ในกิจการและสินค้าคงคลังที่สูงขึ้น
## สรุปท้าย
ปี 2564 เป็นปีที่ TASCO เผชิญความท้าทายจากยอดขายที่ลดลงในตลาดต่างประเทศ แม้ว่าราคาขายยางมะตอยจะปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมันโลก ซึ่งช่วยประคองอัตรากำไรขั้นต้นไว้ได้ แต่การบันทึกขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยงราคาสินค้า และผลกระทบจากโควิด-19 ยังคงเป็นปัจจัยกดดันสำคัญต่อกำไรสุทธิที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม การควบคุมค่าใช้จ่ายและโอกาสจากการรับรู้รายได้จากสัญญาก่อสร้างสนามบิน รวมถึงการที่ D/E Ratio ยังอยู่ในระดับต่ำ เป็นปัจจัยที่ต้องจับตาว่าบริษัทฯ จะสามารถพลิกฟื้นผลประกอบการให้กลับมาเติบโตได้ในอนาคตหรือไม่ ท่ามกลางความผันผวนของราคาพลังงานและสภาวะเศรษฐกิจโลก
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TASCO ไตรมาส 3/2024
รายได้รวม
7,046.55
ล้านบาท
↓ 9.9% YoY
กำไรขั้นต้น
392.63
ล้านบาท
↓ 54.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
5.57
%
กำไรสุทธิ
112.72
ล้านบาท
↓ 80.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.60
%
D/E Ratio
0.59
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
7,047
↓ -9.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
393
↓ -54.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
113
↓ -80.4%
YoY
D/E Ratio
0.59
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TASCO
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.59
ROE (%)
7.68
ROA (%)
6.85
Book Value/หุ้น
8.86
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TASCO
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+2,063
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+89
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TASCO
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
2,063.43
-12.80%
|
2,366.20
+454.33%
|
426.86
-76.86%
|
1,844.50
+11.21%
|
1,658.56
-70.13%
|
5,552.92
-12.18%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
89.15
-77.81%
|
401.69
+446.81%
|
73.46
-113.94%
|
-527.15
+413.44%
|
-102.67
-86.13%
|
-740.16
-39.31%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-2,184.20
-22.54%
|
-2,819.95
+47.60%
|
-1,910.59
-31.65%
|
-2,795.22
-41.02%
|
-4,739.13
-3.49%
|
-4,910.59
+19.80%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
242.63
-36.63%
|
382.87
-42.22%
|
662.58
-141.67%
|
-1,590.24
-49.44%
|
-3,144.98
+2,716.82%
|
-111.65
-112.46%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,846.31
-38.49%
|
3,001.57
+15.29%
|
2,603.49
+68.99%
|
1,540.62
-18.39%
|
1,887.76
-5.58%
|
1,999.42
+81.15%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,737.24
-5.91%
|
1,846.31
-38.49%
|
3,001.57
+15.29%
|
2,603.49
+68.99%
|
1,540.62
-18.39%
|
1,887.76
-5.58%
|