บริษัท ซันไทยอุตสาหกรรมถุงมือยาง จำกัด (มหาชน)
SET · ของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์
0.10
+0.02 (+25.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-3.1-flash-lite in_tok=3441 out_tok=1547 at=2026-07-22T17:52:44 -->
# STHAI เผยผลงานปี 2566 ขาดทุนสุทธิ 139 ล้านบาท รับผลกระทบตลาดถุงมือยางแข่งขันดุเดือด
## รายได้และยอดขายปรับตัวลดลงตามภาวะอุตสาหกรรม พร้อมเดินหน้าปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
บริษัท ซันไทยอุตสาหกรรมถุงมือยาง จำกัด (มหาชน) หรือ STHAI รายงานผลการดำเนินงานประจำปี 2566 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2566 โดยบริษัทมีรายได้จากการขายถุงมือยางอยู่ที่ 388 ล้านบาท ลดลง 40% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิรวม 139 ล้านบาท โดยมีปัจจัยกดดันสำคัญจากการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงและปริมาณความต้องการในตลาดที่ชะลอตัวลง ซึ่งสะท้อนถึงความท้าทายของอุตสาหกรรมถุงมือยางที่ต้องเผชิญกับภาวะ Oversupply ในตลาดโลก
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ฉุดผลประกอบการของ STHAI ในปี 2566 คือการหดตัวของทั้ง "ปริมาณการขาย" และ "ราคาขายเฉลี่ย" ท่ามกลางสภาวะการแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมถุงมือยาง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการทำกำไรขั้นต้นจนพลิกเป็นขาดทุน
**1) หัวใจคืออะไร**
ปัจจัยหลักคือรายได้จากการขายที่ลดลงถึง 40% (เหลือ 388 ล้านบาท) โดยมีสาเหตุจากยอดจำหน่ายถุงมือยางที่ลดลงเหลือ 361 ล้านชิ้น (ลดลง 34% YoY) ประกอบกับราคาขายเฉลี่ยต่อชิ้นที่ปรับตัวลดลงอีก 10% เมื่อเทียบกับปี 2565 นอกจากนี้ ต้นทุนขายเฉลี่ยที่ปรับสูงขึ้น 2% จากการผลิตที่ลดลง ทำให้บริษัทมีขาดทุนขั้นต้น 46 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการลดลงของกำไรขั้นต้นถึง 669% เมื่อเทียบกับปีก่อน
**2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น**
กลไกที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการเกิดจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่:
* **การแข่งขันด้านราคาสูง:** ตลาดถุงมือยางมีการแข่งขันรุนแรงขึ้นจากการเข้ามาของผู้ผลิตรายใหม่ที่เริ่มผลิตสินค้าสู่ตลาด
* **ภาวะสต็อกสินค้าล้น:** ลูกค้าในตลาดมีการสต็อกสินค้าไว้จำนวนมากในช่วงก่อนหน้า ทำให้ความต้องการซื้อใหม่ชะลอตัวลง
* **ต้นทุนต่อหน่วยสูงขึ้น:** เมื่อปริมาณการผลิตลดลงตามยอดขาย ทำให้บริษัทไม่สามารถประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) ได้ ส่งผลให้ต้นทุนขายเฉลี่ยต่อหน่วยสูงขึ้น
**3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่**
สถานการณ์ดังกล่าวยังคงมีความท้าทายสูงและมีลักษณะเป็นปัจจัยเชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรมที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากภาวะการแข่งขันจากผู้ผลิตรายใหม่และระดับสต็อกสินค้าในตลาดเป็นปัจจัยภายนอกที่บริษัทควบคุมได้ยาก อย่างไรก็ตาม บริษัทได้เริ่มดำเนินโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพองค์กรเพื่อลดรายจ่ายและเพิ่มประสิทธิผล ซึ่งเป็นความพยายามในการรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขาย:** 388 ล้านบาท ลดลง 40% YoY
* **ยอดจำหน่าย:** 361 ล้านชิ้น ลดลง 34% YoY
* **ราคาขายเฉลี่ย:** ปรับลดลง 10% YoY
* **ผลขาดทุนสุทธิ:** 139 ล้านบาท (ประกอบด้วยขาดทุนจากการดำเนินงาน 109 ล้านบาท และขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ 30 ล้านบาท)
* **EBITDA:** ติดลบ 54 ล้านบาท
* **การบริหารค่าใช้จ่าย:** ต้นทุนในการจัดจำหน่ายลดลง 27% แต่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 16% จากการลงทุนในโครงการปรับปรุงองค์กร
## ภาพรวมผลประกอบการ
ผลประกอบการปี 2566 ของ STHAI ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากภาวะอุตสาหกรรมถุงมือยางที่เผชิญกับภาวะล้นตลาดและการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง ส่งผลให้รายได้และอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวลดลงอย่างมากจนบริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 139 ล้านบาท
## โอกาส
บริษัทมุ่งเน้นการดำเนินโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน (Organization Transformation) ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าเริ่มเห็นประสิทธิผลที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการลดต้นทุนและเพิ่มความคล่องตัวในการแข่งขันเมื่อสถานการณ์ตลาดเริ่มฟื้นตัว
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันด้านราคา:** การเข้ามาของผู้ผลิตรายใหม่ในอุตสาหกรรมถุงมือยางยังคงกดดันราคาขายเฉลี่ย
* **ความต้องการของตลาด:** พฤติกรรมการสต็อกสินค้าของลูกค้าที่ยังคงมีความผันผวน
* **การด้อยค่าของสินทรัพย์:** ความเสี่ยงจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ถาวรที่อาจเกิดขึ้นหากผลประกอบการยังไม่ฟื้นตัว
