บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน)
SET · ธุรกิจการเกษตร
18.30
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10739 out_tok=3169 at=2026-07-26T06:34:16 -->
# STA กำไรสุทธิ Q3/64 พุ่ง 55% รับแรงหนุนราคายาง-ถุงมือพุ่ง
## รายได้-กำไรโตเด่น YoY จากราคาขายเฉลี่ยสูง ขณะที่ปริมาณขายฟื้นตัวตามเศรษฐกิจ
บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ STA รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 3,280.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายและบริการ 28,486.1 ล้านบาท เติบโต 72.7% YoY แม้จะลดลงเล็กน้อย 4.4% QoQ ปัจจัยหลักมาจากราคาขายเฉลี่ยของทั้งธุรกิจยางธรรมชาติและธุรกิจถุงมือยางที่ปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับการฟื้นตัวของปริมาณการขายตามการบริโภคที่กลับมา
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ STA ในไตรมาส 3 ปี 2564 ให้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ 55.0% YoY มาจาก 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 1) **ราคาขายเฉลี่ยของผลิตภัณฑ์ยางธรรมชาติที่อยู่ในระดับสูง** และ 2) **ราคาขายเฉลี่ยของผลิตภัณฑ์ถุงมือยางที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น** โดยมีรายได้รวมเติบโตถึง 72.7% YoY แม้ว่ากำไรขั้นต้นปรับปรุงจะลดลงเล็กน้อยจาก 36.7% ใน 2Q64 มาอยู่ที่ 26.7% ใน 3Q64 แต่ยังคงสูงกว่า 3Q63 ที่ 35.4%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**ธุรกิจยางธรรมชาติ:** ราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นเป็นผลมาจากราคายางธรรมชาติในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนการฟื้นตัวของการบริโภคยางล้อทั่วโลก โดยเฉพาะจากตลาดทดแทนและรถยนต์ใหม่ รวมถึงความต้องการจากกลุ่มที่ไม่ใช่ยางล้อ เช่น ผู้ผลิตถุงมือยาง นอกจากนี้ STA ยังสามารถสร้างราคาขายเฉลี่ยได้สูงกว่าราคาตลาดทั่วไป เนื่องจากความน่าเชื่อถือในผลิตภัณฑ์ การส่งมอบที่ตรงเวลา และส่วนแบ่งทางการตลาดที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการควบคุมต้นทุนวัตถุดิบที่มีประสิทธิภาพ ทำให้กำไรขั้นต้นของธุรกิจยางธรรมชาติปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง อยู่ที่ 13.6% ใน 3Q64
**ธุรกิจถุงมือยาง:** แม้ว่าราคาขายเฉลี่ยจะอ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) แต่เมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) ยังคงปรับเพิ่มสูงขึ้นถึง 34.1% ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่หนุนรายได้ของธุรกิจถุงมือยางให้เติบโต 33.6% YoY แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะลดลงมาอยู่ที่ 53.2% จาก 68.7% ใน 2Q64 และ 61.7% ใน 3Q63 แต่ยังคงเป็นอัตรากำไรที่สูงในอุตสาหกรรม นอกจากนี้ ปริมาณการขายถุงมือยางยังปรับเพิ่มขึ้น 23.2% QoQ จากการกลับมาเดินเครื่องจักรเต็มที่ของโรงงานหลังสถานการณ์ COVID-19 ในไตรมาสก่อน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจยางธรรมชาติ เนื่องจากแนวโน้มราคายางธรรมชาติยังคงอยู่ในระดับสูงจากการฟื้นตัวของการบริโภคทั่วโลก และอุปทานที่อาจมีข้อจำกัดจากประเทศผู้ผลิตหลักอย่างอินโดนีเซีย นอกจากนี้ STA ยังมีแผนขยายกำลังการผลิตยางแท่ง (TSR) และน้ำยางข้น (LTX) เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น
สำหรับธุรกิจถุงมือยาง แม้ราคาขายเฉลี่ยอาจมีความผันผวนตามตลาดโลก แต่ความต้องการบริโภคยังคงแข็งแกร่ง และ STA มีแผนขยายกำลังการผลิตถุงมือยางอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้ากำลังการผลิต 50,000 ล้านชิ้นต่อปีภายในปี 2565 และ 80,000 ล้านชิ้นต่อปีภายในปี 2567 ซึ่งจะช่วยหนุนการเติบโตในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ:** 3,280.