บริษัท ซันไทยอุตสาหกรรมถุงมือยาง จำกัด (มหาชน)
SET · ของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์
0.10
+0.02 (+25.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3958 out_tok=1926 at=2026-07-27T12:56:03 -->
# STHAI กำไร Q2/2564 พุ่ง 211% รับดีมานด์ถุงมือยางสูงต่อเนื่อง
## รายได้โตกว่า 51% หนุนกำไรสุทธิทะลุ 115 ล้านบาท ขณะที่ต้นทุนคุมได้ดี
บริษัท ซันไทยอุตสาหกรรมถุงมือยาง จำกัด (มหาชน) หรือ STHAI รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 115.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 211.36% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายเติบโต 51.26% เป็นผลมาจากความต้องการถุงมือยางที่ยังคงสูงต่อเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุปโภคบริโภค
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ STHAI ในไตรมาส 2 ปี 2564 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้นถึง 51.26%** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มขึ้นของกำไรขั้นต้นถึง 200.90% และดันให้กำไรสุทธิพุ่งสูงขึ้น 211.36% แม้ต้นทุนขายจะปรับเพิ่มขึ้น 9.74% แต่ก็สามารถบริหารจัดการได้ดีเมื่อเทียบกับยอดขายที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า สาเหตุหลักมาจาก **สถานการณ์โรคระบาด COVID-19 ที่ยังคงต่อเนื่อง** ทำให้ความต้องการใช้ถุงมือยางในตลาดโลกยังคงอยู่ในระดับสูง บริษัทฯ สามารถตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นนี้ได้ โดยมีการบำรุงรักษาเครื่องจักรและอุปกรณ์อย่างต่อเนื่องเพื่อรักษายอดผลิตให้เป็นไปตามเป้าหมาย และผลิตถุงมือได้เต็มกำลังการผลิต การที่รายได้เพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่าต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น ทำให้กำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก นอกจากนี้ ยังมีรายได้อื่นๆ เพิ่มขึ้นถึง 454.91% และมีค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ที่เพิ่มขึ้นตามผลประกอบการที่ดีขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการระบุว่าสถานการณ์โรคระบาด COVID-19 ยังคงต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนความต้องการถุงมือยางในตลาดอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทฯ มีการเตรียมพร้อมด้านกำลังการผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นนี้ อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดและการกระจายวัคซีนทั่วโลก ซึ่งอาจส่งผลต่อความต้องการในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพุ่ง 211.36%** แตะ 115.97 ล้านบาท จาก 37.24 ล้านบาทใน Q2/2563
* **รายได้จากการขายเติบโต 51.26%** เป็น 386.41 ล้านบาท จาก 255.47 ล้านบาทใน Q2/2563
* **กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 200.90%** เป็น 166.96 ล้านบาท จาก 55.49 ล้านบาทใน Q2/2563
* ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 9.74% แต่บริหารจัดการได้ดีเมื่อเทียบกับยอดขาย
* มีค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 30.78 ล้านบาท ตามผลประกอบการที่ดีขึ้น
* บริษัทย่อย NRE มีผลขาดทุน 2.04 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นค่าเสื่อมราคาและค่าใช้จ่ายดำเนินงาน
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทฯ มีรายได้จากการขายในไตรมาส 2 ปี 2564 จำนวน 386.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 130.94 ล้านบาท หรือ 51.26% เมื่อเทียบกับ 255.47 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2563 ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 9.74% เป็น 219.45 ล้านบาท ทำให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 200.90% เป็น 166.96 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการขายลดลงเล็กน้อย 5.97% ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 21.53% มีการบันทึกผลขาดทุนด้านเครดิตของลูกหนี้ 1.21 ล้านบาท รายได้อื่นๆ เพิ่มขึ้นอย่างมาก 454.91% เป็น 2.60 ล้านบาท ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 191.62% เป็น 0.52 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรก่อนภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 294% เป็น 146.75 ล้านบาท และกำไรสุทธิสำหรับงวดเพิ่มขึ้น 211.36% เป็น 115.97 ล้านบาท
## โอกาส
* **ความต้องการถุงมือยางที่สูงต่อเนื่อง:** สถานการณ์ COVID-19 ยังคงเป็นปัจจัยหนุนความต้องการใช้ถุงมือยางในตลาดโลก
* **การบริหารกำลังการผลิต:** บริษัทฯ มีการบำรุงรักษาเครื่องจักรและอุปกรณ์เพื่อผลิตถุงมือได้เต็มกำลังการผลิต รองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น
* **การเติบโตของรายได้และกำไร:** ผลประกอบการที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งในไตรมาสนี้ แสดงถึงศักยภาพในการทำกำไรของบริษัทฯ
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ COVID-19:** แม้ปัจจุบันจะเป็นปัจจัยบวก แต่หากสถานการณ์คลี่คลาย หรือมีการกระจายวัคซีนอย่างทั่วถึง อาจส่งผลต่อความต้องการถุงมือยางในระยะยาว
* **ต้นทุนวัตถุดิบ:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุถึงต้นทุนวัตถุดิบโดยตรง แต่เป็นปัจจัยสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในอนาคต
