บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุก่อสร้าง
14.70
0.40 (2.65%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4209 out_tok=2315 at=2026-07-26T07:39:48 -->
# TASCO กำไร Q3/2564 ดิ่ง 79.7% รับยอดขายยางมะตอยวูบ-ต้นทุนพุ่ง
## รายได้-กำไรหดตัวแรง YoY เหตุเลือกตลาด-ต้นทุนน้ำมันดิบพุ่งกระทบมาร์จิ้น ขณะรับค่าสินไหมเพลิงไหม้
บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) หรือ TASCO รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิหลังหักภาษี 378 ล้านบาท ลดลงถึง 79.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากยอดขายยางมะตอยที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับต้นทุนการขายที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นหดตัวลงอย่างมาก อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้รับค่าสินไหมทดแทนส่วนสุดท้ายจากเหตุเพลิงไหม้ในปี 2561 ซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบได้บางส่วน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ TASCO ในไตรมาส 3 ปี 2564 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่ **1) ยอดขายยางมะตอยที่ลดลงอย่างมาก** และ **2) ต้นทุนการขายที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง**
### 1) หัวใจคืออะไร
ปัจจัยหลักที่ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง 79.7% YoY มาจากรายได้จากการขายและบริการที่ลดลง 27.9% อยู่ที่ 6,187 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจาก **ยอดขายยางมะตอยที่ลดลง** ซึ่งเป็นผลจากการปรับกลยุทธ์การเลือกตลาดในต่างประเทศ ประกอบกับผลกระทบระยะยาวจากสถานการณ์โควิด-19 นอกจากนี้ **ต้นทุนการขายและบริการยังปรับตัวสูงขึ้น** จาก 70.7% ของรายได้ในปี 2563 เป็น 83.7% ของรายได้ในปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักมาจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ และบริษัทยังต้องบันทึกขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยง (Hedging Loss) จำนวน 204 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การที่ยอดขายยางมะตอยลดลง เกิดจากการที่บริษัทฯ **ปรับกลยุทธ์การเลือกตลาดขายในต่างประเทศ** ซึ่งอาจหมายถึงการเน้นตลาดที่มีกำไรสูงขึ้น หรือการลดการขายในตลาดที่อาจมีความเสี่ยงหรือกำไรต่ำลง ประกอบกับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังคงส่งผลต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการก่อสร้างในหลายประเทศ ส่วนการที่ต้นทุนการขายสูงขึ้นนั้น เป็นผลโดยตรงจาก **ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง** ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตยางมะตอย เมื่อต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้นโดยที่ราคาขายอาจปรับขึ้นตามไม่ทัน หรือมีข้อจำกัดในการปรับราคาขาย ก็จะส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น นอกจากนี้ การที่บริษัทฯ มีการทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงด้านราคาสินค้า (Hedging) เมื่อราคาน้ำมันดิบผันผวน ก็อาจทำให้เกิดผลขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยงได้ ดังที่เกิดขึ้นในไตรมาสนี้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร **ยังไม่ชัดเจนว่าปัจจัยเหล่านี้จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่** การปรับกลยุทธ์การเลือกตลาดอาจส่งผลต่อปริมาณการขายในระยะสั้น แต่หากเป็นการเลือกตลาดที่ให้ผลตอบแทนดีขึ้น ก็อาจเป็นผลดีในระยะยาว ส่วนผลกระทบจากราคาน้ำมันดิบนั้น เป็นปัจจัยที่ผันผวนตามตลาดโลก และฝ่ายจัดการไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับแนวโน้มราคาในอนาคต หรือ Guidance เกี่ยวกับต้นทุนการขายในไตรมาสถัดไป อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทฯ ได้รับค่าสินไหมทดแทนส่วนสุดท้ายจากเหตุเพลิงไหม้ในปี 2561 เป็นจำนวน 271 ล้านบาท ถือเป็นรายการพิเศษที่เข้ามาช่วยเสริมผลประกอบการในไตรมาสนี้ แต่ไม่ใช่ปัจจัยหลักจากการดำเนินงานปกติ
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 79.7% YoY:** อยู่ที่ 378 ล้านบาท จาก 1,862 ล้านบาทใน Q3/2563
* **รายได้จากการขายและบริการลดลง 27.9% YoY:** อยู่ที่ 6,187 ล้านบาท
* **ต้นทุนการขายพุ่งสูงขึ้น:** คิดเป็น 83.7% ของรายได้ จาก 70.7% ในปีก่อน
* **อัตรากำไรขั้นต้นหดตัว:** จากผลกระทบราคาน้ำมันดิบและขาดทุน Hedging 204 ล้านบาท
* **รับค่าสินไหมทดแทน 271 ล้านบาท:** จากเหตุเพลิงไหม้ปี 2561
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายและบริการรวม 6,187 ล้านบาท ลดลง 27.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากยอดขายยางมะตอยที่ลดลงจากการปรับกลยุทธ์การเลือกตลาดในต่างประเทศ และผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ในขณะที่ต้นทุนการขายและบริการอยู่ที่ 5,182 ล้านบาท คิดเป็น 83.7% ของรายได้ เพิ่มขึ้นจาก 70.7% ในปีก่อน เนื่องจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง และมีการบันทึกขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยงจำนวน 204 ล้านบาท ทำให้กำไรสุทธิหลังหักภาษีอยู่ที่ 378 ล้านบาท ลดลง 79.7% เมื่อเทียบกับ 1,862 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2563
## โอกาส
* **การปรับกลยุทธ์การเลือกตลาด:** แม้จะส่งผลให้ยอดขายลดลงในระยะสั้น แต่หากเป็นการเลือกตลาดที่ให้ผลตอบแทนที่ดีขึ้น ก็อาจเป็นโอกาสในการเพิ่มความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว
