บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุก่อสร้าง
14.70
0.40 (2.65%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3370 out_tok=2113 at=2026-07-26T07:53:03 -->
# KAMART กำไร Q3/2566 พุ่ง 63.86% รับยอดขายเครื่องสำอาง-สินค้าอุปโภคโต
## รายได้จากการขายโต 25.67% หนุนกำไรสุทธิพุ่ง 143.51 ล้านบาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายบริหารลดลงเล็กน้อย
บริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ KAMART รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 143.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 63.86% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากการขายสินค้าประเภทเครื่องสำอางและสินค้าอุปโภคที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการเติบโตโดดเด่นในไตรมาสนี้
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ KAMART ในไตรมาส 3 ปี 2566 ให้เติบโตถึง 63.86% (เพิ่มขึ้น 55.93 ล้านบาท เป็น 143.51 ล้านบาท) มาจาก **การเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการขาย** โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มเครื่องสำอางและสินค้าอุปโภค ซึ่งเติบโตถึง 25.67% (เพิ่มขึ้น 128.10 ล้านบาท เป็น 627.18 ล้านบาท) ควบคู่ไปกับการ **ลดลงของขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน** ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของค่าใช้จ่ายบริหารที่ลดลง
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้จากการขายสะท้อนถึงความต้องการสินค้าในกลุ่มเครื่องสำอางและสินค้าอุปโภคที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจมาจากปัจจัยด้านกำลังซื้อของผู้บริโภค หรือความสำเร็จของกลยุทธ์การตลาดและการส่งเสริมการขายของบริษัทฯ ในช่วงที่ผ่านมา การที่ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่น้อยกว่ารายได้ (15.78% เทียบกับ 25.67%) แสดงถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้ดีขึ้น
นอกจากนี้ การที่ค่าใช้จ่ายบริหารโดยรวมลดลงเล็กน้อย แม้จะมีค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้นจากการโฆษณาและส่งเสริมการขาย (เพิ่มขึ้น 9.11 ล้านบาท) และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน (เพิ่มขึ้น 4.17 ล้านบาท) แต่ปัจจัยที่ช่วยชดเชยคือ **การขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ลดลงถึง 13.03 ล้านบาท** ซึ่งส่งผลดีต่อกำไรสุทธิโดยตรง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร **ยังไม่สามารถประเมินได้อย่างชัดเจนว่าการเติบโตของรายได้จากการขายจะเกิดขึ้นต่อเนื่องในลักษณะเดียวกัน** เนื่องจากไม่ได้ระบุถึงปัจจัยเชิงโครงสร้างหรือแผนการดำเนินงานที่จะสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทฯ มีการเพิ่มค่าใช้จ่ายในการขายและส่งเสริมการขาย อาจบ่งชี้ถึงความตั้งใจที่จะรักษาโมเมนตัมการเติบโตของยอดขายไว้
ส่วนการลดลงของขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนนั้น **มีลักษณะเป็นครั้งคราว** เนื่องจากขึ้นอยู่กับความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก ดังนั้น การเติบโตของกำไรในไตรมาสนี้จึงมีส่วนประกอบที่เกิดจากการดำเนินงานปกติ (ยอดขาย) และส่วนที่เกิดจากปัจจัยภายนอกที่ผันผวน (อัตราแลกเปลี่ยน)
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิโต 63.86% YoY:** อยู่ที่ 143.51 ล้านบาท จาก 87.58 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขายเพิ่ม 25.67% YoY:** อยู่ที่ 627.18 ล้านบาท หนุนโดยยอดขายเครื่องสำอางและสินค้าอุปโภค
* **ต้นทุนขายและบริการเพิ่ม 15.78% YoY:** เพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่น้อยกว่ารายได้
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่ม 17.21% YoY:** โดยค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้นจากการโฆษณาและส่งเสริมการขาย แต่ค่าใช้จ่ายบริหารลดลงเล็กน้อยจากการขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนที่ลดลง
* **ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่ม 43.28% YoY:** เป็นผลโดยตรงจากกำไรที่เพิ่มขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายและบริการรวม 627.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 128.10 ล้านบาท หรือ 25.67% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงหนุนหลักจากยอดขายสินค้าประเภทเครื่องสำอางและสินค้าอุปโภคที่เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่รายได้จากการให้เช่าและให้บริการคลังสินค้าทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน
ต้นทุนขายและบริการอยู่ที่ 291.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.68 ล้านบาท หรือ 15.78% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นที่สอดคล้องกับการเติบโตของยอดขาย ทำให้บริษัทสามารถบริหารจัดการอัตรากำไรขั้นต้นได้ดี
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมอยู่ที่ 164.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.09 ล้านบาท หรือ 17.21% โดยค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 32.92% จากการลงทุนด้านการโฆษณาสินค้าและส่งเสริมการขาย รวมถึงค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานและค่าเช่าพื้นที่ที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายบริหารกลับลดลง 0.03% เนื่องจากขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนลดลงอย่างมากถึง 13.03 ล้านบาท
