บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน)
SET · ธุรกิจการเกษตร
18.30
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10386 out_tok=2905 at=2026-07-26T06:04:05 -->
# STA กำไรปี 2565 หด 70% สวนทางธุรกิจยางธรรมชาติโตเด่น
## รายได้-กำไรปี 65 ปรับตัวตามสภาวะตลาดถุงมือยางอ่อนแอ แต่ธุรกิจยางธรรมชาติยังคงเติบโตได้ดี
บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ STA รายงานผลประกอบการปี 2565 มีรายได้รวม 110,656.7 ล้านบาท ลดลง 6.3% YoY ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 4,794.9 ล้านบาท ลดลง 69.7% YoY โดยปัจจัยหลักมาจากธุรกิจถุงมือยางที่ได้รับผลกระทบจากราคาขายเฉลี่ยที่ลดลงอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ธุรกิจยางธรรมชาติยังคงเติบโตได้ดีทั้งในด้านปริมาณและราคาขายเฉลี่ย โดยบริษัทฯ ได้ประกาศจ่ายเงินปันผล 2.00 บาทต่อหุ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ส่งผลให้กำไรสุทธิของ STA ในปี 2565 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การปรับตัวลงอย่างรุนแรงของราคาขายเฉลี่ยในธุรกิจถุงมือยาง** ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจดังกล่าวอย่างมาก แม้ว่าปริมาณการขายจะยังคงเติบโตได้ก็ตาม ในทางตรงกันข้าม **ธุรกิจยางธรรมชาติกลับเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักที่ช่วยประคองผลประกอบการ** โดยมีรายได้เติบโตจากการเพิ่มขึ้นทั้งราคาขายเฉลี่ยและปริมาณการขาย รวมถึงการเพิ่มขึ้นของส่วนแบ่งทางการตลาด
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**ธุรกิจถุงมือยาง:** การลดลงของราคาขายเฉลี่ยกว่า 54.1% YoY เป็นผลมาจากสภาวะตลาดที่อ่อนตัวลงหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ประกอบกับการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของกำลังการผลิตทั่วโลกจนเกิดภาวะ Oversupply ทำให้การแข่งขันสูงขึ้น แม้ต้นทุนวัตถุดิบจะปรับลดลง แต่ก็ไม่สามารถชดเชยการลดลงของราคาขายได้ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจถุงมือยางลดลงจาก 61.4% ในปีก่อนหน้า เหลือ 19.8% ในปี 2565
**ธุรกิจยางธรรมชาติ:** แม้ราคาขายเฉลี่ยของยางแท่ง TSR20 ในตลาดโลกจะปรับลดลง แต่ STA สามารถสร้างราคาขายเฉลี่ยผลิตภัณฑ์ยางธรรมชาติได้สูงกว่าตลาดถึง 11.7% YoY โดยมีราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 173.5 cent/kg. ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายถึง 14.9% YoY ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของตลาดโลกที่ 3.3% ทำให้ STA มีส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 11% ของการบริโภคยางธรรมชาติทั่วโลก ความสามารถในการควบคุมต้นทุนการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพยังคงทำให้อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจยางธรรมชาติทรงตัวในระดับสูงที่ 12.9% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทฯ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** สำหรับธุรกิจยางธรรมชาติ โดยฝ่ายจัดการมองว่าบริษัทฯ มีความสามารถในการขยายส่วนแบ่งทางการตลาดได้ต่อเนื่องและเติบโตในอัตราที่สูงกว่าตลาดโดยรวม ปัจจัยสนับสนุน ได้แก่ ปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบยางธรรมชาติในอินโดนีเซีย ทำให้ผู้ผลิตยางล้อกลุ่ม Non-China หันมาบริโภคยางจากไทยมากขึ้น ประกอบกับการขยายกำลังการผลิตของ STA เองอีก 18 โครงการ ซึ่งจะทยอยแล้วเสร็จในปี 2565-2567 จะช่วยรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น
สำหรับธุรกิจถุงมือยาง คาดว่าสถานการณ์ยังคงต้องอาศัยเวลาก่อนจะทยอยปรับตัวเข้าสู่ภาวะสมดุล (Normalization) โดยฝ่ายจัดการยังคงจับตาดูทิศทางอุตสาหกรรมยางล้ออย่างใกล้ชิดหลังจีนเปิดประเทศ
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมปี 2565:** 110,656.7 ล้านบาท ลดลง 6.3% YoY
* **กำไรสุทธิปี 2565:** 4,794.9 ล้านบาท ลดลง 69.7% YoY
* **ธุรกิจยางธรรมชาติ:** รายได้เติบโต 23.9% YoY ปริมาณขายเพิ่ม 14.9% YoY อัตรากำไรขั้นต้น 12.9%
* **ธุรกิจถุงมือยาง:** รายได้ลดลง 51.8% YoY ราคาขายเฉลี่ยลดลง 54.1% YoY ปริมาณขายเพิ่ม 5.5% YoY อัตรากำไรขั้นต้น 19.8%
* **การขยายกำลังการผลิต:** ลงทุนกว่า 10,000 ล้านบาท ขยายกำลังการผลิตยางแท่งและน้ำยางข้น 18 โครงการ คาดแล้วเสร็จปี 2565-2567
