บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
10.10
0.10 (0.98%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจากการปรับตัวดีขึ้นของอุปทานของสินค้าไอที ทําให้บริษัทฯสามารถมี สินค้าขายมากขึ้น รวมถึงความต้องการสินค้าในกลุ่มคอมเมอร์เชียลมีมากขึ้น
โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าระบบเครือข่าย (Network) และคอมพิวเตอร์แบบพกพาสําหรับองค์กร เนื่องจากสถานะการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 เริ่มดีขึ้น ทําให้มีการลงทุนใน โครงการต่างๆมากขึ้นทั้งในภาครัฐและในภาคเอกชน รวมถึงการเติบโตของยอดขายในกลุ่มสินค้าเกมมิ่งในไตรมาสนี้
บริษัทฯ ยังสามารถรักษามีอัตรากําไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับที่ดี และยังคงให้ความสําคัญต่อการควบคุม ค่าใช้จ่ายทั้งด้านการจัดจําหน่ายและการบริหาร โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยบริหารจัดการให้ธุรกิจดําเนินไปได้อย่างรวดเร็ว จึง เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการและสร้างโอกาสการเจริญเติบโตของธุรกิจได้อย่างยั่งยืน
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4941 out_tok=2537 at=2026-07-26T06:51:15 -->
SYNEX กำไร Q3/2566 หดตัว 33.86% รับแรงกดดันเศรษฐกิจ-กำลังซื้ออ่อนแอ
ฝ่ายบริหาร SYNEX ชี้ภาพรวมอุตสาหกรรมไอทีซบเซาต่อเนื่อง กำลังซื้อผู้บริโภคลดลง ส่งผลกระทบต่อรายได้และอัตรากำไรขั้นต้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยและผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ลดลง เป็นปัจจัยกดดันกำไรสุทธิ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ SYNEX ในไตรมาส 3 ปี 2566 ปรับตัวลดลง มาจากแรงกดดันจากสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวต่อเนื่อง ส่งผลให้กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าคอนซูเมอร์ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้รายได้จากการขายและให้บริการลดลง 7.23% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ SYNEX ในไตรมาส 3/2566 คือ **การลดลงของรายได้จากการขายและให้บริการ 7.23%** และ **อัตรากำไรขั้นต้นที่หดตัวลงจาก 4.50% เป็น 3.89%** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิที่ลดลง 33.86% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2565
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**รายได้จากการขายและให้บริการที่ลดลง** เป็นผลมาจากสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อ่อนแอ โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าคอนซูเมอร์ที่รายได้ลดลงถึง 13.89% แม้ว่ากลุ่มสินค้าเครื่องมือสื่อสารจะมีการเติบโตจากการเปิดตัว iPhone 15 แต่ก็ไม่สามารถชดเชยภาพรวมที่ซบเซาได้ นอกจากนี้ การจัดตั้งรัฐบาลที่ล่าช้ายังส่งผลให้การเติบโตของสินค้ากลุ่มคอมเมอร์เชียลชะลอตัวลงเล็กน้อย (เติบโต 5.93%) แม้ว่าบริษัทฯ จะพยายามเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มนี้ก็ตาม
**อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง** เกิดจากสภาวะตลาดไอทีที่ซบเซา ทำให้ผู้จัดจำหน่ายมีข้อจำกัดในการกำหนดราคาขาย ประกอบกับการอ่อนค่าลงของเงินบาทที่ทำให้ต้นทุนสินค้าสูงขึ้น เมื่อเทียบกับปีก่อน
นอกจากนี้ **กำไรสุทธิที่ลดลง** ยังมีปัจจัยสนับสนุนจาก (1) ยอดขายและกำไรขั้นต้นที่ลดลง (2) ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และ (3) กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ลดลงจากความผันผวนของค่าเงินบาท
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** จากข้อมูลที่ปรากฏในเอกสาร ฝ่ายจัดการระบุว่าสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและการอ่อนค่าของเงินบาทเป็นปัจจัยกดดันในไตรมาสนี้ อย่างไรก็ตาม การเปิดตัวสินค้าใหม่ในกลุ่มเครื่องมือสื่อสาร และความพยายามในการเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มคอมเมอร์เชียล อาจเป็นสัญญาณที่ดีในระยะสั้น แต่แนวโน้มโดยรวมยังคงต้องติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคอย่างใกล้ชิด การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลงสอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการบริหารจัดการต้นทุน แต่ปัจจัยด้านอัตราดอกเบี้ยและอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างต่อเนื่อง
