STHAI
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
STHAI
บริษัท ซันไทยอุตสาหกรรมถุงมือยาง จำกัด (มหาชน)
SET · ของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์
0.10
+0.02 (+25.00%)

สรุปงบการเงิน

ไตรมาสที่ 1 ปี 2566

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4208 out_tok=3095 at=2026-07-26T07:04:02 --> # STHAI Q1/2566 พลิกขาดทุนลดลง 58% รับปริมาณขายฟื้น แต่ราคาขายยังถูกกดดัน ## รายได้จากการขายฟื้นตัว QoQ แต่ยังต่ำกว่าปีก่อน ขณะที่การควบคุมต้นทุนช่วยลดการขาดทุนสุทธิ บริษัท ซันไทยอุตสาหกรรมถุงมือยาง จำกัด (มหาชน) หรือ STHAI รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีการขาดทุนสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แม้รายได้จากการขายจะยังคงต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของปริมาณการขายและการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุปโภคบริโภค เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก SSS/volume, ราคาขาย, ต้นทุนวัตถุดิบ, ค่าการตลาด, ช่องทางขาย, หรือสินค้าใหม่ หัวใจสำคัญที่ส่งผลให้ผลประกอบการของ STHAI ในไตรมาส 1 ปี 2566 มีการขาดทุนลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า คือ **การฟื้นตัวของปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นถึง 80% QoQ** ประกอบกับการ **ควบคุมต้นทุนอย่างต่อเนื่อง** ซึ่งช่วยลดอัตรากำไรขั้นต้นที่ขาดทุนลงได้ถึง 10% จาก -21% เป็น -11% และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลง 12% QoQ **ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:** สาเหตุหลักที่ทำให้ปริมาณการขายเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (Q4/2565) มาจากการที่บริษัทมีคำสั่งซื้อที่เข้ามามากขึ้น อย่างไรก็ตาม ปัจจัยลบที่ยังคงกดดันคือ **ราคาขายเฉลี่ย (ASP) ที่ลดลง 21% QoQ** เนื่องจากสภาวะสินค้าล้นตลาด (Over supply) และการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง ซึ่งเป็นผลกระทบต่อเนื่องมาจากสภาวะตลาดถุงมือยางทั่วโลก แม้ว่าปริมาณขายจะเพิ่มขึ้น แต่ราคาขายที่ลดลงก็ส่งผลให้รายได้จากการขายโดยรวมยังคงลดลง 56% YoY เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2565 ที่มีรายได้สูงกว่ามาก ในส่วนของการควบคุมต้นทุน บริษัทได้ดำเนินมาตรการลดต้นทุนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นที่เคยขาดทุนถึง -21% ในไตรมาสก่อนหน้า ลดลงมาอยู่ที่ -11% ในไตรมาสนี้ นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการบริหารก็ถูกควบคุมให้ลดลง 12% QoQ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้รวมกันช่วยลดผลขาดทุนสุทธิลงได้ถึง 58% QoQ จาก 63.35 ล้านบาท เป็น 26.39 ล้านบาท **จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:** จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร **มีโอกาสที่จะเห็นการฟื้นตัวต่อเนื่องในแง่ปริมาณการขาย** เนื่องจากบริษัทได้ระบุว่าปริมาณการขายเพิ่มขึ้น 80% QoQ และยังคงเดินหน้าลดต้นทุนและสร้างความแตกต่างให้กับสินค้าเพื่อมุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่เป็น Customize อย่างไรก็ตาม **แรงกดดันด้านราคาขาย (ASP) ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด** เนื่องจากสภาวะสินค้า Over supply และการแข่งขันด้านราคายังคงเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบในไตรมาสนี้ การที่บริษัทจะสามารถพลิกกลับมามีกำไรได้นั้น จะขึ้นอยู่กับความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนควบคู่ไปกับการปรับกลยุทธ์ด้านราคาและการหาตลาดใหม่ๆ ที่มีมาร์จิ้นดีขึ้น ## Highlight สำคัญ * **ขาดทุนสุทธิลดลง 58% QoQ:** บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 26.39 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2566 ลดลงจาก 63.35 ล้านบาทในไตรมาส 4 ปี 2565 * **ปริมาณการขายฟื้นตัวแรง 80% QoQ:** จำนวนขายเพิ่มขึ้นจาก 61 ล้านชิ้น เป็น 110 ล้านชิ้น * **รายได้จากการขายเพิ่ม 42% QoQ แต่ลดลง 56% YoY:** รายได้อยู่ที่ 118.