STHAI
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
STHAI
บริษัท ซันไทยอุตสาหกรรมถุงมือยาง จำกัด (มหาชน)
SET · ของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์
0.10
+0.02 (+25.00%)

สรุปงบการเงิน

ไตรมาสที่ 2 ปี 2565

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6984 out_tok=2658 at=2026-07-26T06:53:29 --> # STHAI กำไร Q2/2565 พุ่ง 187% รับยอดขายฟื้น-บริหารต้นทุนดี ## รายได้-กำไรโตแรงตามการจัดกิจกรรมการตลาดและการปรับกลยุทธ์เข้าถึงลูกค้า ขณะที่การบริหารต้นทุนช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้น บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ STHAI รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 เติบโตอย่างโดดเด่น โดยมีรายได้จากการขาย 439.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 76.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 187.0% การเติบโตนี้เป็นผลมาจากการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดที่เข้มข้นขึ้น รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุปโภคบริโภค ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ STHAI ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของยอดขาย** ซึ่งเติบโตถึง 62.3% YoY โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากยอดขายสาขาเดิมที่เพิ่มขึ้นถึง 47.8% ประกอบกับการ **บริหารจัดการต้นทุนและ Product Mix ที่มีประสิทธิภาพ** ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin - GPM) ปรับตัวสูงขึ้นจาก 47.7% ในปีก่อน เป็น 50.8% ในไตรมาสนี้ ปัจจัยทั้งสองนี้ส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิที่พุ่งสูงถึง 187.0% ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น **การฟื้นตัวของยอดขาย** เกิดจากหลายปัจจัยประการแรกคือสถานการณ์โควิด-19 ที่คลี่คลายลง ทำให้ผู้บริโภคสามารถจัดกิจกรรมสังสรรค์และรวมตัวกันได้มากขึ้น บริษัทจึงสามารถจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดได้เต็มที่มากขึ้น โดยเฉพาะการปรับปรุงร้าน Jubilee Diamond Boutique Store ที่เซ็นทรัลพระราม 2 การจัดกิจกรรมตามหัวเมืองใหญ่ เช่น ขอนแก่น ระยอง นครศรีฯ การเปิดตัวคอลเล็กชันใหม่ "The Promise Oval Diamond" และงานอีเวนต์ใหญ่ "Jubilee 93rd Anniversary World Class Journey from Antwerp to Bangkok" รวมถึงมหกรรม "The Biggest Midyear Grand Sale" ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า ในขณะที่ปีก่อนได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดที่รุนแรง **การบริหารจัดการต้นทุนและ Product Mix** แม้ต้นทุนวัตถุดิบหลักอย่างเพชรจะปรับตัวสูงขึ้น แต่บริษัทสามารถจัดการควบคุมต้นทุนและปรับสัดส่วนสินค้า (Product Mix) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ GPM ยังคงรักษาไว้ได้ในระดับสูงกว่า 45% ตามเป้าหมาย ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการได้ระบุถึงการปรับตัวและกลยุทธ์ที่เข้ากับสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว การจัดกิจกรรมทางการตลาดส่งเสริมการขายที่แปลกใหม่โดยยึดความคิดเห็นลูกค้าเป็นสำคัญ การออกคอลเล็กชันใหม่อย่างสม่ำเสมอ การจัดอีเวนต์ และการสร้างคอนเทนต์ผ่านโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นปัจจัยที่สนับสนุนการเติบโตอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ การที่บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนและ GPM ได้ดี แม้ต้นทุนวัตถุดิบจะผันผวน ก็เป็นสัญญาณที่ดีในการรักษาความสามารถในการทำกำไร ## Highlight สำคัญ * **รายได้จากการขาย Q2/2565:** 439.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62.3% YoY * **กำไรสุทธิ Q2/2565:** 76.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 187.0% YoY * **อัตรากำไรขั้นต้น Q2/2565:** 50.8% เพิ่มขึ้นจาก 47.7% ในปีก่อน * **ยอดขายสาขาเดิม Q2/2565:** เติบโต 47.8% * **ค่าใช้จ่ายในการขาย:** เพิ่มขึ้น 37.0% YoY เป็น 89.9 ล้านบาท คิดเป็น 20.5% ของยอดขาย * **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** เพิ่มขึ้น 23.7% YoY เป็น 37.5 ล้านบาท คิดเป็น 8.5% ของยอดขาย * **ผลประกอบการ 6 เดือนแรกปี 2565:** รายได้ 887.1 ล้านบาท (+31.3% YoY), กำไรสุทธิ 166.7 ล้านบาท (+89.7% YoY) ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับไตรมาส 2 ปี 2565 STHAI มีรายได้จากการขาย 439.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62.3% เมื่อเทียบกับ 270.5 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม 47.8% และสาขาใหม่ 1.3% อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นจาก 47.7% เป็น 50.8% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 72.95% เป็น 223.1 ล้านบาท แม้ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารจะปรับเพิ่มขึ้นตามการดำเนินกิจกรรมทางการตลาดและค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน แต่ด้วยรายได้ที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้กำไรก่อนภาษีเพิ่มขึ้น 176.36% เป็น 96.0 ล้านบาท และกำไรสุทธิสำหรับงวดอยู่ที่ 76.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 186.99% เมื่อเทียบกับ 26.5 ล้านบาทในปีก่อน สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2565 บริษัทมีรายได้จากการขาย 887.