* **การรับค่าสินไหมทดแทน:** การได้รับค่าสินไหมทดแทนส่วนสุดท้ายจากเหตุเพลิงไหม้จำนวน 271 ล้านบาท ช่วยเสริมสภาพคล่องและผลประกอบการในไตรมาสนี้
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบ:** เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไรของบริษัทฯ
* **สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19:** ยังคงส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการก่อสร้างในหลายประเทศ ซึ่งอาจกระทบต่ออุปสงค์ยางมะตอย
* **การปรับกลยุทธ์การเลือกตลาด:** หากไม่สามารถหาตลาดใหม่ที่ทดแทนได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณการขายในระยะยาว
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก และผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต
* ความคืบหน้าในการปรับกลยุทธ์การเลือกตลาด และผลต่อปริมาณการขายและอัตรากำไร
* ผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ต่ออุตสาหกรรมก่อสร้างและอุปสงค์ยางมะตอย
* การบริหารจัดการความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนและราคาสินค้าโภคภัณฑ์
* การรับรู้รายได้จากโครงการต่างๆ และการบริหารจัดการ Backlog (หากมีข้อมูล)
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในฐานะผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยางมะตอย TASCO ได้รับผลกระทบโดยตรงจากราคาวัตถุดิบหลักคือ **ราคาน้ำมันดิบ** ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไรขั้นต้น ในไตรมาสนี้ ราคาขายผลิตภัณฑ์ยางมะตอยปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ แต่ต้นทุนที่สูงขึ้นกว่านั้นส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ การที่บริษัทฯ มีการปรับกลยุทธ์การเลือกตลาดขายในต่างประเทศ อาจส่งผลต่อปริมาณการขายโดยรวม แต่หากเป็นการเลือกตลาดที่ให้ผลตอบแทนที่ดีขึ้น ก็อาจเป็นผลดีต่อกำไรในระยะยาว เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับ Backlog หรือการเปิดโครงการใหม่โดยตรง แต่การดำเนินธุรกิจของ TASCO ขึ้นอยู่กับอุปสงค์ในภาคการก่อสร้าง ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์เศรษฐกิจและโควิด-19
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานในไตรมาส 3 ปี 2564 อยู่ที่ 883 ล้านบาท ลดลงจาก 2,358 ล้านบาทในปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากกำไรสุทธิที่ลดลง อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.69 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 0.60 ในปีก่อน เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินทุนหมุนเวียนเพื่อจัดซื้อน้ำมันดิบ
## สรุปท้าย
TASCO เผชิญแรงกดดันอย่างหนักในไตรมาส 3 ปี 2564 จากยอดขายยางมะตอยที่ลดลงและการพุ่งขึ้นของต้นทุนน้ำมันดิบ ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นหดตัวอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะได้รับค่าสินไหมทดแทนเข้ามาช่วยบรรเทาผลกระทบ แต่ปัจจัยหลักจากการดำเนินงานยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตา โดยเฉพาะความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและทิศทางของอุปสงค์ในตลาดต่างประเทศ ซึ่งจะส่งผลต่อผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TASCO ไตรมาส 3/2024
รายได้รวม
7,046.55
ล้านบาท
↓ 9.9% YoY
กำไรขั้นต้น
392.63
ล้านบาท
↓ 54.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
5.57
%
กำไรสุทธิ
112.72
ล้านบาท
↓ 80.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.60
%
D/E Ratio
0.59
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
7,047
↓ -9.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
393
↓ -54.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
113
↓ -80.4%
YoY
D/E Ratio
0.59
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TASCO
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.59
ROE (%)
7.68
ROA (%)
6.85
Book Value/หุ้น
8.86
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TASCO
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+2,063
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+89
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TASCO
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
2,063.43
-12.80%
|
2,366.20
+454.33%
|
426.86
-76.86%
|
1,844.50
+11.21%
|
1,658.56
-70.13%
|
5,552.92
-12.18%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
89.15
-77.81%
|
401.69
+446.81%
|
73.46
-113.94%
|
-527.15
+413.44%
|
-102.67
-86.13%
|
-740.16
-39.31%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-2,184.20
-22.54%
|
-2,819.95
+47.60%
|
-1,910.59
-31.65%
|
-2,795.22
-41.02%
|
-4,739.13
-3.49%
|
-4,910.59
+19.80%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
242.63
-36.63%
|
382.87
-42.22%
|
662.58
-141.67%
|
-1,590.24
-49.44%
|
-3,144.98
+2,716.82%
|
-111.65
-112.46%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,846.31
-38.49%
|
3,001.57
+15.29%
|
2,603.49
+68.99%
|
1,540.62
-18.39%
|
1,887.76
-5.58%
|
1,999.42
+81.15%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,737.24
-5.91%
|
1,846.31
-38.49%
|
3,001.57
+15.29%
|
2,603.49
+68.99%
|
1,540.62
-18.39%
|
1,887.76
-5.58%
|