บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน)
SET · ธุรกิจการเกษตร
18.30
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4385 out_tok=2626 at=2026-07-26T06:08:14 -->
# POSCO-Thaiinox พลิกขาดทุนยับปี 63 สู่กำไร 885 ล้านบาทใน Q4/64 รับราคาขายเหล็กสเตนเลสพุ่ง
## รายได้-กำไรโตแรงตามราคาขายเหล็กสเตนเลส ขณะที่ต้นทุนผลิตเพิ่มขึ้นตามปริมาณและราคาวัตถุดิบ
บริษัท โพสโค-ไทยน๊อคซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ POSCO-Thaiinox (INOX) พลิกผลประกอบการจากขาดทุนสุทธิ 17.4 ล้านบาทในปี 2563 กลับมามีกำไร 885.6 ล้านบาทในปี 2564 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของกำไรขั้นต้นที่สูงถึง 1,083.2 ล้านบาท แม้ว่าต้นทุนขายจะเพิ่มขึ้นตามปริมาณและราคาขายที่สูงขึ้นก็ตาม รายได้จากการขายเหล็กสเตนเลสรีดเย็นและบริการเพิ่มขึ้น 45.2% สู่ระดับ 19,131.9 ล้านบาท
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร (เน้นกลุ่มโลหะ/อุตสาหกรรม)
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: ราคาวัตถุดิบ/สินค้า, volume, GPM, ช่องทางขาย, สต็อก, อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก, ฤดูกาลผลิต
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ INOX พลิกจากขาดทุนในปี 2563 มาเป็นกำไรในปี 2564 คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของราคาขายเฉลี่ยเหล็กสเตนเลสรีดเย็น** ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก แม้ว่าต้นทุนขายจะเพิ่มขึ้นตามปริมาณและราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นเช่นกัน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
เอกสารระบุว่า บริษัทฯ มีรายได้จากการขายเหล็กสเตนเลสรีดเย็นและให้บริการจำนวน 19,131.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45.2% เมื่อเทียบกับปี 2563 ที่มีรายได้ 13,177.5 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจาก **ราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น** จาก 58,352 บาทต่อตันในปี 2563 เป็น 76,657 บาทต่อตันในปี 2564 ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นถึง 31.4% การเพิ่มขึ้นของราคาขายนี้ส่งผลโดยตรงต่อกำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นจาก 413.2 ล้านบาท (3.1% ของยอดขาย) ในปี 2563 เป็น 1,496.3 ล้านบาท (7.8% ของยอดขาย) ในปี 2564 หรือเพิ่มขึ้นถึง 1,083.2 ล้านบาท แม้ว่าต้นทุนขายจะเพิ่มขึ้น 38.2% จาก 12,764.3 ล้านบาท เป็น 17,635.6 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น 10.1% (จาก 225,827 ตัน เป็น 249,577 ตัน) และราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น
นอกจากนี้ กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้น 67.3 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน ก็เป็นอีกปัจจัยที่สนับสนุนผลกำไรโดยรวม
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร การเพิ่มขึ้นของราคาขายเฉลี่ยเหล็กสเตนเลสเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการในปี 2564 ซึ่งอาจได้รับอิทธิพลจากสภาวะตลาดโลกในช่วงเวลานั้นๆ อย่างไรก็ตาม เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับแนวโน้มราคาขายในอนาคต หรือ Backlog ที่จะรองรับราคาขายที่สูงต่อเนื่อง การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายที่สูงตามปริมาณและราคาวัตถุดิบก็เป็นปัจจัยที่ต้องจับตา หากราคาขายเฉลี่ยไม่สามารถปรับตัวสูงขึ้นตามต้นทุนได้ กำไรขั้นต้นอาจได้รับแรงกดดัน
## Highlight สำคัญ
* **พลิกกำไรสุทธิ:** INOX พลิกจากขาดทุนสุทธิ 17.4 ล้านบาทในปี 2563 เป็นกำไรสุทธิ 885.6 ล้านบาทในปี 2564
* **รายได้เติบโต 45.2%:** รายได้จากการขายเหล็กสเตนเลสรีดเย็นและบริการเพิ่มขึ้นสู่ 19,131.9 ล้านบาท
* **กำไรขั้นต้นพุ่ง:** กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 1,083.2 ล้านบาท สู่ระดับ 1,496.3 ล้านบาท คิดเป็น 7.8% ของยอดขาย จาก 3.1% ในปีก่อน
