บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุก่อสร้าง
14.70
0.40 (2.65%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3873 out_tok=2394 at=2026-07-27T13:09:50 -->
# TASCO กำไรสุทธิ Q2/64 หดตัว 49.5% รับผลกระทบปริมาณขายในต่างประเทศ
## รายได้จากการขายโต 7.6% แต่กำไรสุทธิลดลง เหตุราคายางมะตอยสูงขึ้นกระทบต้นทุนและเกิดขาดทุนป้องกันความเสี่ยง
บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) หรือ TASCO รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิหลังหักภาษี 868 ล้านบาท ลดลง 49.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายและบริการจะเติบโต 7.6% เป็น 7,041 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อผลประกอบการในรอบนี้มาจากราคาขายยางมะตอยที่ปรับตัวสูงขึ้น แต่ปริมาณการขายในต่างประเทศลดลง ประกอบกับต้นทุนที่สูงขึ้นและรายการขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ TASCO ในไตรมาส 2 ปี 2564 คือ **กำไรสุทธิที่ลดลง 49.5%** แม้รายได้จากการขายจะเติบโต 7.6% สาเหตุสำคัญมาจาก **ต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** เมื่อเทียบกับรายได้ และ **การบันทึกขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยง** จำนวน 471 ล้านบาท ซึ่งรายการหลังนี้เป็นปัจจัยพิเศษที่ส่งผลกระทบต่อกำไรโดยตรง
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเปลี่ยนแปลงนี้มีสาเหตุมาจากหลายปัจจัยที่เกี่ยวเนื่องกัน:
* **ราคาขายยางมะตอยที่สูงขึ้น:** สอดคล้องกับราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น
* **ปริมาณการขายในต่างประเทศลดลง:** สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อปริมาณการขาย โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศ
* **ต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้น:** แม้ราคาขายจะสูงขึ้น แต่ต้นทุนสินค้าคงเหลือและต้นทุนการดำเนินงานก็ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน ทำให้ต้นทุนขายและบริการคิดเป็นสัดส่วน 74.7% ของรายได้ จากเดิม 91.4% ในปีก่อน (ตัวเลขนี้อาจมีความคลาดเคลื่อนในการตีความจากเอกสารต้นฉบับ ซึ่งระบุว่า "เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2563 ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 91.4 ของรายได้จากการขายและบริการ" ซึ่งอาจหมายถึงต้นทุนที่ไม่ได้รวมผลกระทบพิเศษ หรือเป็นการเปรียบเทียบที่ต้องพิจารณาให้รอบคอบ) อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นจากการบริหารต้นทุนและกลยุทธ์การขายที่มุ่งเน้นตลาดค้าปลีก
* **ขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยง:** จากราคาน้ำมันดิบ ยางมะตอย และผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่ปรับตัวสูงขึ้น บริษัทฯ ได้บันทึกขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยงจำนวน 471 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการที่กระทบกำไรสุทธิโดยตรง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** ปัจจัยที่ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงในไตรมาสนี้มีลักษณะเป็นครั้งคราว โดยเฉพาะ **การบันทึกขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยง** ซึ่งเป็นผลมาจากความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ **ปริมาณการขายในต่างประเทศที่ลดลง** เป็นผลจากสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่อาจคลี่คลายได้ในอนาคต อย่างไรก็ตาม การที่ราคาขายยางมะตอยปรับตัวสูงขึ้นนั้นมีแนวโน้มที่จะต่อเนื่องตามทิศทางราคาน้ำมันดิบ แต่ผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นจะขึ้นอยู่กับการบริหารต้นทุนสินค้าคงเหลือและกลยุทธ์การขายของบริษัทฯ
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิหลังภาษี:** 868 ล้านบาท ลดลง 49.5% YoY
* **รายได้จากการขายและบริการ:** 7,041 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.6% YoY
* **ต้นทุนขายและบริการ:** เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับรายได้ ส่งผลต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **ขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยง:** บันทึก 471 ล้านบาท เป็นปัจจัยหลักกดดันกำไร
* **ปริมาณการขายในต่างประเทศ:** ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้น (D/E):** อยู่ในระดับต่ำที่ 0.72 ลดลงจาก 0.82 ในปีก่อน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายและบริการรวม 7,041 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการปรับตัวสูงขึ้นของราคาขายยางมะตอยตามทิศทางราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก อย่างไรก็ตาม ปริมาณการขายโดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ต้นทุนขายและบริการอยู่ที่ 5,262 ล้านบาท คิดเป็น 74.7% ของรายได้ ซึ่งมีการบริหารจัดการให้มีสัดส่วนลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน (91.4%) ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นจากการดำเนินงานปรับตัวสูงขึ้นจากการบริหารต้นทุนสินค้าคงเหลือและกลยุทธ์การขายที่เน้นตลาดค้าปลีกในต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้บันทึกขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยงจำนวน 471 ล้านบาท จากราคาน้ำมันดิบและยางมะตอยที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้กำไรสุทธิหลังหักภาษีอยู่ที่ 868 ล้านบาท ลดลง 49.5% เมื่อเทียบกับ 1,719 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2563
## โอกาส
* **ราคายางมะตอยที่ปรับตัวสูงขึ้น:** สอดคล้องกับราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้จากการขาย หากบริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* **การมุ่งเน้นตลาดค้าปลีกในต่างประเทศ:** เป็นกลยุทธ์ที่ช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น
