บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุก่อสร้าง
14.70
0.40 (2.65%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4022 out_tok=2297 at=2026-07-26T07:25:28 -->
# TASCO กำไรสุทธิ Q1/65 หดตัว 49% รับแรงกดดันต้นทุนสูง-ดีมานด์วูบ
## รายได้โต 15% แต่กำไรสุทธิวูบ 49% เหตุต้นทุนสินค้าพุ่ง-ขาดทุนป้องกันความเสี่ยง
บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) หรือ TASCO รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 216 ล้านบาท ลดลง 49% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายและบริการจะเติบโต 15.4% เป็น 6,309 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากราคายางมะตอยเฉลี่ยที่สูงขึ้น แต่ต้นทุนสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงการบันทึกขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยง ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นอย่างหนัก
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ TASCO ในไตรมาส 1 ปี 2565 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **ต้นทุนสินค้าที่สูงขึ้นอย่างมาก ประกอบกับการบันทึกขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยง (Hedging Loss)** ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น แม้ว่ารายได้จากการขายและบริการจะเติบโตได้ดีก็ตาม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักของผลประกอบการที่เปลี่ยนแปลงไปในไตรมาส 1 ปี 2565 คือ **การหดตัวของกำไรสุทธิ 49%** จาก 422 ล้านบาท ในปีก่อน เหลือ 216 ล้านบาทในไตรมาสนี้ แม้รายได้จากการขายและบริการจะเพิ่มขึ้น 15.4% เป็น 6,309 ล้านบาท ปัจจัยกดดันสำคัญคือ **อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ที่ลดลง** เนื่องจากต้นทุนสินค้าที่สูงขึ้น และการบันทึกขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยงจำนวน 531 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า **รายได้จากการขายและบริการที่เพิ่มขึ้น** เป็นผลมาจากราคายางมะตอยเฉลี่ยที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก อย่างไรก็ตาม ในทางกลับกัน **ปริมาณการขายยางมะตอยสำหรับตลาดต่างประเทศกลับลดลง** เนื่องจากอุปสงค์ที่ลดลงในช่วงฤดูหนาว และผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในภูมิภาคเอเชีย
ประเด็นสำคัญที่กระทบต่อกำไรคือ **ต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้น** คิดเป็น 84.6% ของรายได้ จากเดิม 78.3% ของรายได้ในปีที่แล้ว สาเหตุหลักมาจากต้นทุนสินค้าคงคลังที่สูงขึ้น และการบันทึก **ขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยงจากการประกันราคาสินค้าจำนวน 531 ล้านบาท** ซึ่งเกิดจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันดิบ ยางมะตอย และผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมในตลาดโลก การขาดทุนนี้ส่งผลโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงอย่างมาก
ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ฝ่ายจัดการสามารถควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีสัดส่วนลดลงเมื่อเทียบกับรายได้รวม
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร **ยังไม่ชัดเจนว่าปัจจัยกดดันเหล่านี้จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุว่ามีการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอย่างเข้มงวด แต่การปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมในตลาดโลก ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนทั้งราคาขายและต้นทุน รวมถึงความผันผวนของอุปสงค์ในตลาดต่างประเทศ ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด การบันทึกขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยงจำนวนมากในไตรมาสนี้ อาจเป็นเหตุการณ์เฉพาะช่วงที่ราคามีความผันผวนสูง หรืออาจเป็นสัญญาณของต้นทุนที่สูงขึ้นในระยะยาว ซึ่งต้องรอการชี้แจงเพิ่มเติมจากฝ่ายจัดการในไตรมาสถัดไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 49% YoY:** อยู่ที่ 216 ล้านบาท จาก 422 ล้านบาท ในไตรมาส 1/2564
* **รายได้เติบโต 15.4% YoY:** อยู่ที่ 6,309 ล้านบาท จาก 5,467 ล้านบาท ในไตรมาส 1/2564
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง:** เป็นผลจากต้นทุนสินค้าคงคลังที่สูงขึ้น และการบันทึกขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยง 531 ล้านบาท
* **ปริมาณขายตลาดต่างประเทศลดลง:** จากอุปสงค์ที่ลดลงในช่วงฤดูหนาวและผลกระทบโควิด-19
* **กระแสเงินสดจากการดำเนินงานลดลง:** อยู่ที่ 473 ล้านบาท จาก 1,059 ล้านบาท ในไตรมาส 1/2564
* **D/E Ratio ต่ำ:** อยู่ที่ 0.65
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) หรือ TASCO รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีรายได้จากการขายและบริการรวม 6,309 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการปรับตัวสูงขึ้นของราคายางมะตอยเฉลี่ย อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิกลับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 49% มาอยู่ที่ 216 ล้านบาท เมื่อเทียบกับ 422 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2564 การลดลงของกำไรสุทธิเป็นผลมาจากต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก คิดเป็น 84.6% ของรายได้ จากเดิม 78.3% ซึ่งรวมถึงการบันทึกขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยงจำนวน 531 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารจะถูกควบคุมได้ดี
