บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
10.10
0.10 (0.98%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจากการปรับตัวดีขึ้นของอุปทานของสินค้าไอที ทําให้บริษัทฯสามารถมี สินค้าขายมากขึ้น รวมถึงความต้องการสินค้าในกลุ่มคอมเมอร์เชียลมีมากขึ้น
โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าระบบเครือข่าย (Network) และคอมพิวเตอร์แบบพกพาสําหรับองค์กร เนื่องจากสถานะการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 เริ่มดีขึ้น ทําให้มีการลงทุนใน โครงการต่างๆมากขึ้นทั้งในภาครัฐและในภาคเอกชน รวมถึงการเติบโตของยอดขายในกลุ่มสินค้าเกมมิ่งในไตรมาสนี้
บริษัทฯ ยังสามารถรักษามีอัตรากําไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับที่ดี และยังคงให้ความสําคัญต่อการควบคุม ค่าใช้จ่ายทั้งด้านการจัดจําหน่ายและการบริหาร โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยบริหารจัดการให้ธุรกิจดําเนินไปได้อย่างรวดเร็ว จึง เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการและสร้างโอกาสการเจริญเติบโตของธุรกิจได้อย่างยั่งยืน
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3802 out_tok=2433 at=2026-07-26T07:18:12 -->
# SYNEX โชว์กำไรปี 64 พุ่ง 33% รับอานิสงส์ดีมานด์ไอที-สินค้า Apple โตต่อเนื่อง
## รายได้-กำไรโตตามคาด ฝ่ายบริหารชี้ปัจจัยหลักจากสินค้า Apple และส่วนประกอบคอมพิวเตอร์ที่ยังคงเป็นที่ต้องการสูง
บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SYNEX รายงานผลประกอบการปี 2564 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 37,085.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.36% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 856.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 33.43% การเติบโตนี้ได้รับแรงหนุนจากความต้องการสินค้าไอทีที่ยังคงสูงต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มสินค้า Apple และส่วนประกอบคอมพิวเตอร์ที่ตลาดเงินดิจิทัลมีความต้องการเพิ่มขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SYNEX ในปี 2564 คือ **การเติบโตอย่างโดดเด่นของยอดขายสินค้าแบรนด์ Apple** ประกอบกับการ **ดีมานด์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในกลุ่มส่วนประกอบคอมพิวเตอร์** โดยเฉพาะชิปเซ็ต การ์ดจอ และฮาร์ดดิสก์ ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการขายและให้บริการเพิ่มขึ้น 15.36% และกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นถึง 26.70% จนดันกำไรสุทธิให้พุ่งขึ้น 33.43%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของยอดขายสินค้า Apple มาจากการขยายตัวของกลุ่มโทรศัพท์เคลื่อนที่และแท็บเล็ต ขณะที่ความต้องการส่วนประกอบคอมพิวเตอร์ที่สูงขึ้นนั้น ส่วนหนึ่งมาจาก **การเติบโตของตลาดเงินดิจิทัล** ที่มีความต้องการสินค้ากลุ่มนี้สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ แม้สถานการณ์ COVID-19 จะคลี่คลาย แต่ **ความต้องการอุปกรณ์ไอทีเพื่อการทำงานที่บ้าน (Work From Home)** เช่น คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก (Asus, HP, Huawei) ระบบประชุมทางไกล และจอภาพ ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง
ปัจจัยสำคัญอีกประการคือ **การบริหารจัดการด้านอุปทาน** ที่มีประสิทธิภาพ ในช่วงไตรมาส 4/2564 สถานการณ์ด้านอุปทานเริ่มคลี่คลาย ทำให้บริษัทฯ มีสินค้ากระจายให้ลูกค้าได้มากขึ้น ประกอบกับ SYNEX เป็นผู้จัดจำหน่ายหลากหลายแบรนด์ ทำให้สามารถ **ทดแทนสินค้าที่ขาดแคลนด้วยแบรนด์อื่น** ได้ ช่วยรักษาการเติบโตของยอดขายในภาวะที่สินค้ายังคงตึงตัว
อัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นจาก 4.38% เป็น 4.81% เกิดจากการที่บริษัทฯ **เน้นทำกำไรในระดับที่สูงขึ้น** จากภาวะอุปทานตึงตัวของสินค้าไอที โดยเฉพาะกลุ่มส่วนประกอบคอมพิวเตอร์และกลุ่มสินค้าเกมมิ่ง
ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น 17.23% เป็นผลมาจากการ **เพิ่มค่าใช้จ่ายทางการตลาดและส่งเสริมการขาย** เพื่อกระตุ้นยอดขาย รวมถึงการกลับมาจัดกิจกรรมทางการตลาดต่างๆ เช่น งาน Commart หลังมาตรการผ่อนคลาย