* **การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** บริษัทฯ มีการควบคุมค่าใช้จ่ายเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง
## ความเสี่ยง
* **สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19:** ยังคงส่งผลกระทบต่อปริมาณการขาย โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศ
* **ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและยางมะตอย:** อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและเกิดรายการขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยงได้
* **อัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาสนี้จะบันทึกกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่การอ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับเหรียญสหรัฐฯ อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนนำเข้าบางส่วน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มปริมาณการขายในตลาดต่างประเทศหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย
* การบริหารจัดการต้นทุนยางมะตอยและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้น
* ผลกระทบจากความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ต่อการบันทึกรายการป้องกันความเสี่ยง
* กลยุทธ์การขายและการกระจายตลาดเพื่อเพิ่มรายได้และกำไรในอนาคต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในส่วนของกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง ซึ่ง TASCO ดำเนินธุรกิจหลักเกี่ยวกับยางมะตอยและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างนั้น ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในไตรมาสนี้คือ:
* **ราคาขายยางมะตอย:** มีการปรับตัวสูงขึ้นสอดคล้องกับราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้
* **ปริมาณการขาย:** ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ปริมาณการขายในตลาดต่างประเทศลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันรายได้โดยรวม
* **ต้นทุนสินค้าคงเหลือ:** การบริหารจัดการต้นทุนสินค้าคงเหลือมีความสำคัญอย่างยิ่ง เมื่อราคาวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
* **กลยุทธ์การขาย:** การมุ่งเน้นตลาดค้าปลีกมากกว่าตลาดค้าส่งในต่างประเทศ ช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน:** อยู่ที่ 956 ล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบกับ 1,259 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากปริมาณการขายในตลาดต่างประเทศที่ลดลง
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E):** อยู่ในระดับต่ำที่ 0.72 ลดลงจาก 0.82 ในปีก่อน สะท้อนถึงการบริหารจัดการหนี้สินที่ดี โดยเฉพาะการลดลงของเงินกู้ยืมระยะสั้นเพื่อใช้ในการดำเนินงาน
## สรุปท้าย
TASCO ในไตรมาส 2 ปี 2564 เผชิญกับแรงกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้นและรายการขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยง แม้รายได้จะเติบโตตามราคาขายยางมะตอยที่ปรับตัวขึ้น แต่กำไรสุทธิกลับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการต้นทุนสินค้าคงเหลือและกลยุทธ์การขายที่มุ่งเน้นตลาดค้าปลีกยังคงเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ได้ ความเสี่ยงหลักยังคงอยู่ที่สถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อปริมาณการขายในต่างประเทศ และความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งนักลงทุนควรจับตาแนวโน้มการฟื้นตัวของปริมาณการขายและประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนของบริษัทฯ ในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TASCO ไตรมาส 3/2024
รายได้รวม
7,046.55
ล้านบาท
↓ 9.9% YoY
กำไรขั้นต้น
392.63
ล้านบาท
↓ 54.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
5.57
%
กำไรสุทธิ
112.72
ล้านบาท
↓ 80.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.60
%
D/E Ratio
0.59
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
7,047
↓ -9.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
393
↓ -54.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
113
↓ -80.4%
YoY
D/E Ratio
0.59
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TASCO
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.59
ROE (%)
7.68
ROA (%)
6.85
Book Value/หุ้น
8.86
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TASCO
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+2,063
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+89
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TASCO
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
2,063.43
-12.80%
|
2,366.20
+454.33%
|
426.86
-76.86%
|
1,844.50
+11.21%
|
1,658.56
-70.13%
|
5,552.92
-12.18%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
89.15
-77.81%
|
401.69
+446.81%
|
73.46
-113.94%
|
-527.15
+413.44%
|
-102.67
-86.13%
|
-740.16
-39.31%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-2,184.20
-22.54%
|
-2,819.95
+47.60%
|
-1,910.59
-31.65%
|
-2,795.22
-41.02%
|
-4,739.13
-3.49%
|
-4,910.59
+19.80%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
242.63
-36.63%
|
382.87
-42.22%
|
662.58
-141.67%
|
-1,590.24
-49.44%
|
-3,144.98
+2,716.82%
|
-111.65
-112.46%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,846.31
-38.49%
|
3,001.57
+15.29%
|
2,603.49
+68.99%
|
1,540.62
-18.39%
|
1,887.76
-5.58%
|
1,999.42
+81.15%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,737.24
-5.91%
|
1,846.31
-38.49%
|
3,001.57
+15.29%
|
2,603.49
+68.99%
|
1,540.62
-18.39%
|
1,887.76
-5.58%
|