* **ราคาขายเฉลี่ยสูงขึ้น:** ราคาขายเฉลี่ยต่อตันเพิ่มขึ้น 31.4% เป็น 76,657 บาทต่อตัน
* **สต็อกสินค้าเพิ่มขึ้น 42.3%:** สินค้าคงเหลือ ณ สิ้นปี 2564 อยู่ที่ 4,500.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 3,162.6 ล้านบาทในปี 2563
* **หนี้สินเพิ่มขึ้นเท่าตัว:** หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 102.9% สู่ 4,016.6 ล้านบาท โดยมีเจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 121.8%
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายเหล็กสเตนเลสรีดเย็นและให้บริการจำนวน 19,131.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45.2% เมื่อเทียบกับปี 2563 ที่มีรายได้ 13,177.5 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากปริมาณและราคาขายที่เพิ่มขึ้น ต้นทุนขายสำหรับปี 2564 อยู่ที่ 17,635.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.2% เมื่อเทียบกับปี 2563 มีสาเหตุหลักจากปริมาณและราคาขายเพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรขั้นต้นสำหรับปี 2564 อยู่ที่ 1,496.3 ล้านบาท หรือคิดเป็น 7.8% ของยอดขาย เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ที่มีกำไรขั้นต้น 413.2 ล้านบาท หรือ 3.1% ของยอดขาย ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 19.6 ล้านบาท กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น 67.3 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน ทำให้บริษัทฯ มีกำไรสำหรับปี 2564 จำนวน 885.6 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนสุทธิ 17.4 ล้านบาทในปี 2563
## โอกาส
* **ราคาขายที่สูงขึ้น:** การที่ราคาขายเฉลี่ยต่อตันเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แสดงถึงความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้นไปยังลูกค้าได้ หรือเป็นผลมาจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งในตลาด
* **ปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น:** ปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น 10.1% บ่งชี้ถึงการเติบโตของตลาดหรือส่วนแบ่งการตลาดที่เพิ่มขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบผันผวน:** แม้ราคาขายจะสูงขึ้น แต่ต้นทุนขายก็เพิ่มขึ้นตามปริมาณและราคาวัตถุดิบ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อ GPM หากราคาขายไม่สามารถปรับตัวตามได้ทัน
* **การเพิ่มขึ้นของหนี้สิน:** หนี้สินรวมเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว โดยเฉพาะเจ้าหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อาจสะท้อนถึงการบริหารสภาพคล่อง หรือการสั่งซื้อวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการผลิต
* **สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น:** การที่สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 42.3% อาจเป็นสัญญาณของการสต็อกวัตถุดิบเพื่อรองรับการผลิตในอนาคต หรืออาจเป็นผลจากการผลิตที่มากกว่าปริมาณขายในบางช่วงเวลา ซึ่งอาจมีความเสี่ยงหากราคาตลาดผันผวน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาขายเฉลี่ย:** ติดตามว่าราคาขายเฉลี่ยจะสามารถรักษาโมเมนตัมการเพิ่มขึ้น หรือจะปรับตัวลดลงตามสภาวะตลาด
* **การบริหารต้นทุน:** จับตาการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนการผลิต เพื่อรักษา GPM
* **ระดับหนี้สินและสภาพคล่อง:** ตรวจสอบแนวโน้มการบริหารจัดการหนี้สินและสภาพคล่องของบริษัทฯ
* **ปริมาณการขายในอนาคต:** ประเมินแนวโน้มปริมาณการขายในไตรมาสถัดไป เพื่อสะท้อนอุปสงค์ของตลาด
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ราคาขายเฉลี่ยเหล็กสเตนเลสรีดเย็นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 58,352 บาทต่อตัน เป็น 76,657 บาทต่อตัน
* **Volume:** ปริมาณการขายเพิ่มขึ้น 10.1% จาก 225,827 ตัน เป็น 249,577 ตัน
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 3.1% เป็น 7.8%
* **ช่องทางขาย:** เอกสารไม่ได้ระบุรายละเอียดช่องทางขาย
