STHAI
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
STHAI
บริษัท ซันไทยอุตสาหกรรมถุงมือยาง จำกัด (มหาชน)
SET · ของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์
0.10
+0.02 (+25.00%)

สรุปงบการเงิน

ไตรมาสที่ 3 ปี 2564

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4686 out_tok=2299 at=2026-07-26T06:35:23 --> # STHAI Q3/2564 กำไรสุทธิหด 47% YoY เหตุราคาขายเฉลี่ยลด กดดันต้นทุน ## รายได้-กำไรไตรมาส 3/64 ปรับตัวลงจากปีก่อน ขณะที่ 9 เดือนแรกโตแรง 110% รับอานิสงส์ตลาดถุงมือยาง บริษัท ซันไทยอุตสาหกรรมถุงมือยาง จำกัด (มหาชน) หรือ STHAI รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีรายได้จากการขาย 356 ล้านบาท ลดลง 7.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และกำไรสุทธิจากการดำเนินงานอยู่ที่ 65.8 ล้านบาท ลดลง 43% QoQ และลดลง 47% YoY ขณะที่ผลประกอบการสะสม 9 เดือนแรกปี 2564 มีรายได้รวม 1,201 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52% และกำไรสุทธิ 347 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 110% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ STHAI ในไตรมาส 3 ปี 2564 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มาจาก **การปรับลดลงของราคาขายเฉลี่ย** ซึ่งไม่สามารถชดเชยได้ด้วยปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับ **ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น** ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) หดตัวลงอย่างมาก **ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:** ฝ่ายจัดการระบุว่า ในไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัทมีรายได้จากการขายลดลง 7.8% QoQ เนื่องจากราคาขายเฉลี่ยที่ลดลง แม้ว่าปริมาณการขายจะเพิ่มขึ้นก็ตาม เมื่อพิจารณาเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 3% แต่กำไรสุทธิกลับลดลงถึง 47% ซึ่งสะท้อนว่าราคาขายเฉลี่ยในไตรมาส 3 ปี 2564 ต่ำกว่าไตรมาส 3 ปี 2563 อย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกัน ต้นทุนขายในไตรมาส 3 ปี 2564 เพิ่มขึ้น 30% YoY ซึ่งสูงกว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้ ทำให้กำไรขั้นต้นลดลงถึง 33% YoY จาก 42.7% เหลือ 27.9% และส่งผลต่อเนื่องถึงกำไรสุทธิที่ลดลง **จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:** จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร **มีโอกาสเป็นลักษณะครั้งคราว** เนื่องจากฝ่ายจัดการไม่ได้ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสาเหตุที่ราคาขายเฉลี่ยลดลง หรือแนวโน้มราคาขายในอนาคต อย่างไรก็ตาม การที่ผลประกอบการ 9 เดือนแรกปี 2564 ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 110% YoY แสดงให้เห็นถึงความต้องการในตลาดถุงมือยางที่ยังคงสูง แต่ปัจจัยด้านราคาขายและต้นทุนในแต่ละไตรมาสอาจมีความผันผวนได้ ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิ Q3/64 หดตัว 47% YoY:** อยู่ที่ 65.8 ล้านบาท จาก 124.1 ล้านบาทในปีก่อน * **รายได้จากการขาย Q3/64 เพิ่ม 3% YoY:** อยู่ที่ 356 ล้านบาท แต่ลดลง 7.8% QoQ * **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 64 โต 110% YoY:** อยู่ที่ 347 ล้านบาท จาก 165.6 ล้านบาทในปีก่อน * **รายได้ 9 เดือนแรกปี 64 โต 52% YoY:** อยู่ที่ 1,201 ล้านบาท จาก 789.2 ล้านบาทในปีก่อน * **อัตรากำไรขั้นต้น Q3/64 หดตัวแรง:** เหลือ 27.9% จาก 42.7% ใน Q3/63 * **สถานะการเงินแข็งแกร่ง:** ไม่มีหนี้สินทางการเงิน (Interest Bearing Debt) ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัทมีรายได้จากการขาย 356.1 ล้านบาท ลดลง 7.8% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2564 และลดลง 8% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2563 (แต่เอกสารระบุว่าเพิ่มขึ้น 3% YoY ซึ่งอาจเกิดจากการปัดเศษหรือความคลาดเคลื่อนในการนำเสนอข้อมูล) กำไรขั้นต้นลดลง 41% QoQ และ 33% YoY ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวด 3 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2564 อยู่ที่ 65.8 ล้านบาท ลดลง 43% QoQ และ 47% YoY อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการสะสม 9 เดือนแรกปี 2564 ยังคงเติบโตอย่างโดดเด่น โดยมีรายได้จากการขายรวม 1,200.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52% YoY และมีกำไรสุทธิ 346.