บริษัท ซันไทยอุตสาหกรรมถุงมือยาง จำกัด (มหาชน)
SET · ของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์
0.10
+0.02 (+25.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7730 out_tok=2586 at=2026-07-26T06:24:15 -->
STHAI กำไรสุทธิ Q2/66 ขาดทุนเพิ่ม 11% รับปริมาณขายวูบ 35%
**รายได้-กำไรหดตัวตามปริมาณขายที่ลดลง ขณะที่ต้นทุนต่อหน่วยพุ่งสูงขึ้น ฝ่ายจัดการเร่งปรับกลยุทธ์เน้นผลิตภัณฑ์เฉพาะทาง**
บริษัท ซันไทยอุตสาหกรรมถุงมือยาง จำกัด (มหาชน) หรือ STHAI รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้จากการขาย 79.88 ล้านบาท ลดลง 33% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) โดยมีสาเหตุหลักมาจากปริมาณการขายที่ลดลงถึง 35% ส่งผลให้บริษัทขาดทุนสุทธิ 29.19 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปีเดียวกัน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ STHAI ในไตรมาส 2 ปี 2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก **ปริมาณการขายที่หดตัวลงอย่างรุนแรง ประกอบกับการที่ต้นทุนสินค้าเฉลี่ยต่อหน่วยปรับสูงขึ้น** ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้นที่ติดลบมากขึ้น
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น**
ฝ่ายจัดการระบุว่า ปริมาณการขายที่ลดลง 35% QoQ เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้รายได้จากการขายลดลง 33% โดยปัจจัยนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสภาวะการแข่งขันด้านราคาที่ยังคงรุนแรง ในขณะเดียวกัน ต้นทุนสินค้าเฉลี่ยต่อชิ้นกลับเพิ่มขึ้นถึง 17% QoQ ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากอัตราการใช้กำลังการผลิต (% Utilization) ที่ลดลงตามยอดขายที่ลดลง เมื่อปริมาณการขายลดลงแต่ต้นทุนคงที่หรือเพิ่มขึ้น ย่อมส่งผลให้ต้นทุนต่อหน่วยสูงขึ้นตามไปด้วย และเมื่อรวมกับราคาขายเฉลี่ย (ASP) ที่ปรับเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยจาก 1.08 บาท/ชิ้น เป็น 1.12 บาท/ชิ้น จึงไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและปริมาณขายที่หายไปได้ ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 11% QoQ จาก 26.39 ล้านบาท เป็น 29.19 ล้านบาท และ EBITDA ติดลบ 10.69 ล้านบาท
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่**
จากถ้อยแถงของฝ่ายจัดการที่ระบุว่า "บริษัทมีขาดทุนสุทธิสำหรับไตรมาส 2 ปี 2566 เท่ากับ 29.19 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรก ปี 2566 รวมครึ่งปีแรกของปี 2566 มีขาดทุนสุทธิ 55.59 ล้านบาท และมี EBITDA ติดลบ 15.84 ล้านบาท อย่างไรก็ตามบริษัทยังคงเดินหน้าลดต้นทุนอย่างต่อเนื่องและดำเนินการเพิ่มยอดขายในผลิตภัณฑ์ที่มีความต้องการเฉพาะเจาะจงเพิ่มขึ้น (Customize) เพื่อเพิ่มยอดขายให้มากขึ้นและเพื่อให้มีอัตรากำไรให้สูงขึ้น" บ่งชี้ว่า **ลักษณะการดำเนินงานที่เผชิญแรงกดดันด้านปริมาณขายและต้นทุนนี้ มีแนวโน้มที่จะยังคงเป็นความท้าทายในระยะสั้น** แม้ว่าบริษัทจะมีความพยายามในการปรับกลยุทธ์ไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีกำไรสูงขึ้นก็ตาม แต่ผลลัพธ์ของการปรับกลยุทธ์นี้จะสามารถชดเชยผลกระทบเชิงลบได้มากน้อยเพียงใดนั้น ยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขาย Q2/66 อยู่ที่ 79.88 ล้านบาท ลดลง 33% QoQ** โดยมีสาเหตุหลักจากปริมาณการขายที่ลดลง 35%
* **ขาดทุนสุทธิ Q2/66 เพิ่มขึ้น 11% QoQ เป็น 29.19 ล้านบาท** จาก 26.39 ล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้า
* **ต้นทุนสินค้าเฉลี่ยต่อชิ้นเพิ่มขึ้น 17% QoQ** เนื่องจากอัตราการใช้กำลังการผลิตลดลงตามยอดขาย
* **ราคาขายเฉลี่ย (ASP) ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 1.12 บาท/ชิ้น** จาก 1.08 บาท/ชิ้นใน Q1/66
* **EBITDA Q2/66 ติดลบ 10.69 ล้านบาท** และ EBITDA Margin อยู่ที่ -13.4%
* **ภาพรวมครึ่งปีแรก 2566 ขาดทุนสุทธิ 55.59 ล้านบาท** และ EBITDA ติดลบ 15.84 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท ซันไทยอุตสาหกรรมถุงมือยาง จำกัด (มหาชน) หรือ STHAI รายงานผลประกอบการในไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้จากการขาย 79.88 ล้านบาท ลดลง 33% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (Q1/66) ซึ่งมีรายได้ 118.49 ล้านบาท และลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 55% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (Q2/65) ที่มีรายได้ 444.43 ล้านบาท การลดลงของรายได้นี้เป็นผลโดยตรงจากปริมาณการขายที่ลดลง 35% QoQ และ 52% YoY
