บริษัท ซันไทยอุตสาหกรรมถุงมือยาง จำกัด (มหาชน)
SET · ของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์
0.10
+0.02 (+25.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3955 out_tok=1762 at=2026-07-26T06:09:19 -->
STHAI กำไรสุทธิปี 2564 โต 15.53% รับราคาขายเฉลี่ยสูงขึ้น แม้ปริมาณขายชะลอตัว
รายได้และกำไร STHAI ปี 2564 เติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีรายได้จากการขาย 1,429 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.87% และกำไรสุทธิ 364 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.53% การเติบโตนี้เป็นผลมาจากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น แม้ว่าปริมาณการขายจะเริ่มชะลอตัวลงในช่วงปลายปีเนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 ที่เริ่มคลี่คลายลง ฝ่ายจัดการยังคงมุ่งเน้นการบำรุงรักษาเครื่องจักรเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ STHAI ในปี 2564 คือ **ราคาขายเฉลี่ยที่ปรับตัวสูงขึ้น** ซึ่งสามารถชดเชยแรงกดดันจากปริมาณการขายที่เริ่มชะลอตัวลงได้
### 1) หัวใจคืออะไร
ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อผลประกอบการของ STHAI ในปี 2564 คือ **ราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น** ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 20.87% เป็น 1,429 ล้านบาท และกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 26.80% เป็น 532 ล้านบาท แม้ว่าปริมาณการขายจะเริ่มชะลอตัวลงเนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 ที่เริ่มผ่อนคลายลงในครึ่งปีหลังของปี 2564
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นเป็นผลมาจากสภาวะตลาดและความต้องการผลิตภัณฑ์ถุงมือยางที่ยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่สถานการณ์ COVID-19 ยังคงส่งผลกระทบต่อทั่วโลก แม้ว่าสถานการณ์จะเริ่มคลี่คลายลงในครึ่งปีหลัง แต่ความต้องการผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและสุขอนามัยยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนราคาขายให้ปรับตัวสูงขึ้นได้ การที่บริษัทฯ สามารถรักษาการผลิตให้เป็นไปตามเป้าหมายและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ ทำให้สามารถใช้ประโยชน์จากราคาขายที่สูงขึ้นนี้ได้อย่างเต็มที่
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** แม้ว่าราคาขายเฉลี่ยจะปรับตัวสูงขึ้นในปี 2564 แต่เอกสารระบุว่าปริมาณการขายเริ่มชะลอตัวลงเนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 ที่ผ่อนคลายลงในครึ่งปีหลัง ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงแนวโน้มที่ความต้องการผลิตภัณฑ์ถุงมือยางอาจกลับสู่ระดับปกติมากขึ้นในอนาคต การที่บริษัทฯ จะสามารถรักษาอัตรากำไรที่สูงได้ในระยะยาวนั้น จะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ การแข่งขันในตลาด และความสามารถในการปรับตัวเข้ากับความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขายปี 2564 เพิ่มขึ้น 20.87%** เป็น 1,429 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
* **กำไรสุทธิปี 2564 เพิ่มขึ้น 15.53%** เป็น 364 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
* **กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 26.80%** เป็น 532 ล้านบาท จากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 249.68%** เป็น 95 ล้านบาท เนื่องจากผลประกอบการที่ดีขึ้นและไม่มีผลประโยชน์จาก Loss Carry Forward
* ปริมาณการขายเริ่มชะลอตัวลงในครึ่งปีหลังของปี 2564 เนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 ที่เริ่มผ่อนคลาย
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 1,429.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 246.78 ล้านบาท หรือ 20.87% เมื่อเทียบกับปี 2563 ที่มีรายได้ 1,182.66 ล้านบาท กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 112.43 ล้านบาท หรือ 26.80% เป็น 532.03 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิสำหรับงวดปี 2564 อยู่ที่ 364.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.00 ล้านบาท หรือ 15.53% เมื่อเทียบกับปี 2563 ที่มีกำไรสุทธิ 315.60 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ถึง 67.87 ล้านบาท หรือ 249.68% เนื่องจากผลประกอบการที่ดีขึ้นและบริษัทไม่มีผลประโยชน์จาก Loss Carry Forward เหมือนในปี 2563
## โอกาส
* การบำรุงรักษาเครื่องจักรและอุปกรณ์อย่างต่อเนื่องเพื่อรักษายอดผลิตให้เป็นไปตามเป้าหมาย จะช่วยให้บริษัทฯ สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นได้
* แนวโน้มการผ่อนคลายสถานการณ์ COVID-19 ในครึ่งปีหลังของปี 2564 อาจส่งสัญญาณถึงการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ซึ่งอาจส่งผลดีต่อความต้องการผลิตภัณฑ์ในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* ปริมาณการขายที่เริ่มชะลอตัวลงในครึ่งปีหลังของปี 2564 อาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงการแข่งขันที่สูงขึ้น หรือความต้องการผลิตภัณฑ์ที่อาจกลับสู่ระดับปกติ
* ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบ (ยางพารา) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตถุงมือยาง อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาขายเฉลี่ยของถุงมือยางในตลาดโลก
* ปริมาณการขายและส่วนแบ่งการตลาดของบริษัทฯ ในปี 2565
* ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ
* แผนการขยายกำลังการผลิต หรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
* **ราคาขาย:** ราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนรายได้และกำไรของบริษัทฯ ในปี 2564
* **ปริมาณการขาย:** มีแนวโน้มชะลอตัวลงในครึ่งปีหลังของปี 2564 ซึ่งอาจเป็นผลจากการผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 และการกลับสู่ภาวะปกติของตลาด
* **ต้นทุนวัตถุดิบ:** แม้จะไม่ได้ระบุตัวเลขชัดเจน แต่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 17.61% ซึ่งสอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น และอาจสะท้อนถึงต้นทุนวัตถุดิบที่ทรงตัวหรือปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
* **ช่องทางการขาย:** ไม่ได้มีการระบุรายละเอียดเกี่ยวกับช่องทางการขาย (modern trade, ออนไลน์) ในเอกสารนี้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทฯ
## สรุปท้าย
STHAI สามารถสร้างผลประกอบการที่เติบโตได้ในปี 2564 โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น ซึ่งช่วยชดเชยปริมาณการขายที่เริ่มชะลอตัวลง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาขายและปริมาณการขายในอนาคต รวมถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุน เพื่อประเมินโอกาสในการเติบโตอย่างต่อเนื่องของบริษัทฯ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ STHAI ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
84.35
ล้านบาท
↓ 63.4% YoY
กำไรขั้นต้น
23.69
ล้านบาท
↓ 39% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
28.09
%
กำไรสุทธิ
-42.66
ล้านบาท
↓ 324.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-50.57
%
D/E Ratio
0.07
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
84
↓ -63.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
24
↓ -39%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-43
↓ -324.6%
YoY
D/E Ratio
0.07
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — STHAI
| รายการ | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 | 2561 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| รายได้รวม | — |
84.35
|
— |
230.52
-41.88%
|
396.66
|
0.00
-100.00%
|
764.51
|
| กำไรขั้นต้น | — |
23.69
|
— |
38.87
-37.39%
|
62.09
+273.44%
|
16.63
-69.57%
|
54.63
+123.87%
|
| ค่าใช้จ่ายรวม | — |
21.60
|
— |
17.71
-15.61%
|
20.99
+221.81%
|
-17.23
-126.59%
|
64.79
|
| กำไรสุทธิ | — |
-42.66
|
— |
18.99
-87.67%
|
153.99
|
0.00
+100.00%
|
-2.66
|
| กำไรต่อหุ้น | — |
0.00
|
— |
0.00
-90.00%
|
0.01
|
0.00
|
0.00
|
| กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ | — |
-9.90
|
— |
-6.78
-340.43%
|
2.82
|
0.00
-100.00%
|
1.79
|
| ROE(%) | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ROA(%) | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| P/E | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| P/BV | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| BV | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| YIELD(%) | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ราคาหุ้น | — |
0.00
|
— |
0.10
|
0.10
|
0.10
|
0.10
|
| อัตรากำไรขั้นต้น(%) | — |
28.09
|
— |
16.86
+7.73%
|
15.65
|
— |
7.15
|
| อัตราค่าใช้จ่าย(%) | — |
25.61
|
— |
7.68
+45.18%
|
5.29
|
— |
8.48
|
| อัตรากำไรสุทธิ(%) | — |
-50.57
|
— |
8.24
-78.77%
|
38.82
|
— |
-0.35
|
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.07
ROE (%)
0.00
ROA (%)
0.00
Book Value/หุ้น
0.00
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — STHAI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+21
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-4
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — STHAI
| รายการ | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 | 2561 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
21.11
|
— |
-478.65
-207.07%
|
447.03
+2,354.86%
|
18.21
-54.41%
|
39.94
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-3.61
|
— |
24.44
-147.31%
|
-51.66
+251.43%
|
-14.70
-58.19%
|
-35.16
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
0.15
|
— |
160.17
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
17.81
|
— |
-294.04
-174.11%
|
396.74
+11,203.13%
|
3.51
+47.48%
|
2.38
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
269.45
-50.01%
|
— |
472.28
+525.21%
|
75.54
+62.42%
|
46.51
-13.63%
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
268.21
-0.46%
|
— |
540.69
+14.49%
|
472.28
+844.18%
|
50.02
+7.55%
|
46.51
+5.38%
|