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 109% YoY ## โอกาส * **ความต้องการถุงมือยางที่ยังคงสูง:** แม้จะมีการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ในหลายประเทศ แต่ความต้องการใช้ถุงมือยางในภาคอุตสาหกรรมทางการแพทย์และอุตสาหกรรมอื่นๆ ยังคงมีแนวโน้มเติบโต * **การพัฒนาและปรับปรุงเครื่องจักร:** บริษัทมีการบำรุงรักษาและพัฒนาเครื่องจักรอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิต ซึ่งจะส่งผลดีต่ออัตรากำไรในระยะยาว * **การบริหารจัดการ Working Capital ที่มีประสิทธิภาพ:** บริษัทมีวงจรเงินสดที่สั้นเพียง 5 วัน แสดงถึงสภาพคล่องที่แข็งแกร่ง ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาขายเฉลี่ย:** การปรับลดลงของราคาขายเฉลี่ยเป็นปัจจัยกดดันกำไรในไตรมาส 3 ปี 2564 ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้อีกหากอุปทานในตลาดเพิ่มขึ้น หรือความต้องการลดลง * **ต้นทุนวัตถุดิบที่อาจเพิ่มขึ้น:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุถึงต้นทุนวัตถุดิบโดยตรง แต่ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น 30% YoY อาจสะท้อนถึงต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น หรือค่าใช้จ่ายในการผลิตที่เพิ่มขึ้น * **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** อุตสาหกรรมถุงมือยางมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ผลิตรายเดิมและผู้ผลิตรายใหม่ ซึ่งอาจส่งผลต่อส่วนแบ่งการตลาดและราคาขาย ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มราคาขายเฉลี่ย:** จับตาว่าราคาขายเฉลี่ยจะฟื้นตัวหรือทรงตัวในระดับต่ำต่อไป * **ต้นทุนการผลิตและวัตถุดิบ:** ติดตามการเปลี่ยนแปลงของต้นทุนขาย ซึ่งอาจส่งผลต่ออัตรากำไรขั้นต้น * **ปริมาณการขาย:** ประเมินแนวโน้มการเติบโตของปริมาณการขายในไตรมาสถัดไป * **แผนการพัฒนาเครื่องจักร:** ติดตามผลลัพธ์จากการลงทุนเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค) ในส่วนของสินค้าอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ถุงมือยาง STHAI เผชิญกับแรงกดดันด้านราคาขายเฉลี่ยที่ลดลงในไตรมาส 3 ปี 2564 ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรสุทธิหดตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ว่าปริมาณการขายจะยังคงเติบโตได้ดีก็ตาม การที่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 30% YoY ในขณะที่รายได้เพิ่มขึ้นเพียง 3% YoY ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 42.7% เหลือ 27.9% ซึ่งเป็นจุดที่ต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการ 9 เดือนแรกของปี 2564 ยังคงแสดงให้เห็นถึงศักยภาพการเติบโตที่แข็งแกร่ง โดยรายได้และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งอาจเป็นผลมาจากอานิสงส์ของสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังคงส่งผลต่อความต้องการใช้ถุงมือยางในตลาดโลก ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,662 ล้านบาท และหนี้สินรวม 225 ล้านบาท โดยมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งมาก เนื่องจากไม่มีหนี้สินทางการเงิน (Interest Bearing Debt) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเจ้าหนี้การค้าและภาษีเงินได้ค้างจ่าย บริษัทมีส่วนของผู้ถือหุ้น 1,406 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากไตรมาสก่อนหน้า นอกจากนี้ บริษัทยังมีการบริหารจัดการเงินทุนหมุนเวียน (Working Capital) ที่มีประสิทธิภาพ โดยมีระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย 23 วัน, ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย 52 วัน, ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า 69 วัน และมีวงจรเงินสดเพียง 5 วัน ซึ่งแสดงถึงสภาพคล่องที่แข็งแกร่ง ## สรุปท้าย STHAI ในไตรมาส 3 ปี 2564 เผชิญกับแรงกดดันจากราคาขายเฉลี่ยที่ลดลงและต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ว่าผลประกอบการ 9 เดือนแรกจะยังคงเติบโตโดดเด่นก็ตาม สถานะทางการเงินของบริษัทยังคงแข็งแกร่งและมีสภาพคล่องที่ดี อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาขายเฉลี่ยและต้นทุนการผลิตในไตรมาสถัดไป เพื่อประเมินทิศทางอัตรากำไรของบริษัทต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ STHAI ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
84.35 ล้านบาท
↓ 63.4% YoY
กำไรขั้นต้น
23.69 ล้านบาท
↓ 39% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
28.09 %
กำไรสุทธิ
-42.66 ล้านบาท
↓ 324.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-50.57 %
D/E Ratio
0.07
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
84
↓ -63.4% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
24
↓ -39% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-43
↓ -324.6% YoY
D/E Ratio
0.07