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55.0% YoY และ 35.9% QoQ (เอกสารระบุว่าลดลง 35.9% QoQ ซึ่งขัดแย้งกับตัวเลขกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น YoY และตัวเลขกำไรสุทธิ 3,230.8 ล้านบาทในหน้า 1) **(หมายเหตุ: มีความคลาดเคลื่อนของข้อมูลในเอกสารระหว่างหน้า 1 และ หน้า 3 ในส่วนของกำไรสุทธิ QoQ)**
* **รายได้รวม:** 28,486.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 72.7% YoY และลดลง 4.4% QoQ
* **ธุรกิจยางธรรมชาติ:** รายได้ 17,665.6 ล้านบาท เติบโต 110.3% YoY จากราคาขายเฉลี่ยสูงและปริมาณขายเพิ่มขึ้น กำไรขั้นต้นธุรกิจยางธรรมชาติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 13.6%
* **ธุรกิจถุงมือยาง:** รายได้ 10,801.3 ล้านบาท เติบโต 33.6% YoY จากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น แม้ราคาขายเฉลี่ย QoQ อ่อนตัวลง แต่ปริมาณขายเพิ่มขึ้น 23.2% QoQ
* **อัตรากำไรขั้นต้นปรับปรุง:** อยู่ที่ 26.7% ใน 3Q64 ลดลงจาก 32.6% ใน 2Q64 และ 35.4% ใน 3Q63
* **การลงทุน:** แผนขยายกำลังการผลิตยางแท่ง (TSR) และน้ำยางข้น (LTX) ด้วยงบลงทุนรวมประมาณ 1,655 ล้านบาท คาดแล้วเสร็จปี 2567
## ภาพรวมผลประกอบการ
รายได้จากการขายและบริการในไตรมาส 3/2564 อยู่ที่ 28,486.1 ล้านบาท เติบโต 72.7% YoY แต่ลดลง 4.4% QoQ โดยรายได้จากธุรกิจยางธรรมชาติ 17,665.6 ล้านบาท (62.0% ของรายได้รวม) เติบโต 110.3% YoY จากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นและปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นตามการบริโภคที่ฟื้นตัว รายได้จากธุรกิจถุงมือยาง 10,801.3 ล้านบาท (37.9% ของรายได้รวม) เติบโต 33.6% YoY จากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น แม้ราคาขายเฉลี่ย QoQ จะอ่อนตัวลง แต่ปริมาณการขายเพิ่มขึ้น 23.2% QoQ
กำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 8,154.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45.2% YoY แต่ลดลง 25.5% QoQ โดยธุรกิจยางธรรมชาติมีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็น 13.6% ขณะที่ธุรกิจถุงมือยางมีอัตรากำไรขั้นต้นลดลงมาอยู่ที่ 53.2%
กำไรสุทธิอยู่ที่ 3,280.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55.0% YoY แต่ลดลง 35.9% QoQ (อ้างอิงจากหน้า 3) โดยมีอัตรากำไรสุทธิ 11.3%
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุปสงค์:** การบริโภคยางธรรมชาติและถุงมือยางทั่วโลกที่ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง เป็นปัจจัยหนุนการเติบโตของรายได้และปริมาณการขาย
* **ส่วนแบ่งทางการตลาด:** STA สามารถเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดในธุรกิจยางธรรมชาติได้จากการแข่งขันที่ลดลงและความเชื่อมั่นของลูกค้า
* **การขยายกำลังการผลิต:** แผนการลงทุนขยายกำลังการผลิตทั้งในธุรกิจยางธรรมชาติและถุงมือยาง จะช่วยรองรับการเติบโตในอนาคต
* **การบริหารต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนวัตถุดิบและสร้างราคาขายเฉลี่ยที่สูงกว่าตลาด ช่วยรักษาอัตรากำไร
* **ธุรกิจกัญชง:** การได้รับใบอนุญาตปลูกกัญชง เป็นการต่อยอดธุรกิจใหม่ที่อาจสร้างรายได้เพิ่มเติมในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์:** ราคายางธรรมชาติและถุงมือยางอาจผันผวนตามสภาวะตลาดโลก ซึ่งส่งผลกระทบต่อราคาขายเฉลี่ยและอัตรากำไร