ในด้านต้นทุนขาย ไตรมาส 2/66 อยู่ที่ 99.70 ล้านบาท ลดลง 24% QoQ แต่ยังคงสูงกว่ารายได้จากการขาย ทำให้บริษัทมีผลขาดทุนขั้นต้น 19.81 ล้านบาท เทียบกับขาดทุนขั้นต้น 12.80 ล้านบาทใน Q1/66 และขาดทุนขั้นต้น 32.61 ล้านบาทใน Q2/65 อัตรากำไรขั้นต้นติดลบที่ -25% ใน Q2/66 เทียบกับ -11% ใน Q1/66 และ 9% ใน Q2/65
เมื่อรวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและบริหาร ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนจากการดำเนินงาน 31.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% QoQ และพลิกจากกำไร 14.31 ล้านบาทใน Q2/65 เป็นขาดทุนสุทธิ 29.19 ล้านบาทใน Q2/66 เพิ่มขึ้น 11% QoQ และพลิกจากกำไร 9.95 ล้านบาทใน Q2/65 เป็นขาดทุนสุทธิ 55.59 ล้านบาทสำหรับครึ่งปีแรกของปี 2566
## โอกาส
* **การเพิ่มยอดขายในผลิตภัณฑ์ที่มีความต้องการเฉพาะเจาะจง (Customize):** ฝ่ายจัดการมีแผนที่จะเพิ่มยอดขายในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีความต้องการเฉพาะเจาะจงมากขึ้น เพื่อเพิ่มอัตรากำไรให้สูงขึ้น ซึ่งหากประสบความสำเร็จ จะเป็นปัจจัยบวกต่อผลประกอบการในอนาคต
* **การลดต้นทุนอย่างต่อเนื่อง:** บริษัทมุ่งมั่นในการลดต้นทุนการดำเนินงาน ซึ่งหากสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยบรรเทาแรงกดดันต่ออัตรากำไรได้
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง:** สภาวะการแข่งขันด้านราคาในอุตสาหกรรมถุงมือยางยังคงรุนแรง ซึ่งส่งผลกระทบต่อราคาขายเฉลี่ยและอัตรากำไร
* **ปริมาณการขายที่ลดลง:** การลดลงของปริมาณการขายเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อรายได้และอัตราการใช้กำลังการผลิต ซึ่งนำไปสู่ต้นทุนต่อหน่วยที่สูงขึ้น
* **อัตราการใช้กำลังการผลิตที่ต่ำ:** การที่ปริมาณการขายลดลงส่งผลให้อัตราการใช้กำลังการผลิตต่ำลง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ต้นทุนสินค้าเฉลี่ยต่อชิ้นเพิ่มสูงขึ้น
* **ผลประกอบการขาดทุนต่อเนื่อง:** บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิทั้งในไตรมาส 2 และครึ่งปีแรกของปี 2566 ซึ่งหากยังคงดำเนินต่อไป อาจส่งผลกระทบต่อฐานะการเงินในระยะยาว
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มปริมาณการขาย:** การฟื้นตัวของปริมาณการขายจะเป็นปัจจัยสำคัญในการพลิกฟื้นผลประกอบการ
* **ความสำเร็จของกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ Customize:** ประสิทธิภาพของกลยุทธ์การเพิ่มยอดขายผลิตภัณฑ์เฉพาะทางในการเพิ่มอัตรากำไร
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการลดต้นทุนการผลิตและต้นทุนดำเนินงานอย่างมีนัยสำคัญ
* **สภาวะการแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การเปลี่ยนแปลงของสภาวะการแข่งขันด้านราคาและอุปสงค์ในตลาดถุงมือยาง
* **อัตราการใช้กำลังการผลิต:** การปรับตัวเพิ่มขึ้นของอัตราการใช้กำลังการผลิตจะส่งผลดีต่อต้นทุนต่อหน่วย
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
ในส่วนของปริมาณการขาย (Volume) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญสำหรับกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค พบว่า STHAI มีปริมาณการขายลดลงถึง 35% QoQ และ 52% YoY ในไตรมาส 2/66 ซึ่งเป็นปัจจัยลบหลักที่ส่งผลกระทบต่อรายได้และอัตรากำไร การที่ปริมาณขายลดลงอย่างต่อเนื่องสะท้อนถึงความท้าทายในการแข่งขันในตลาด หรืออาจเป็นผลมาจากอุปสงค์ที่ลดลงในภาพรวม
ในด้านราคาขาย (ASP) มีการปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 1.08 บาท/ชิ้น เป็น 1.12 บาท/ชิ้น ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการปรับส่วนผสมผลิตภัณฑ์ หรือการปรับราคาขายเพื่อสะท้อนต้นทุนที่สูงขึ้น แต่การเพิ่มขึ้นนี้ยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยผลกระทบจากปริมาณขายที่ลดลง
ต้นทุนวัตถุดิบไม่ได้ถูกระบุโดยตรงในเอกสาร แต่ต้นทุนสินค้าเฉลี่ยต่อชิ้นที่เพิ่มขึ้น 17% QoQ ถูกอธิบายว่ามาจาก % Utilization ที่ลดลง ซึ่งเป็นผลกระทบทางอ้อมจากการลดลงของปริมาณขาย การที่ต้นทุนต่อหน่วยเพิ่มขึ้นในขณะที่ราคาขายเพิ่มขึ้นน้อย ทำให้ Gross Profit Margin ติดลบอย่างต่อเนื่อง (-25% ใน Q2/66)
สำหรับช่องทางการขายและค่าใช้จ่ายการตลาด ไม่ได้มีการระบุรายละเอียดในเอกสารที่ให้มา