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
1. ทิศทางราคาขายเฉลี่ยต่อชิ้นว่าจะสามารถผ่านจุดต่ำสุดไปได้หรือไม่
2. ความสำเร็จของโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพองค์กรว่าจะสามารถลดต้นทุนได้ตามเป้าหมายหรือไม่
3. การฟื้นตัวของความต้องการในตลาดโลกหลังจากลูกค้าเริ่มระบายสต็อกสินค้าออกไป
4. การบริหารจัดการต้นทุนการผลิตให้สอดคล้องกับปริมาณการขายที่เปลี่ยนแปลงไป
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (SG&A) บริษัทมีความพยายามในการควบคุมต้นทุนอย่างชัดเจน โดยต้นทุนในการจัดจำหน่ายลดลง 27% อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 16% ซึ่งเป็นผลมาจากการลงทุนในโครงการปรับปรุงองค์กรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในระยะยาว ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการปรับตัวท่ามกลางวิกฤตอุตสาหกรรม
## สรุปท้าย
ปี 2566 ถือเป็นปีที่ยากลำบากสำหรับ STHAI จากปัจจัยลบด้านอุตสาหกรรมถุงมือยางที่เผชิญภาวะการแข่งขันสูงและสต็อกสินค้าล้นตลาด ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 139 ล้านบาท แม้บริษัทจะพยายามลดต้นทุนการจัดจำหน่ายและปรับปรุงโครงสร้างองค์กร แต่ความท้าทายจากราคาขายที่ลดลงและต้นทุนต่อหน่วยที่สูงขึ้นยังคงเป็นปัจจัยกดดันหลักที่นักลงทุนต้องติดตามความคืบหน้าในการพลิกฟื้นผลประกอบการต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ STHAI ไตรมาส 4/2566
รายได้รวม
84.35
ล้านบาท
↓ 63.4% YoY
กำไรขั้นต้น
23.69
ล้านบาท
↓ 39% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
28.09
%
กำไรสุทธิ
-42.66
ล้านบาท
↓ 324.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-50.57
%
D/E Ratio
0.07
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
84
↓ -63.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
24
↓ -39%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-43
↓ -324.6%
YoY
D/E Ratio
0.07
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — STHAI
| รายการ | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 | 2561 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| รายได้รวม | — |
84.35
|
— |
230.52
-41.88%
|
396.66
|
0.00
-100.00%
|
764.51
|
| กำไรขั้นต้น | — |
23.69
|
— |
38.87
-37.39%
|
62.09
+273.44%
|
16.63
-69.57%
|
54.63
+123.87%
|
| ค่าใช้จ่ายรวม | — |
21.60
|
— |
17.71
-15.61%
|
20.99
+221.81%
|
-17.23
-126.59%
|
64.79
|
| กำไรสุทธิ | — |
-42.66
|
— |
18.99
-87.67%
|
153.99
|
0.00
+100.00%
|
-2.66
|
| กำไรต่อหุ้น | — |
0.00
|
— |
0.00
-90.00%
|
0.01
|
0.00
|
0.00
|
| กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ | — |
-9.90
|
— |
-6.78
-340.43%
|
2.82
|
0.00
-100.00%
|
1.79
|
| ROE(%) | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ROA(%) | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| P/E | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| P/BV | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| BV | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| YIELD(%) | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ราคาหุ้น | — |
0.00
|
— |
0.10
|
0.10
|
0.10
|
0.10
|
| อัตรากำไรขั้นต้น(%) | — |
28.09
|
— |
16.86
+7.73%
|
15.65
|
— |
7.15
|
| อัตราค่าใช้จ่าย(%) | — |
25.61
|
— |
7.68
+45.18%
|
5.29
|
— |
8.48
|
| อัตรากำไรสุทธิ(%) | — |
-50.57
|
— |
8.24
-78.77%
|
38.82
|
— |
-0.35
|
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.07
ROE (%)
0.00
ROA (%)
0.00
Book Value/หุ้น
0.00
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — STHAI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+21
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-4
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — STHAI
| รายการ | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 | 2561 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
21.11
|
— |
-478.65
-207.07%
|
447.03
+2,354.86%
|
18.21
-54.41%
|
39.94
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-3.61
|
— |
24.44
-147.31%
|
-51.66
+251.43%
|
-14.70
-58.19%
|
-35.16
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
0.15
|
— |
160.17
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
17.81
|
— |
-294.04
-174.11%
|
396.74
+11,203.13%
|
3.51
+47.48%
|
2.38
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
269.45
-50.01%
|
— |
472.28
+525.21%
|
75.54
+62.42%
|
46.51
-13.63%
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
268.21
-0.46%
|
— |
540.69
+14.49%
|
472.28
+844.18%
|
50.02
+7.55%
|
46.51
+5.38%
|