* **สต็อก:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 42.3% เป็น 4,500.0 ล้านบาท
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น 67.3 ล้านบาท
* **ฤดูกาลผลิต:** เอกสารไม่ได้ระบุถึงผลกระทบจากฤดูกาลผลิต
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 13,842.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.9% จากปีก่อน โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 155.5% สู่ระดับ 2,693.4 ล้านบาท สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 42.3% เป็น 4,500.0 ล้านบาท ขณะที่ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ลดลงเล็กน้อย 5.4% จากค่าเสื่อมราคา หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 102.9% สู่ 4,016.6 ล้านบาท โดยมีเจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 121.8% เป็น 3,383.4 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 898.6 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากกำไรสำหรับปี 2564
## สรุปท้าย
INOX พลิกเกมจากขาดทุนสู่กำไรสุทธิ 885.6 ล้านบาทในปี 2564 โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การปรับขึ้นของราคาขายเฉลี่ยเหล็กสเตนเลสรีดเย็นที่สูงขึ้นอย่างมาก ซึ่งช่วยหนุนกำไรขั้นต้นให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด แม้ต้นทุนการผลิตและปริมาณขายจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม การที่ราคาขายจะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ต่อเนื่องหรือไม่ รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนและระดับหนี้สินที่เพิ่มขึ้น จะเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตาในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ STA ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
26,821.70
ล้านบาท
↓ 20.6% YoY
กำไรขั้นต้น
1,710.78
ล้านบาท
↓ 31.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
6.38
%
กำไรสุทธิ
-325.74
ล้านบาท
↓ 138.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-1.21
%
D/E Ratio
0.72
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
26,822
↓ -20.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,711
↓ -31.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-326
↓ -138.1%
YoY
D/E Ratio
0.72
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — STA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.72
ROE (%)
-2.55
ROA (%)
-0.33
Book Value/หุ้น
31.65
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — STA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-28,368
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+4,028
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — STA
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-28,367.99
-887.82%
|
3,600.83
-112.93%
|
-27,855.14
+231.63%
|
-8,399.46
-1.31%
|
-8,511.24
-177.69%
|
10,955.24
+595.14%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
4,028.08
-43.85%
|
7,173.17
-42.94%
|
12,572.23
+35.94%
|
9,248.25
-381.23%
|
-3,288.51
+40.63%
|
-2,338.40
-40.38%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
31,036.38
-1,549.21%
|
-2,141.60
-120.98%
|
10,207.81
+49.47%
|
6,829.34
+210.98%
|
2,196.09
-85.79%
|
15,459.35
+1,871.96%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
6,406.38
-14.75%
|
7,514.81
-218.73%
|
-6,329.43
-203.16%
|
6,135.80
-162.14%
|
-9,873.94
-141.03%
|
24,064.86
-1,381.86%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
7,920.66
+13.38%
|
6,986.22
-68.95%
|
22,500.43
-1.36%
|
22,809.65
-13.75%
|
26,446.68
+1,010.36%
|
2,381.82
-44.08%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
5,265.93
-33.52%
|
7,920.66
+13.38%
|
6,986.22
-68.95%
|
22,500.43
-1.36%
|
22,809.65
-13.75%
|
26,446.68
+1,010.36%
|