ค่าใช้จ่ายทางการเงินลดลง 17.01% มาอยู่ที่ 4.00 ล้านบาท
ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวด 3 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2566 อยู่ที่ 143.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55.93 ล้านบาท หรือ 63.86% เมื่อเทียบกับปีก่อน
## โอกาส
* **การเติบโตของตลาดเครื่องสำอางและสินค้าอุปโภค:** หากความต้องการสินค้าในกลุ่มนี้ยังคงมีแนวโน้มที่ดี จะเป็นโอกาสในการผลักดันรายได้ของบริษัทฯ ต่อไป
* **การลงทุนในการส่งเสริมการขาย:** การเพิ่มงบประมาณด้านโฆษณาและส่งเสริมการขาย อาจช่วยกระตุ้นยอดขายและเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดได้ในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การขาดทุนหรือกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวน อาจส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิของบริษัทฯ ได้
* **การแข่งขันในตลาดเครื่องสำอางและสินค้าอุปโภค:** ตลาดนี้มีการแข่งขันสูง ทั้งจากแบรนด์ในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงช่องทางการจำหน่ายที่หลากหลาย
* **ต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** การเปลี่ยนแปลงของต้นทุนวัตถุดิบ ค่าขนส่ง และค่าใช้จ่ายอื่นๆ อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของบริษัทฯ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มยอดขายสินค้าเครื่องสำอางและสินค้าอุปโภค:** จะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ต่อเนื่องหรือไม่
* **ประสิทธิภาพของการใช้จ่ายด้านการตลาด:** การลงทุนในโฆษณาและส่งเสริมการขายจะให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าเพียงใด
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** จะส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในไตรมาสถัดไปอย่างไร
* **การบริหารจัดการต้นทุนขายและบริการ:** จะสามารถควบคุมต้นทุนให้สอดคล้องกับการเติบโตของรายได้ได้ต่อเนื่องหรือไม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
*หมายเหตุ: ข้อมูลที่ได้รับเป็นของบริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน) ซึ่งอยู่ในกลุ่มธุรกิจค้าปลีก ไม่ใช่อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง จึงไม่สามารถวิเคราะห์ตามจุดโฟกัส sector ที่กำหนดได้*
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
*หมายเหตุ: เอกสารที่ได้รับไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทฯ*
## สรุปท้าย
ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 ของ KAMART เติบโตอย่างโดดเด่น โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายสินค้าเครื่องสำอางและสินค้าอุปโภค ประกอบกับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่ช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน แม้ว่าการเติบโตของรายได้จะมาจากปัจจัยเชิงบวก แต่การจะรักษาโมเมนตัมนี้ไว้ได้ในระยะยาว รวมถึงการบริหารจัดการความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก ยังคงเป็นสิ่งที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TASCO ไตรมาส 3/2024
รายได้รวม
7,046.55
ล้านบาท
↓ 9.9% YoY
กำไรขั้นต้น
392.63
ล้านบาท
↓ 54.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
5.57
%
กำไรสุทธิ
112.72
ล้านบาท
↓ 80.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.60
%
D/E Ratio
0.59
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
7,047
↓ -9.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
393
↓ -54.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
113
↓ -80.4%
YoY
D/E Ratio
0.59
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TASCO
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.59
ROE (%)
7.68
ROA (%)
6.85
Book Value/หุ้น
8.86
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TASCO
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+2,063
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+89
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TASCO
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
2,063.43
-12.80%
|
2,366.20
+454.33%
|
426.86
-76.86%
|
1,844.50
+11.21%
|
1,658.56
-70.13%
|
5,552.92
-12.18%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
89.15
-77.81%
|
401.69
+446.81%
|
73.46
-113.94%
|
-527.15
+413.44%
|
-102.67
-86.13%
|
-740.16
-39.31%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-2,184.20
-22.54%
|
-2,819.95
+47.60%
|
-1,910.59
-31.65%
|
-2,795.22
-41.02%
|
-4,739.13
-3.49%
|
-4,910.59
+19.80%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
242.63
-36.63%
|
382.87
-42.22%
|
662.58
-141.67%
|
-1,590.24
-49.44%
|
-3,144.98
+2,716.82%
|
-111.65
-112.46%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,846.31
-38.49%
|
3,001.57
+15.29%
|
2,603.49
+68.99%
|
1,540.62
-18.39%
|
1,887.76
-5.58%
|
1,999.42
+81.15%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,737.24
-5.91%
|
1,846.31
-38.49%
|
3,001.57
+15.29%
|
2,603.49
+68.99%
|
1,540.62
-18.39%
|
1,887.76
-5.58%
|