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการระบุว่า แม้จะมีการผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 แต่ความต้องการอุปกรณ์ไอทีเพื่อการทำงานที่บ้านยังคงมีอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ การที่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการอุปทานและมีสินค้าหลากหลายแบรนด์ทดแทนกันได้ จะช่วยรักษาการเติบโตของยอดขายได้ในสภาวะที่สินค้ายังคงตึงตัว อย่างไรก็ตาม ความต้องการสินค้าในกลุ่มส่วนประกอบคอมพิวเตอร์ที่มาจากตลาดเงินดิจิทัล อาจมีความผันผวนตามสภาวะตลาดคริปโตเคอร์เรนซี
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมปี 2564:** 37,085.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.36% YoY
* **กำไรสุทธิปี 2564:** 856.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.43% YoY
* **กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 26.70%:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ขยับขึ้นจาก 4.38% เป็น 4.81%
* **ปัจจัยหนุนหลัก:** ยอดขายสินค้า Apple เติบโต, ดีมานด์ส่วนประกอบคอมพิวเตอร์สูงจากตลาดเงินดิจิทัล และ Work From Home
* **การบริหารอุปทาน:** ความสามารถในการทดแทนสินค้าขาดแคลนด้วยแบรนด์อื่น ช่วยรักษาการเติบโต
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 37,085.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,936.68 ล้านบาท หรือ 15.36% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของยอดขายสินค้า Apple ทั้งในกลุ่มโทรศัพท์เคลื่อนที่และแท็บเล็ต รวมถึงการเพิ่มขึ้นของอุปสงค์ในกลุ่มส่วนประกอบคอมพิวเตอร์ เช่น ชิปเซ็ต การ์ดจอ และฮาร์ดดิสก์ ที่ได้รับแรงหนุนจากตลาดเงินดิจิทัล และความต้องการอุปกรณ์ไอทีเพื่อการทำงานที่บ้านที่ยังคงต่อเนื่อง
ต้นทุนจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 14.84% ซึ่งต่ำกว่าอัตราการเติบโตของยอดขาย ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวสูงขึ้นจาก 4.38% ในปีก่อน เป็น 4.81% ในปีนี้ โดยมีมูลค่ากำไรขั้นต้น 1,783.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.70%
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 17.23% เป็น 997.33 ล้านบาท คิดเป็น 2.69% ของรายได้รวม เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 2.65% ในปีก่อน เนื่องจากการเพิ่มค่าใช้จ่ายทางการตลาดและส่งเสริมการขาย รวมถึงการจัดกิจกรรมต่างๆ
กำไรสุทธิสำหรับปี 2564 อยู่ที่ 856.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.43% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตของรายได้และกำไรขั้นต้น ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและอัตราแลกเปลี่ยนอย่างมีประสิทธิภาพ
## โอกาส
* **ความต้องการอุปกรณ์ไอทีต่อเนื่อง:** แม้สถานการณ์ COVID-19 จะคลี่คลาย แต่ความต้องการอุปกรณ์ไอทีเพื่อการทำงานที่บ้าน (Work From Home) ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก
* **การเติบโตของสินค้า Apple:** ยอดขายสินค้า Apple ทั้งในกลุ่มโทรศัพท์เคลื่อนที่และแท็บเล็ต ยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้ที่สำคัญ
* **ตลาดส่วนประกอบคอมพิวเตอร์:** ความต้องการสินค้าในกลุ่มส่วนประกอบคอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะชิปเซ็ต การ์ดจอ และฮาร์ดดิสก์ ยังคงมีแนวโน้มที่ดี จากการเติบโตของตลาดเงินดิจิทัลและกลุ่มเกมมิ่ง
* **ความสามารถในการบริหารอุปทาน:** การเป็นผู้จัดจำหน่ายหลากหลายแบรนด์ ทำให้บริษัทฯ สามารถทดแทนสินค้าที่ขาดแคลนได้ ช่วยรักษาการเติบโตของยอดขายในสภาวะที่สินค้ายังคงตึงตัว
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของตลาดเงินดิจิทัล:** ความต้องการสินค้าในกลุ่มส่วนประกอบคอมพิวเตอร์ที่ได้รับแรงหนุนจากตลาดเงินดิจิทัล อาจมีความผันผวนตามสภาวะตลาดคริปโตเคอร์เรนซี
* **ปัญหาอุปทานสินค้า:** แม้สถานการณ์จะคลี่คลาย แต่การขาดแคลนชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์บางประเภทอาจยังคงส่งผลกระทบต่อการผลิตและการจัดหาสินค้าได้ในอนาคต
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าไอทีมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้จัดจำหน่ายรายอื่นและช่องทางการขายออนไลน์
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มความต้องการสินค้า Apple:** การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่และการตอบรับของผู้บริโภค
* **สถานการณ์อุปทานชิปเซ็ตและส่วนประกอบคอมพิวเตอร์:** การคลี่คลายของปัญหาขาดแคลนและการปรับตัวของราคา