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — STHAI

รายการ 2567 2566 2565 2564 2563 2562 2561
รายได้รวม —
84.35
—
230.52
-41.88%
396.66
0.00
-100.00%
764.51
กำไรขั้นต้น —
23.69
—
38.87
-37.39%
62.09
+273.44%
16.63
-69.57%
54.63
+123.87%
ค่าใช้จ่ายรวม —
21.60
—
17.71
-15.61%
20.99
+221.81%
-17.23
-126.59%
64.79
กำไรสุทธิ —
-42.66
—
18.99
-87.67%
153.99
0.00
+100.00%
-2.66
กำไรต่อหุ้น —
0.00
—
0.00
-90.00%
0.01
0.00
0.00
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
-9.90
—
-6.78
-340.43%
2.82
0.00
-100.00%
1.79
ROE(%) —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
ROA(%) —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
P/E —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
P/BV —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
BV —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
YIELD(%) —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
ราคาหุ้น —
0.00
—
0.10
0.10
0.10
0.10
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
28.09
—
16.86
+7.73%
15.65
—
7.15
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
25.61
—
7.68
+45.18%
5.29
—
8.48
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
-50.57
—
8.24
-78.77%
38.82
—
-0.35
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.07
ROE (%)
0.00
ROA (%)
0.00
Book Value/หุ้น
0.00

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — STHAI

รายการ 2567 2566 2565 2564 2563 2562 2561
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
376.16
-14.08%
—
776.42
+25.32%
619.56
+140.53%
0.00
268.72
-1.72%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
730.04
-12.16%
—
869.63
+6.66%
815.34
+14.43%
0.00
983.84
-1.62%
รวมสินทรัพย์ —
1,106.21
-12.83%
—
1,646.05
+14.72%
1,434.90
+47.91%
0.00
1,252.56
-1.64%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
56.60
-28.86%
—
209.45
+2.93%
203.50
+71.54%
0.00
96.99
-16.43%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
11.49
-2.23%
—
12.46
+5.98%
11.76
+11.12%
0.00
9.47
+10.72%
รวมหนี้สิน —
68.10
-25.43%
—
221.91
+3.09%
215.25
+66.59%
0.00
106.46
-14.57%
รวมส่วนของเจ้าของ —
1,038.11
-11.85%
—
1,424.14
+16.77%
1,219.65
+45.04%
0.00
1,146.10
-0.24%
D/E —
0.07
—
0.16
0.18
—
0.09
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
วงจรเงินสด —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+21
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-4
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — STHAI

รายการ 2567 2566 2565 2564 2563 2562 2561
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
21.11
—
-478.65
-207.07%
447.03
+2,354.86%
18.21
-54.41%
39.94
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
-3.61
—
24.44
-147.31%
-51.66
+251.43%
-14.70
-58.19%
-35.16
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
0.15
—
160.17
0.00
0.00
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
17.81
—
-294.04
-174.11%
396.74
+11,203.13%
3.51
+47.48%
2.38
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
269.45
-50.01%
—
472.28
+525.21%
75.54
+62.42%
46.51
-13.63%
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
268.21
-0.46%
—
540.69
+14.49%
472.28
+844.18%
50.02
+7.55%
46.51
+5.38%