* **ผลประกอบการของบริษัทย่อย:** บริษัทย่อย NRE ยังคงมีผลขาดทุน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาพรวมของกลุ่มบริษัท
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มสถานการณ์ COVID-19 และผลกระทบต่อความต้องการถุงมือยาง
* การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนการผลิต
* แผนการดำเนินงานของบริษัทย่อย NRE และแนวโน้มการพลิกกลับมามีกำไร
* การรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับสูง แม้ต้นทุนอาจมีการปรับตัว
* การขยายกำลังการผลิต หรือการลงทุนใหม่ๆ เพื่อรองรับดีมานด์ในอนาคต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
ในไตรมาส 2 ปี 2564 STHAI ได้รับอานิสงส์โดยตรงจากความต้องการถุงมือยางที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนรายได้จากการขายให้เติบโตถึง 51.26% การบริหารจัดการต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่ารายได้ ทำให้กำไรขั้นต้นก้าวกระโดดถึง 200.90% สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงานภายใต้สภาวะตลาดที่เป็นบวก แม้จะมีค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น แต่ก็ไม่กระทบต่อภาพรวมกำไรสุทธิที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทฯ ในงวดไตรมาส 2 ปี 2564
## สรุปท้าย
STHAI โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 สุดแข็งแกร่ง ด้วยกำไรสุทธิที่พุ่งสูงถึง 211.36% เป็นผลมาจากดีมานด์ถุงมือยางที่ยังคงสูงต่อเนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 หนุนรายได้จากการขายให้เติบโตกว่า 51% การบริหารต้นทุนที่ทำได้ดีส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด แม้จะมีปัจจัยเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์โรคระบาดในระยะยาว แต่แนวโน้มปัจจุบันยังคงเป็นบวกและบริษัทฯ มีความพร้อมด้านกำลังการผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้น
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ STHAI ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
84.35
ล้านบาท
↓ 63.4% YoY
กำไรขั้นต้น
23.69
ล้านบาท
↓ 39% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
28.09
%
กำไรสุทธิ
-42.66
ล้านบาท
↓ 324.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-50.57
%
D/E Ratio
0.07
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
84
↓ -63.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
24
↓ -39%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-43
↓ -324.6%
YoY
D/E Ratio
0.07
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — STHAI
| รายการ | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 | 2561 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| รายได้รวม | — |
84.35
|
— |
230.52
-41.88%
|
396.66
|
0.00
-100.00%
|
764.51
|
| กำไรขั้นต้น | — |
23.69
|
— |
38.87
-37.39%
|
62.09
+273.44%
|
16.63
-69.57%
|
54.63
+123.87%
|
| ค่าใช้จ่ายรวม | — |
21.60
|
— |
17.71
-15.61%
|
20.99
+221.81%
|
-17.23
-126.59%
|
64.79
|
| กำไรสุทธิ | — |
-42.66
|
— |
18.99
-87.67%
|
153.99
|
0.00
+100.00%
|
-2.66
|
| กำไรต่อหุ้น | — |
0.00
|
— |
0.00
-90.00%
|
0.01
|
0.00
|
0.00
|
| กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ | — |
-9.90
|
— |
-6.78
-340.43%
|
2.82
|
0.00
-100.00%
|
1.79
|
| ROE(%) | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ROA(%) | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| P/E | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| P/BV | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| BV | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| YIELD(%) | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ราคาหุ้น | — |
0.00
|
— |
0.10
|
0.10
|
0.10
|
0.10
|
| อัตรากำไรขั้นต้น(%) | — |
28.09
|
— |
16.86
+7.73%
|
15.65
|
— |
7.15
|
| อัตราค่าใช้จ่าย(%) | — |
25.61
|
— |
7.68
+45.18%
|
5.29
|
— |
8.48
|
| อัตรากำไรสุทธิ(%) | — |
-50.57
|
— |
8.24
-78.77%
|
38.82
|
— |
-0.35
|
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.07
ROE (%)
0.00
ROA (%)
0.00
Book Value/หุ้น
0.00
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — STHAI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+21
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-4
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — STHAI
| รายการ | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 | 2561 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
21.11
|
— |
-478.65
-207.07%
|
447.03
+2,354.86%
|
18.21
-54.41%
|
39.94
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-3.61
|
— |
24.44
-147.31%
|
-51.66
+251.43%
|
-14.70
-58.19%
|
-35.16
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
0.15
|
— |
160.17
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
17.81
|
— |
-294.04
-174.11%
|
396.74
+11,203.13%
|
3.51
+47.48%
|
2.38
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
269.45
-50.01%
|
— |
472.28
+525.21%
|
75.54
+62.42%
|
46.51
-13.63%
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
268.21
-0.46%
|
— |
540.69
+14.49%
|
472.28
+844.18%
|
50.02
+7.55%
|
46.51
+5.38%
|