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมลดลง 7.23% YoY:** อยู่ที่ 9,370.31 ล้านบาท จาก 10,100.86 ล้านบาทในไตรมาส 3/2565
* **กำไรขั้นต้นหดตัว 19.84% YoY:** อยู่ที่ 364.59 ล้านบาท จาก 454.85 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 4.50% เป็น 3.89%
* **กำไรสุทธิลดลง 33.86% YoY:** อยู่ที่ 142.52 ล้านบาท จาก 215.48 ล้านบาท
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารลดลง 13.46%:** อยู่ที่ 193.09 ล้านบาท จาก 223.12 ล้านบาท คิดเป็น 2.06% ของรายได้ ลดลงจาก 2.21% ในปีก่อน
* **กลุ่มสินค้าคอนซูเมอร์รายได้หดตัว 13.89%:** ขณะที่กลุ่มเครื่องมือสื่อสารเติบโต 2.59% จากการเปิดตัว iPhone 15
* **กลุ่มสินค้าคอมเมอร์เชียลเติบโต 5.93%:** สัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้นจาก 20% เป็น 21%
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SYNEX มีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 9,370.31 ล้านบาท ลดลง 730.55 ล้านบาท หรือ 7.23% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 10,100.86 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลง ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 90.26 ล้านบาท หรือ 19.84% มาอยู่ที่ 364.59 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 4.50% เป็น 3.89% อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้ดี โดยลดลง 13.46% มาอยู่ที่ 193.09 ล้านบาท ทำให้ค่าใช้จ่ายดังกล่าวคิดเป็นสัดส่วน 2.06% ของรายได้ ลดลงจาก 2.21% ในปีก่อน ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดลดลง 72.96 ล้านบาท หรือ 33.86% มาอยู่ที่ 142.52 ล้านบาท จาก 215.48 ล้านบาทในปีก่อน
สำหรับผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 27,015.75 ล้านบาท ลดลง 8.89% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 365.34 ล้านบาท ลดลง 42.01%
## โอกาส
* **การเปิดตัวสินค้าแบรนด์ Apple:** โดยเฉพาะ iPhone 15 ในเดือนกันยายน 2566 เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยกระตุ้นยอดขายในกลุ่มเครื่องมือสื่อสาร
* **การเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มสินค้าคอมเมอร์เชียล:** แม้จะเติบโตชะลอตัว แต่สัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้นจาก 20% เป็น 21% แสดงถึงความพยายามในการกระจายความเสี่ยงและขยายฐานลูกค้าในกลุ่มนี้
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารให้สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง แสดงถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงาน
## ความเสี่ยง
* **สภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและกำลังซื้อผู้บริโภคอ่อนแอ:** เป็นปัจจัยกดดันหลักต่อภาพรวมอุตสาหกรรมไอทีและยอดขายสินค้าคอนซูเมอร์
* **การจัดตั้งรัฐบาลล่าช้า:** ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจลงทุนในโครงการกลุ่มคอมเมอร์เชียล
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การอ่อนค่าของเงินบาทส่งผลให้ต้นทุนสินค้าสูงขึ้น และส่งผลกระทบต่อกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่สูงขึ้น:** เพิ่มภาระต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มกำลังซื้อของผู้บริโภคในไตรมาสถัดไป
* ผลกระทบจากการเปิดตัวสินค้าใหม่ๆ ในกลุ่มเทคโนโลยี
* ความชัดเจนและความคืบหน้าของโครงการในกลุ่มคอมเมอร์เชียล
* ทิศทางอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทและอัตราดอกเบี้ยนโยบาย
* ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนสินค้าและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
ในไตรมาส 3/2566 SYNEX เผชิญกับความท้าทายจากสภาวะตลาดไอทีที่ยังคงซบเซา โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าคอนซูเมอร์ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากกำลังซื้อที่ลดลง ทำให้รายได้ในกลุ่มนี้หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม การเปิดตัว iPhone 15 ในช่วงปลายไตรมาสได้ช่วยกระตุ้นยอดขายในกลุ่มเครื่องมือสื่อสารให้เติบโตได้เล็กน้อย