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ข้อมูลในส่วนของฐานะการเงินและกระแสเงินสดไม่ได้ถูกระบุในเอกสาร MD&A ที่ให้มา
## สรุปท้าย
STHAI เผชิญความท้าทายอย่างหนักในไตรมาส 2 ปี 2566 จากปริมาณการขายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการที่ต้นทุนสินค้าเฉลี่ยต่อหน่วยปรับสูงขึ้น ส่งผลให้บริษัทขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น และอัตรากำไรขั้นต้นติดลบต่อเนื่อง แม้ฝ่ายจัดการจะมีความพยายามในการลดต้นทุนและมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ที่มีความต้องการเฉพาะเจาะจงเพื่อเพิ่มอัตรากำไร แต่ความสำเร็จของกลยุทธ์ดังกล่าวและแนวโน้มการฟื้นตัวของปริมาณการขายจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป ท่ามกลางสภาวะการแข่งขันที่ยังคงรุนแรงในอุตสาหกรรม
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ STHAI ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
84.35
ล้านบาท
↓ 63.4% YoY
กำไรขั้นต้น
23.69
ล้านบาท
↓ 39% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
28.09
%
กำไรสุทธิ
-42.66
ล้านบาท
↓ 324.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-50.57
%
D/E Ratio
0.07
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
84
↓ -63.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
24
↓ -39%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-43
↓ -324.6%
YoY
D/E Ratio
0.07
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — STHAI
| รายการ | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 | 2561 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| รายได้รวม | — |
84.35
|
— |
230.52
-41.88%
|
396.66
|
0.00
-100.00%
|
764.51
|
| กำไรขั้นต้น | — |
23.69
|
— |
38.87
-37.39%
|
62.09
+273.44%
|
16.63
-69.57%
|
54.63
+123.87%
|
| ค่าใช้จ่ายรวม | — |
21.60
|
— |
17.71
-15.61%
|
20.99
+221.81%
|
-17.23
-126.59%
|
64.79
|
| กำไรสุทธิ | — |
-42.66
|
— |
18.99
-87.67%
|
153.99
|
0.00
+100.00%
|
-2.66
|
| กำไรต่อหุ้น | — |
0.00
|
— |
0.00
-90.00%
|
0.01
|
0.00
|
0.00
|
| กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ | — |
-9.90
|
— |
-6.78
-340.43%
|
2.82
|
0.00
-100.00%
|
1.79
|
| ROE(%) | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ROA(%) | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| P/E | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| P/BV | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| BV | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| YIELD(%) | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ราคาหุ้น | — |
0.00
|
— |
0.10
|
0.10
|
0.10
|
0.10
|
| อัตรากำไรขั้นต้น(%) | — |
28.09
|
— |
16.86
+7.73%
|
15.65
|
— |
7.15
|
| อัตราค่าใช้จ่าย(%) | — |
25.61
|
— |
7.68
+45.18%
|
5.29
|
— |
8.48
|
| อัตรากำไรสุทธิ(%) | — |
-50.57
|
— |
8.24
-78.77%
|
38.82
|
— |
-0.35
|
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.07
ROE (%)
0.00
ROA (%)
0.00
Book Value/หุ้น
0.00
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — STHAI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+21
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-4
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — STHAI
| รายการ | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 | 2561 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
21.11
|
— |
-478.65
-207.07%
|
447.03
+2,354.86%
|
18.21
-54.41%
|
39.94
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-3.61
|
— |
24.44
-147.31%
|
-51.66
+251.43%
|
-14.70
-58.19%
|
-35.16
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
0.15
|
— |
160.17
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
17.81
|
— |
-294.04
-174.11%
|
396.74
+11,203.13%
|
3.51
+47.48%
|
2.38
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
269.45
-50.01%
|
— |
472.28
+525.21%
|
75.54
+62.42%
|
46.51
-13.63%
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
268.21
-0.46%
|
— |
540.69
+14.49%
|
472.28
+844.18%
|
50.02
+7.55%
|
46.51
+5.38%
|