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.3% YoY โดยยอดขายสาขาเดิมเติบโต 25.0% อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 50.31% เพิ่มขึ้นจาก 47.55% ในปีก่อน กำไรสุทธิสำหรับงวดอยู่ที่ 166.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 89.7% YoY อย่างไรก็ตาม บริษัทมีการรับรู้ผลกระทบจากการวัดมูลค่าใหม่ของผลประโยชน์พนักงานในไตรมาส 1 ปี 2565 ทำให้มีค่าใช้จ่ายภาษีเพิ่มขึ้น 3.5 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรเบ็ดเสร็จรวมสำหรับงวดอยู่ที่ 163.2 ล้านบาท ## โอกาส * **การฟื้นตัวของกำลังซื้อและการจัดกิจกรรม:** การที่ผู้บริโภคกลับมาใช้ชีวิตปกติและจัดกิจกรรมสังสรรค์ได้มากขึ้น เป็นโอกาสสำคัญในการกระตุ้นยอดขาย * **กลยุทธ์การตลาดที่หลากหลาย:** การปรับปรุงร้านให้เป็น Boutique Store, การจัดกิจกรรมตามหัวเมืองใหญ่, การเปิดตัวคอลเล็กชันใหม่ และการจัดอีเวนต์ใหญ่ ช่วยสร้างการรับรู้และดึงดูดลูกค้า * **การเติบโตของช่องทางออนไลน์:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุชัดเจน แต่การปรับตัวเข้ากับสถานการณ์และสร้างคอนเทนต์ผ่านโซเชียลมีเดียบ่งชี้ถึงการให้ความสำคัญกับช่องทางดิจิทัล * **การบริหารต้นทุนและ Product Mix:** ความสามารถในการรักษา GPM ให้อยู่ในระดับสูงเป็นโอกาสในการรักษาความสามารถในการทำกำไร ## ความเสี่ยง * **ผลกระทบจากเศรษฐกิจถดถอยและราคาสินค้าอุปโภคบริโภคสูงขึ้น:** อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภค * **ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบ:** แม้ปัจจุบันจะบริหารจัดการได้ดี แต่ความผันผวนของราคาเพชรยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา * **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ตลาดเครื่องประดับเพชรมีการแข่งขันสูง ทั้งจากแบรนด์ในประเทศและต่างประเทศ * **ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน:** มีการรับรู้ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนในค่าใช้จ่ายบริหาร ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มยอดขายสาขาเดิม:** การเติบโตอย่างต่อเนื่องของยอดขายสาขาเดิมจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญของการฟื้นตัวของกำลังซื้อ * **ประสิทธิภาพของกิจกรรมการตลาด:** การวัดผลตอบรับจากแคมเปญและอีเวนต์ต่างๆ ที่จะจัดขึ้นในอนาคต * **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนเพชรท่ามกลางความผันผวนของตลาดโลก * **การขยายช่องทางขาย:** การพัฒนาช่องทางออนไลน์และออฟไลน์เพื่อเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ * **ผลกระทบจากค่าใช้จ่ายพนักงาน:** การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค) **ยอดขาย:** การเติบโต 62.3% YoY ใน Q2/2565 เป็นผลจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการจัดกิจกรรมการตลาดที่เข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะการปรับปรุงหน้าร้านและการเปิดตัวคอลเล็กชันใหม่ การเติบโตของยอดขายสาขาเดิมที่ 47.8% บ่งชี้ถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์และความสามารถในการดึงดูดลูกค้าเก่า **อัตรากำไรขั้นต้น:** การเพิ่มขึ้นจาก 47.7% เป็น 50.8% แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและ Product Mix ที่มีประสิทธิภาพ แม้ต้นทุนเพชรจะสูงขึ้น แต่การปรับสัดส่วนสินค้าที่มีมาร์จิ้นสูงช่วยหนุน GPM ได้ **ค่าใช้จ่ายการตลาด:** มีการเพิ่มขึ้นตามการจัดกิจกรรมที่มากขึ้น โดยค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 37.0% YoY เป็น 89.9 ล้านบาท คิดเป็น 20.5% ของยอดขาย ซึ่งถือว่าสอดคล้องกับการเร่งสร้างยอดขาย **ช่องทางขาย:** มีการปรับปรุงร้านสาขาให้ทันสมัยขึ้น (Boutique Store) และการจัดกิจกรรมตามหัวเมืองใหญ่ สะท้อนการเข้าถึงลูกค้าในวงกว้าง ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด * **สภาพคล่อง:** อัตราส่วนสภาพคล่อง (Current Ratio) อยู่ที่ 3.80 เท่า แสดงถึงสภาพคล่องที่แข็งแกร่ง * **การบริหารสินค้าคงคลัง:** ระยะเวลาในการเก็บสินค้าคงเหลือ (Inventory Day) อยู่ที่ 280 วัน ซึ่งค่อนข้างสูง อาจต้องพิจารณาการบริหารจัดการสต็อกให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น * **การบริหารหนี้สินและลูกหนี้:** ระยะเวลาในการชำระหนี้ (Accounts Payable Day) 133 วัน และระยะเวลาในการเก็บหนี้ (Accounts Receivable Day) 22 วัน บ่งชี้ถึงการบริหารจัดการเครดิตเทอมกับคู่ค้าและลูกค้าที่ค่อนข้างดี ## สรุปท้าย STHAI โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีหัวใจกำไรมาจากการฟื้นตัวของยอดขายอย่างแข็งแกร่งจากการจัดกิจกรรมการตลาดที่หลากหลายและมีประสิทธิภาพ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนและ Product Mix ที่ดี ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้น แม้จะมีความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจและต้นทุนวัตถุดิบ แต่แนวโน้มการดำเนินงานและกลยุทธ์ของบริษัทบ่งชี้ถึงโอกาสในการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ STHAI ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
84.35 ล้านบาท
↓ 63.4% YoY
กำไรขั้นต้น
23.69 ล้านบาท
↓ 39% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
28.09 %
กำไรสุทธิ
-42.66 ล้านบาท
↓ 324.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-50.57 %
D/E Ratio
0.07
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
84
↓ -63.4% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
24
↓ -39% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-43
↓ -324.6% YoY
D/E Ratio
0.07