ในส่วนของกลุ่มสินค้าคอมเมอร์เชียล แม้จะมีการเติบโตที่ 5.93% แต่ฝ่ายจัดการระบุว่าการจัดตั้งรัฐบาลที่ล่าช้าส่งผลให้โครงการบางส่วนถูกเลื่อนออกไป ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาว่าความชัดเจนทางการเมืองจะส่งผลต่อการตัดสินใจลงทุนของภาคธุรกิจอย่างไรต่อไป การที่บริษัทฯ สามารถเพิ่มสัดส่วนรายได้จากกลุ่มนี้ได้ สะท้อนถึงความพยายามในการกระจายความเสี่ยงและขยายฐานรายได้
ประเด็นด้านอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงจาก 4.50% เป็น 3.89% เป็นสัญญาณที่น่ากังวล โดยมีสาเหตุหลักมาจากสภาวะตลาดที่อ่อนแอทำให้มีข้อจำกัดในการตั้งราคาขาย และต้นทุนสินค้าที่สูงขึ้นจากการอ่อนค่าของเงินบาท ซึ่งเป็นปัจจัยที่กระทบต่อผู้จัดจำหน่ายสินค้าเทคโนโลยีที่ต้องนำเข้าสินค้าเป็นส่วนใหญ่
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทฯ ในไตรมาส 3/2566 โดยตรง
## สรุปท้าย
SYNEX ในไตรมาส 3/2566 เผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก ทั้งสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและกำลังซื้อที่อ่อนแอ ส่งผลให้รายได้และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะมีความพยายามในการบริหารจัดการต้นทุนและเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดในบางกลุ่มสินค้า แต่ปัจจัยด้านต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นจากอัตราดอกเบี้ย และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ก็เป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ การฟื้นตัวของผลประกอบการในระยะต่อไปจะขึ้นอยู่กับทิศทางเศรษฐกิจ กำลังซื้อผู้บริโภค และความสามารถในการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนและต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SYNEX ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
12,462.85
ล้านบาท
↑ 7.7% YoY
กำไรขั้นต้น
442.45
ล้านบาท
↓ 5.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
3.55
%
กำไรสุทธิ
193.27
ล้านบาท
↑ 31.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.55
%
D/E Ratio
2.42
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
12,463
↑ + 7.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
442
↓ -5.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
193
↑ + 31.6%
YoY
D/E Ratio
2.42
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SYNEX
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.42
ROE (%)
16.62
ROA (%)
6.93
Book Value/หุ้น
5.95
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SYNEX
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,813
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-99
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SYNEX
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,812.65
+19.36%
|
-1,518.61
+16.93%
|
-1,298.76
-362.92%
|
493.97
-142.73%
|
-1,156.07
-132.99%
|
3,504.58
+3,372.29%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-98.76
-163.01%
|
156.73
+218.10%
|
49.27
-94.49%
|
893.78
+720.73%
|
108.90
-55.63%
|
245.44
-175.03%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,571.86
+37.31%
|
1,144.73
+8.14%
|
1,058.57
-236.13%
|
-777.60
-164.44%
|
1,206.74
-132.16%
|
-3,751.94
-2,844.25%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-190.61
-12.42%
|
-217.63
+13.75%
|
-191.32
-33.01%
|
-285.59
+39.16%
|
-205.23
+10,265.15%
|
-1.98
-97.82%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
77.89
-43.25%
|
137.25
-54.89%
|
304.24
+31.06%
|
232.13
+41.47%
|
164.09
-1.19%
|
166.06
-35.35%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
90.00
+15.55%
|
77.89
-43.25%
|
137.25
-54.85%
|
303.98
+30.95%
|
232.13
+41.47%
|
164.09
-1.19%
|