* **การบริหารจัดการสต็อกสินค้า:** เพื่อรองรับความต้องการที่อาจเปลี่ยนแปลงไป
* **การขยายตลาดและพาร์ทเนอร์ใหม่:** เพื่อเพิ่มโอกาสในการเติบโต
* **ผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ย:** ต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
SYNEX ในฐานะผู้จัดจำหน่ายสินค้าเทคโนโลยีรายใหญ่ในประเทศไทย แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวและคว้าโอกาสจากสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป การเติบโตของรายได้ในปี 2564 สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์พันธมิตรหลักอย่าง Apple รวมถึงการตอบสนองต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มส่วนประกอบคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นผลมาจากเทรนด์การทำงานที่บ้าน (WFH) และการเติบโตของตลาดคริปโตเคอร์เรนซี
อัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้นเป็นสัญญาณบวก แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและราคาขายท่ามกลางสภาวะอุปทานตึงตัว การที่บริษัทฯ สามารถรักษาการเติบโตของยอดขายได้ แม้จะมีข้อจำกัดด้านสินค้า เป็นผลมาจากการมีพอร์ตสินค้าที่หลากหลายแบรนด์ ทำให้สามารถทดแทนกันได้ ซึ่งเป็นจุดแข็งสำคัญในธุรกิจจัดจำหน่าย
ค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่เพิ่มขึ้นสอดคล้องกับการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการแข่งขันที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นในการรักษาและขยายส่วนแบ่งทางการตลาด
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด จึงไม่สามารถสรุปในส่วนนี้ได้)
## สรุปท้าย
SYNEX ปิดปี 2564 ด้วยผลประกอบการที่น่าประทับใจ โดยมีกำไรสุทธิเติบโตกว่า 33% จากการเติบโตของยอดขายสินค้า Apple และความต้องการส่วนประกอบคอมพิวเตอร์ที่สูงขึ้น ประกอบกับการบริหารจัดการอุปทานที่มีประสิทธิภาพ แม้จะมีความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดคริปโตฯ และปัญหาอุปทานที่อาจเกิดขึ้น แต่แนวโน้มความต้องการอุปกรณ์ไอทีที่ยังคงมีต่อเนื่อง และความสามารถในการปรับตัวของบริษัทฯ ทำให้มีโอกาสในการเติบโตต่อไปในอนาคตอันใกล้
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SYNEX ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
12,462.85
ล้านบาท
↑ 7.7% YoY
กำไรขั้นต้น
442.45
ล้านบาท
↓ 5.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
3.55
%
กำไรสุทธิ
193.27
ล้านบาท
↑ 31.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.55
%
D/E Ratio
2.42
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
12,463
↑ + 7.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
442
↓ -5.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
193
↑ + 31.6%
YoY
D/E Ratio
2.42
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SYNEX
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.42
ROE (%)
16.62
ROA (%)
6.93
Book Value/หุ้น
5.95
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SYNEX
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,813
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-99
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SYNEX
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,812.65
+19.36%
|
-1,518.61
+16.93%
|
-1,298.76
-362.92%
|
493.97
-142.73%
|
-1,156.07
-132.99%
|
3,504.58
+3,372.29%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-98.76
-163.01%
|
156.73
+218.10%
|
49.27
-94.49%
|
893.78
+720.73%
|
108.90
-55.63%
|
245.44
-175.03%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,571.86
+37.31%
|
1,144.73
+8.14%
|
1,058.57
-236.13%
|
-777.60
-164.44%
|
1,206.74
-132.16%
|
-3,751.94
-2,844.25%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-190.61
-12.42%
|
-217.63
+13.75%
|
-191.32
-33.01%
|
-285.59
+39.16%
|
-205.23
+10,265.15%
|
-1.98
-97.82%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
77.89
-43.25%
|
137.25
-54.89%
|
304.24
+31.06%
|
232.13
+41.47%
|
164.09
-1.19%
|
166.06
-35.35%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
90.00
+15.55%
|
77.89
-43.25%
|
137.25
-54.85%
|
303.98
+30.95%
|
232.13
+41.47%
|
164.09
-1.19%
|