* **เงินปันผล:** คณะกรรมการอนุมัติจ่ายเงินปันผล 2.00 บาทต่อหุ้น สำหรับผลประกอบการปี 2565
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2565 STA มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 110,656.7 ล้านบาท ลดลง 6.3% YoY โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 14.3% ลดลงจาก 32.2% ในปีก่อนหน้า และมีกำไรสุทธิ 4,794.9 ล้านบาท ลดลง 69.7% YoY คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 4.3%
รายได้จากธุรกิจยางธรรมชาติอยู่ที่ 87,625.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.9% YoY จากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น 14.9% และราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น 11.7% YoY แม้ราคาตลาด TSR20 จะลดลงก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจยางธรรมชาติอยู่ที่ 12.9% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทฯ
ขณะที่รายได้จากธุรกิจถุงมือยางอยู่ที่ 22,912.9 ล้านบาท ลดลง 51.8% YoY เป็นผลจากราคาขายเฉลี่ยที่ลดลง 54.1% YoY แม้ปริมาณการขายจะเพิ่มขึ้น 5.5% YoY อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจถุงมือยางอยู่ที่ 19.8%
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 29.3% YoY โดยค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 31.4% YoY จากค่าระวางเรือ ค่าขนส่ง และค่า CESS ที่สูงขึ้น ส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 23.0% YoY จากค่าเสื่อมราคาและค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญของ STGT
ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและกิจการร่วมค้าเพิ่มขึ้น 39.1% YoY
ต้นทุนทางการเงินอยู่ที่ 1,222.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47.5% YoY จากการออกหุ้นกู้และการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย
## โอกาส
* **การขยายส่วนแบ่งทางการตลาดในธุรกิจยางธรรมชาติ:** ได้รับประโยชน์จากปัญหาอุปทานในอินโดนีเซีย และความต้องการจากกลุ่ม Non-China
* **การลงทุนขยายกำลังการผลิต:** โครงการขยายกำลังการผลิตยางแท่งและน้ำยางข้น 18 โครงการ จะช่วยรองรับการเติบโตในอนาคต
* **การใช้เทคโนโลยีและระบบออโตเมชั่น:** เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดการใช้พลังงาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
* **การเปิดประเทศของจีน:** คาดว่าจะส่งผลดีต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจมหภาค และกระตุ้นการซื้อของกลุ่มผู้ผลิตยางล้อ Non-China
* **การรับรองมาตรฐาน FSC:** สร้างความได้เปรียบในการแข่งขันและเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์:** ราคายางธรรมชาติและถุงมือยางยังคงมีความผันผวนตามสภาวะเศรษฐกิจโลกและอุปสงค์-อุปทาน
* **ภาวะ Oversupply ในอุตสาหกรรมถุงมือยาง:** ยังคงเป็นปัจจัยกดดันต่อราคาขายและอัตรากำไร
* **สภาพอากาศ:** ปริมาณน้ำฝนที่มากผิดปกติอาจส่งผลกระทบต่อการกรีดยางและอุปทาน
* **การแข่งขันที่สูงขึ้น:** ทั้งในธุรกิจยางธรรมชาติและถุงมือยาง
* **ต้นทุนทางการเงิน:** อัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้นส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาและปริมาณการขายยางธรรมชาติ:** โดยเฉพาะการปรับตัวของอุปสงค์จากผู้ผลิตยางล้อกลุ่ม Non-China
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมถุงมือยาง:** การปรับตัวเข้าสู่ภาวะสมดุลและแนวโน้มราคาขายเฉลี่ย
* **ความคืบหน้าของโครงการขยายกำลังการผลิต:** การแล้วเสร็จและการเริ่มดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์
* **ผลกระทบจากสภาพอากาศ:** ต่อปริมาณผลผลิตยางธรรมชาติ
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ท่ามกลางความผันผวนของราคาวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
**ธุรกิจยางธรรมชาติ:** รายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยางแท่งเติบโต 29.6% YoY จากราคาขายที่เพิ่มขึ้น 11.9% และปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น 20.4% YoY โดยเฉพาะตลาดส่งออกไปยังผู้ผลิตยางล้อกลุ่ม Non-China ที่ได้ส่วนแบ่งตลาดมากขึ้น อัตรากำไรขั้นต้นของยางแท่งปรับตัวสูงขึ้นทำสถิติใหม่
รายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยางแผ่นรมควันเติบโต 6.1% YoY จากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น 7.5% YoY แม้ราคาขายเฉลี่ยจะลดลง 1.4% YoY อัตรากำไรของยางแผ่นยังคงปรับตัวสูงขึ้น
รายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำยางข้นลดลง 50.7% จากปริมาณการขายที่หดตัว 53.4% YoY แม้ราคาขายเฉลี่ยจะสูงขึ้น 5.9% YoY อัตรากำไรขั้นต้นของน้ำยางข้นปรับลดลง
**ธุรกิจถุงมือยาง:** รายได้ลดลง 51.8% YoY จากราคาขายเฉลี่ยที่ลดลง 54.1% YoY แม้ปริมาณขายเพิ่มขึ้น 5.5% YoY ต้นทุนวัตถุดิบ NBR และ NR ปรับลดลง แต่การลดลงของราคาขายส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่ออัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงอย่างมากจากปีก่อนหน้า
**ราคาและอุปทานยางธรรมชาติ:** ราคายางธรรมชาติ (NR) ในปี 2565 ปรับตัวลดลงจากความกังวลเศรษฐกิจโลกและการดำเนินนโยบาย Zero Covid ของจีน ประกอบกับการคลี่คลายของภาวะขาดแคลนเรือขนส่ง ทำให้ผู้ผลิตยางล้อลดสต็อกลง อย่างไรก็ตาม อุปทานในอินโดนีเซียมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องจากโรคใบร่วง ขณะที่ไทยยังคงผลิตได้ดี โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือและเหนือ โกตดิวัวร์มีอุปทานเติบโต 15%
ทิศทางราคา NR ต้นปี 2566 เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวจากการเปิดประเทศของจีน คาดว่าจะชัดเจนขึ้นกลางปี 2566 เมื่อสต็อกผู้ผลิตยางล้อลดลงและโรงงานกลับมาผลิตเต็มกำลัง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรงในส่วนนี้)
## สรุปท้าย
ปี 2565 เป็นปีที่ท้าทายสำหรับ STA โดยเฉพาะธุรกิจถุงมือยางที่เผชิญแรงกดดันจากราคาขายที่ลดลงและภาวะ Oversupply อย่างไรก็ตาม ธุรกิจยางธรรมชาติยังคงเป็นดาวเด่นที่ขับเคลื่อนผลประกอบการด้วยการเติบโตของปริมาณและราคาขายเฉลี่ย รวมถึงการเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด การลงทุนขยายกำลังการผลิตและการมุ่งเน้นการควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ STA สามารถรับมือกับความผันผวนของตลาดและสร้างการเติบโตได้อย่างต่อเนื่องในอนาคต แม้จะมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์และปัจจัยภายนอกอื่นๆ ที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ STA ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
26,821.70
ล้านบาท
↓ 20.6% YoY
กำไรขั้นต้น
1,710.78
ล้านบาท
↓ 31.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
6.38
%
กำไรสุทธิ
-325.74
ล้านบาท
↓ 138.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-1.21
%
D/E Ratio
0.72
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
26,822
↓ -20.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,711
↓ -31.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-326
↓ -138.1%
YoY
D/E Ratio
0.72
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — STA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.72
ROE (%)
-2.55
ROA (%)
-0.33
Book Value/หุ้น
31.65
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — STA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-28,368
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+4,028
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — STA
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-28,367.99
-887.82%
|
3,600.83
-112.93%
|
-27,855.14
+231.63%
|
-8,399.46
-1.31%
|
-8,511.24
-177.69%
|
10,955.24
+595.14%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
4,028.08
-43.85%
|
7,173.17
-42.94%
|
12,572.23
+35.94%
|
9,248.25
-381.23%
|
-3,288.51
+40.63%
|
-2,338.40
-40.38%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
31,036.38
-1,549.21%
|
-2,141.60
-120.98%
|
10,207.81
+49.47%
|
6,829.34
+210.98%
|
2,196.09
-85.79%
|
15,459.35
+1,871.96%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
6,406.38
-14.75%
|
7,514.81
-218.73%
|
-6,329.43
-203.16%
|
6,135.80
-162.14%
|
-9,873.94
-141.03%
|
24,064.86
-1,381.86%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
7,920.66
+13.38%
|
6,986.22
-68.95%
|
22,500.43
-1.36%
|
22,809.65
-13.75%
|
26,446.68
+1,010.36%
|
2,381.82
-44.08%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
5,265.93
-33.52%
|
7,920.66
+13.38%
|
6,986.22
-68.95%
|
22,500.43
-1.36%
|
22,809.65
-13.75%
|
26,446.68
+1,010.36%
|