## โอกาส
* **ราคายางมะตอยเฉลี่ยที่สูงขึ้น:** เป็นปัจจัยหนุนรายได้จากการขาย แม้จะส่งผลต่อต้นทุนด้วยก็ตาม
* **การควบคุมค่าใช้จ่าย:** ฝ่ายจัดการสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม:** ส่งผลกระทบโดยตรงต่อทั้งต้นทุนขายและราคาขาย รวมถึงการบันทึกขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยง
* **อุปสงค์ยางมะตอยในตลาดต่างประเทศ:** ยังคงได้รับผลกระทบจากปัจจัยฤดูกาล การแพร่ระบาดของโควิด-19 และภาวะเศรษฐกิจ
* **ต้นทุนสินค้าคงคลังที่สูงขึ้น:** ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมในตลาดโลก
* ทิศทางอุปสงค์ยางมะตอยในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย
* ผลกระทบจากการบันทึกขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยงในไตรมาสนี้ และนโยบายการบริหารความเสี่ยงในอนาคต
* ความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้นไปยังราคาขาย โดยไม่กระทบต่อปริมาณขาย
* การบริหารจัดการต้นทุนสินค้าคงคลัง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในฐานะผู้ผลิตและจำหน่ายยางมะตอย TASCO ได้รับผลกระทบโดยตรงจากราคาวัตถุดิบหลักคือราคาน้ำมันดิบ ซึ่งส่งผลต่อทั้งต้นทุนการผลิตและราคาขายยางมะตอย ในไตรมาส 1/2565 แม้ว่าราคาขายเฉลี่ยจะปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมัน แต่ต้นทุนสินค้าที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงการบันทึกขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยงจำนวน 531 ล้านบาท เป็นปัจจัยหลักที่กดดันอัตรากำไรขั้นต้นอย่างหนัก ปริมาณการขายในตลาดต่างประเทศที่ลดลงก็เป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อรายได้รวม แม้ว่าฝ่ายจัดการจะพยายามควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร แต่ผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวนและอุปสงค์ที่ยังไม่แน่นอน ทำให้ภาพรวมผลประกอบการในไตรมาสนี้ยังคงเผชิญแรงกดดัน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทฯ ในไตรมาส 1 ปี 2565 อยู่ที่ 473 ล้านบาท ลดลงจาก 1,059 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากกำไรขั้นต้นและผลการดำเนินงานที่ปรับลดลงในไตรมาสนี้ อย่างไรก็ตาม อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ยังคงอยู่ในระดับต่ำที่ 0.65 ซึ่งถือว่าแข็งแกร่ง
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญของผลประกอบการ TASCO ในไตรมาส 1 ปี 2565 คือการเผชิญกับแรงกดดันจากต้นทุนสินค้าที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และการบันทึกขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยงจำนวนมาก แม้ว่ารายได้จะเติบโตได้จากการปรับขึ้นของราคายางมะตอย แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นได้ ทำให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมาก ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาน้ำมันและอุปสงค์ในตลาดต่างประเทศยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ในขณะที่ฐานะการเงินยังคงแข็งแกร่งจากอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นที่ต่ำ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TASCO ไตรมาส 3/2024
รายได้รวม
7,046.55
ล้านบาท
↓ 9.9% YoY
กำไรขั้นต้น
392.63
ล้านบาท
↓ 54.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
5.57
%
กำไรสุทธิ
112.72
ล้านบาท
↓ 80.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.60
%
D/E Ratio
0.59
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
7,047
↓ -9.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
393
↓ -54.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
113
↓ -80.4%
YoY
D/E Ratio
0.59
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TASCO
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.59
ROE (%)
7.68
ROA (%)
6.85
Book Value/หุ้น
8.86
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TASCO
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+2,063
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+89
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TASCO
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
2,063.43
-12.80%
|
2,366.20
+454.33%
|
426.86
-76.86%
|
1,844.50
+11.21%
|
1,658.56
-70.13%
|
5,552.92
-12.18%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
89.15
-77.81%
|
401.69
+446.81%
|
73.46
-113.94%
|
-527.15
+413.44%
|
-102.67
-86.13%
|
-740.16
-39.31%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-2,184.20
-22.54%
|
-2,819.95
+47.60%
|
-1,910.59
-31.65%
|
-2,795.22
-41.02%
|
-4,739.13
-3.49%
|
-4,910.59
+19.80%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
242.63
-36.63%
|
382.87
-42.22%
|
662.58
-141.67%
|
-1,590.24
-49.44%
|
-3,144.98
+2,716.82%
|
-111.65
-112.46%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,846.31
-38.49%
|
3,001.57
+15.29%
|
2,603.49
+68.99%
|
1,540.62
-18.39%
|
1,887.76
-5.58%
|
1,999.42
+81.15%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,737.24
-5.91%
|
1,846.31
-38.49%
|
3,001.57
+15.29%
|
2,603.49
+68.99%
|
1,540.62
-18.39%
|
1,887.76
-5.58%
|