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน แต่ยังต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญ * **ราคาขายเฉลี่ย (ASP) ลดลง 21% QoQ:** สภาวะสินค้า Over supply และการแข่งขันด้านราคาเป็นปัจจัยกดดันหลัก * **อัตรากำไรขั้นต้นขาดทุนลดลง:** จาก -21% ในไตรมาสก่อนหน้า เหลือ -11% ในไตรมาสนี้ จากมาตรการลดต้นทุน * **ขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ถาวร:** มีรายการขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ถาวร 35.94 ล้านบาท ในไตรมาสนี้ ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับไตรมาส 1 ปี 2566 บริษัทมีรายได้จากการขายจำนวน 118.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) แต่ลดลง 56% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยมีจำนวนขายเพิ่มขึ้น 80% QoQ แต่ลดลง 55% YoY ต้นทุนขายอยู่ที่ 131.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31% QoQ และลดลง 46% YoY ส่งผลให้มีผลขาดทุนขั้นต้น 12.80 ล้านบาท ลดลง 26% QoQ และขาดทุนเพิ่มขึ้น 144% YoY (จากกำไรขั้นต้น 29.12 ล้านบาทใน Q1/2565) เมื่อรวมรายการอื่นๆ เช่น รายได้อื่นที่ลดลง 74% QoQ, กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 1.25 ล้านบาท (เทียบกับขาดทุน 7.82 ล้านบาทใน Q4/2565), ขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ถาวร 35.94 ล้านบาท, ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 17% QoQ และค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 12% QoQ ทำให้บริษัทมีผลขาดทุนจากการดำเนินงาน 26.21 ล้านบาท ลดลง 66% QoQ และขาดทุนเพิ่มขึ้น 297% YoY เมื่อหักต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ (ซึ่งในไตรมาสก่อนหน้ามีค่าใช้จ่ายภาษี 13.43 ล้านบาท และไตรมาสเดียวกันปีก่อนมีภาษี 3.10 ล้านบาท) บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิสำหรับงวด 26.40 ล้านบาท ลดลง 58% QoQ แต่ขาดทุนเพิ่มขึ้น 366% YoY อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ -11% และอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ -22% ## โอกาส * **การเพิ่มขึ้นของปริมาณการขาย:** การที่ปริมาณการขายเพิ่มขึ้น 80% QoQ บ่งชี้ถึงความต้องการสินค้าที่เริ่มกลับมา * **การควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** มาตรการลดต้นทุนอย่างต่อเนื่องช่วยลดผลขาดทุนขั้นต้นและค่าใช้จ่ายในการบริหาร * **การมุ่งเน้นลูกค้ากลุ่ม Customize:** การปรับกลยุทธ์ไปสู่ลูกค้าเฉพาะกลุ่มที่มีความต้องการพิเศษ อาจช่วยเพิ่มมูลค่าและมาร์จิ้นได้ในระยะยาว ## ความเสี่ยง * **สภาวะสินค้า Over supply และการแข่งขันด้านราคา:** เป็นปัจจัยหลักที่กดดันราคาขายเฉลี่ย (ASP) ให้ลดลงอย่างต่อเนื่อง * **รายได้จากการขายยังต่ำกว่าปีก่อน:** แม้ปริมาณขายจะฟื้นตัว แต่รายได้รวมยังคงลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน * **ขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ถาวร:** การบันทึกขาดทุนจากการด้อยค่า 35.94 ล้านบาท ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในไตรมาสนี้ * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาสนี้จะมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่ในอดีตก็เคยมีขาดทุน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการได้ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มราคาขายเฉลี่ย (ASP):** จะสามารถฟื้นตัวได้หรือไม่ ท่ามกลางสภาวะ Over supply และการแข่งขัน * **ความสามารถในการควบคุมต้นทุน:** จะสามารถรักษาประสิทธิภาพการลดต้นทุนได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่ * **การเติบโตของปริมาณการขาย:** จะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตของปริมาณการขายในไตรมาสถัดไปได้หรือไม่ * **กลยุทธ์การเจาะตลาดลูกค้า Customize:** จะสามารถสร้างรายได้และกำไรที่เพิ่มขึ้นได้มากน้อยเพียงใด * **ผลกระทบจากรายการขาดทุนจากการด้อยค่า:** จะมีรายการพิเศษอื่นๆ เกิดขึ้นอีกหรือไม่ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค) ในไตรมาส 1 ปี 2566 บริษัท ซันไทยอุตสาหกรรมถุงมือยาง จำกัด (มหาชน) หรือ STHAI เผชิญกับความท้าทายจากสภาวะตลาดถุงมือยางที่ยังคงมีสินค้าล้นตลาด (Over supply) และการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง ส่งผลให้ราคาขายเฉลี่ย (ASP) ปรับตัวลดลงถึง 21% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แม้ว่าปริมาณการขายจะฟื้นตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 80% QoQ จาก 61 ล้านชิ้น เป็น 110 ล้านชิ้น แต่ก็ยังคงลดลง 55% YoY เมื่อเทียบกับ 244 ล้านชิ้นในไตรมาส 1 ปี 2565 รายได้จากการขายในไตรมาสนี้อยู่ที่ 118.