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — STHAI

รายการ 2567 2566 2565 2564 2563 2562 2561
รายได้รวม —
84.35
—
230.52
-41.88%
396.66
0.00
-100.00%
764.51
กำไรขั้นต้น —
23.69
—
38.87
-37.39%
62.09
+273.44%
16.63
-69.57%
54.63
+123.87%
ค่าใช้จ่ายรวม —
21.60
—
17.71
-15.61%
20.99
+221.81%
-17.23
-126.59%
64.79
กำไรสุทธิ —
-42.66
—
18.99
-87.67%
153.99
0.00
+100.00%
-2.66
กำไรต่อหุ้น —
0.00
—
0.00
-90.00%
0.01
0.00
0.00
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
-9.90
—
-6.78
-340.43%
2.82
0.00
-100.00%
1.79
ROE(%) —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
ROA(%) —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
P/E —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
P/BV —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
BV —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
YIELD(%) —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
ราคาหุ้น —
0.00
—
0.10
0.10
0.10
0.10
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
28.09
—
16.86
+7.73%
15.65
—
7.15
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
25.61
—
7.68
+45.18%
5.29
—
8.48
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
-50.57
—
8.24
-78.77%
38.82
—
-0.35
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.07
ROE (%)
0.00
ROA (%)
0.00
Book Value/หุ้น
0.00

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — STHAI

รายการ 2567 2566 2565 2564 2563 2562 2561
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
376.16
-14.08%
—
776.42
+25.32%
619.56
+140.53%
0.00
268.72
-1.72%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
730.04
-12.16%
—
869.63
+6.66%
815.34
+14.43%
0.00
983.84
-1.62%
รวมสินทรัพย์ —
1,106.21
-12.83%
—
1,646.05
+14.72%
1,434.90
+47.91%
0.00
1,252.56
-1.64%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
56.60
-28.86%
—
209.45
+2.93%
203.50
+71.54%
0.00
96.99
-16.43%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
11.49
-2.23%
—
12.46
+5.98%
11.76
+11.12%
0.00
9.47
+10.72%
รวมหนี้สิน —
68.10
-25.43%
—
221.91
+3.09%
215.25
+66.59%
0.00
106.46
-14.57%
รวมส่วนของเจ้าของ —
1,038.11
-11.85%
—
1,424.14
+16.77%
1,219.65
+45.04%
0.00
1,146.10
-0.24%
D/E —
0.07
—
0.16
0.18
—
0.09
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
วงจรเงินสด —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+21
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-4
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — STHAI

รายการ 2567 2566 2565 2564 2563 2562 2561
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
21.11
—
-478.65
-207.07%
447.03
+2,354.86%
18.21
-54.41%
39.94
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
-3.61
—
24.44
-147.31%
-51.66
+251.43%
-14.70
-58.19%
-35.16
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
0.15
—
160.17
0.00
0.00
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
17.81
—
-294.04
-174.11%
396.74
+11,203.13%
3.51
+47.48%
2.38
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
269.45
-50.01%
—
472.28
+525.21%
75.54
+62.42%
46.51
-13.63%
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
268.21
-0.46%
—
540.69
+14.49%
472.28
+844.18%
50.02
+7.55%
46.51
+5.38%