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42% QoQ แต่ลดลงถึง 56% YoY ซึ่งสะท้อนถึงผลกระทบจากราคาขายที่ลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ปริมาณการขายจะดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ในด้านต้นทุน บริษัทได้ดำเนินมาตรการลดต้นทุนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นขาดทุนลดลงจาก -21% ในไตรมาสก่อนหน้า เหลือ -11% ในไตรมาสนี้ ต้นทุนขายอยู่ที่ 131.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31% QoQ สอดคล้องกับปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น แต่ก็ยังคงสูงกว่ารายได้จากการขาย ทำให้เกิดผลขาดทุนขั้นต้น 12.80 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการบริหารได้รับการควบคุมให้ลดลง 12% QoQ อยู่ที่ 13.03 ล้านบาท ซึ่งช่วยลดแรงกดดันต่อผลประกอบการโดยรวม อย่างไรก็ตาม ในไตรมาสนี้มีรายการขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ถาวรจำนวน 35.94 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่ส่งผลกระทบต่อผลกำไรสุทธิ โดยรวมแล้ว บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 26.40 ล้านบาท ลดลง 58% QoQ แต่ยังคงขาดทุนเพิ่มขึ้น 366% YoY อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ -11% และอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ -22% ซึ่งสะท้อนถึงความพยายามในการบริหารจัดการต้นทุนท่ามกลางสภาวะตลาดที่ท้าทาย ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง อย่างไรก็ตาม มีข้อมูลบางส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น: * **ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย:** 21.05 ล้านบาทใน Q1/2566 * **EBITDA:** ขาดทุน 5.16 ล้านบาทใน Q1/2566 (เทียบกับขาดทุน 54.50 ล้านบาทใน Q4/2565 และกำไร 30.69 ล้านบาทใน Q1/2565) * **EBITDA Margin:** -4.4% ใน Q1/2566 (เทียบกับ -65.5% ใน Q4/2565 และ 11.3% ใน Q1/2565) ข้อมูลเหล่านี้บ่งชี้ว่า แม้ผลประกอบการจะขาดทุน แต่การดำเนินงานหลัก (ก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย) มีการปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ## สรุปท้าย หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ STHAI ในไตรมาส 1 ปี 2566 มีการขาดทุนลดลงอย่างมีนัยสำคัญคือ การฟื้นตัวของปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นถึง 80% QoQ ประกอบกับการควบคุมต้นทุนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยลดอัตรากำไรขั้นต้นที่ขาดทุนลงได้ อย่างไรก็ตาม แรงกดดันจากสภาวะสินค้า Over supply และการแข่งขันด้านราคาที่ทำให้ราคาขายเฉลี่ย (ASP) ลดลง 21% QoQ ยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญที่ส่งผลให้รายได้จากการขายยังคงต่ำกว่าปีก่อน และบริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 26.40 ล้านบาท สิ่งที่ต้องจับตาต่อไปคือแนวโน้มราคาขายเฉลี่ย ความสามารถในการควบคุมต้นทุน และความสำเร็จของกลยุทธ์การเจาะตลาดลูกค้า Customize เพื่อผลักดันการเติบโตของรายได้และกำไรในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ STHAI ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
84.35 ล้านบาท
↓ 63.4% YoY
กำไรขั้นต้น
23.69 ล้านบาท
↓ 39% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
28.09 %
กำไรสุทธิ
-42.66 ล้านบาท
↓ 324.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-50.57 %
D/E Ratio
0.07
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
84
↓ -63.4% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
24
↓ -39% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-43
↓ -324.6% YoY
D/E Ratio
0.07

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — STHAI

รายการ 2567 2566 2565 2564 2563 2562 2561
รายได้รวม —
84.35
—
230.52
-41.88%
396.66
0.00
-100.00%
764.51
กำไรขั้นต้น —
23.69
—
38.87
-37.39%
62.09
+273.44%
16.63
-69.57%
54.63
+123.87%
ค่าใช้จ่ายรวม —
21.60
—
17.71
-15.61%
20.99
+221.81%
-17.23
-126.59%
64.79
กำไรสุทธิ —
-42.66
—
18.99
-87.67%
153.99
0.00
+100.00%
-2.66
กำไรต่อหุ้น —
0.00
—
0.00
-90.00%
0.01
0.00
0.00
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
-9.90
—
-6.78
-340.43%
2.82
0.00
-100.00%
1.79
ROE(%) —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
ROA(%) —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
P/E —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
P/BV —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
BV —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
YIELD(%) —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
ราคาหุ้น —
0.00
—
0.10
0.10
0.10
0.10
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
28.09
—
16.86
+7.73%
15.65
—
7.15
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
25.61
—
7.68
+45.18%
5.29
—
8.48
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
-50.57
—
8.24
-78.77%
38.82
—
-0.35
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.07
ROE (%)
0.00
ROA (%)
0.00
Book Value/หุ้น
0.00

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — STHAI

รายการ 2567 2566 2565 2564 2563 2562 2561
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
376.16
-14.08%
—
776.42
+25.32%
619.56
+140.53%
0.00
268.72
-1.72%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
730.04
-12.16%
—
869.63
+6.66%
815.34
+14.43%
0.00
983.84
-1.62%
รวมสินทรัพย์ —
1,106.21
-12.83%
—
1,646.05
+14.72%
1,434.90
+47.91%
0.00
1,252.56
-1.64%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
56.60
-28.86%
—
209.45
+2.93%
203.50
+71.54%
0.00
96.99
-16.43%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
11.49
-2.23%
—
12.46
+5.98%
11.76
+11.12%
0.00
9.47
+10.72%
รวมหนี้สิน —
68.10
-25.43%
—
221.91
+3.09%
215.25
+66.59%
0.00
106.46
-14.57%
รวมส่วนของเจ้าของ —
1,038.11
-11.85%
—
1,424.14
+16.77%
1,219.65
+45.04%
0.00
1,146.10
-0.24%
D/E —
0.07
—
0.16
0.18
—
0.09
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
วงจรเงินสด —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+21
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-4
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — STHAI

รายการ 2567 2566 2565 2564 2563 2562 2561
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
21.11
—
-478.65
-207.07%
447.03
+2,354.86%
18.21
-54.41%
39.94
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
-3.61
—
24.44
-147.31%
-51.66
+251.43%
-14.70
-58.19%
-35.16
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
0.15
—
160.17
0.00
0.00
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
17.81
—
-294.04
-174.11%
396.74
+11,203.13%
3.51
+47.48%
2.38
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
269.45
-50.01%
—
472.28
+525.21%
75.54
+62.42%
46.51
-13.63%
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
268.21
-0.46%
—
540.69
+14.49%
472.28
+844.18%
50.02
+7.55%
46.51
+5.38%