* **ต้นทุนค่าระวางเรือและค่าขนส่ง:** ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 100.0% YoY และ 16.5% QoQ ส่วนหนึ่งมาจากค่าระวางเรือและค่าขนส่งสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้น
* **ปัญหาด้านการขนส่งทางทะเล:** ส่งผลกระทบต่อปริมาณการส่งออกบางส่วน โดยเฉพาะในธุรกิจท่อยางไฮโดรลิกแรงดันสูง
* **สถานการณ์ COVID-19:** แม้จะมีการกลับมาเดินเครื่องจักรเต็มที่ แต่การแพร่ระบาดของโรคยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง โดยเฉพาะในโรงงานผู้ผลิตยางล้อบางราย
* **ผลขาดทุนจากธุรกรรมป้องกันความเสี่ยง:** มีผลขาดทุนจากธุรกรรมป้องกันความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 714.6 ล้านบาท
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาขายเฉลี่ยของยางธรรมชาติและถุงมือยางในไตรมาสถัดไป
* ความคืบหน้าของการขยายกำลังการผลิตในธุรกิจยางธรรมชาติและถุงมือยาง
* ผลกระทบจากต้นทุนค่าระวางเรือและค่าขนส่งต่อค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
* สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 และมาตรการควบคุมที่อาจส่งผลกระทบต่อการผลิตและการบริโภค
* ความคืบหน้าของธุรกิจกัญชง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ยางแท่ง:** รายได้เติบโต 125.3% YoY และ 3.9% QoQ จากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นและปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น อัตรากำไรขั้นต้นปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
* **ถุงมือยาง:** รายได้เติบโต 33.6% YoY แต่ลดลง 16.8% QoQ จากราคาขายเฉลี่ยที่อ่อนตัวลง QoQ แต่ปริมาณขายเพิ่มขึ้น 23.2% QoQ อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวลงเมื่อเทียบกับ 3Q63 และ 2Q64
* **น้ำยางข้น:** รายได้ลดลง 7.3% YoY แต่เพิ่มขึ้น 72.0% QoQ โดยปริมาณการขายเพิ่มขึ้นมาก QoQ จากการสำรองน้ำยางข้นภายในกลุ่ม แต่ราคาขายเฉลี่ยอ่อนตัวลง QoQ อัตรากำไรขั้นต้นอ่อนตัวลงจาก 2Q64
* **ยางแผ่นรมควัน:** รายได้เติบโต 77.9% YoY และ 0.8% QoQ จากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นและปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น อัตรากำไรขั้นต้นปรับเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับ 3Q63 และ 2Q64
* **ราคาวัตถุดิบ:** ราคา NR TSR20 ณ ตลาด SICOM เฉลี่ยอยู่ที่ 166.0 cent/kg. เพิ่มขึ้น 0.4% QoQ และ 29.6% YoY
* **อุปทานยางธรรมชาติ:** ผลผลิตจากอินโดนีเซียต่ำกว่าคาดการณ์เนื่องจากโรคใบร่วง และช่วงฤดูปิดกรีดในอินโดนีเซียช่วงปลายปี อาจส่งผลให้ปริมาณ NR โลกมีแนวโน้มลดลงใน 4Q64
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินค้าคงเหลือ:** ณ สิ้น 3Q64 มีมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ (NRV) เกินกว่าราคาทุนอยู่ 993.8 ล้านบาท (เฉพาะยางแผ่นรมควัน, น้ำยางข้น, และยางแท่ง)
* **การลงทุน:** งบลงทุนประมาณ 1,655 ล้านบาท สำหรับการขยายกำลังการผลิตยางแท่ง (TSR) คาดแล้วเสร็จปี 2567 และงบประมาณ 900 ล้านบาท สำหรับการขยายกำลังการผลิตน้ำยางข้น (LTX)
* **แหล่งเงินทุน:** ใช้กำไรสะสม, หุ้นกู้, และเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงิน โดยมีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยอยู่ที่ 2.65%
## สรุปท้าย
STA โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 เติบโตโดดเด่น โดยมีกำไรสุทธิพุ่ง 55.0% YoY จากแรงหนุนหลักของราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นในธุรกิจยางธรรมชาติและถุงมือยาง ประกอบกับการฟื้นตัวของปริมาณการขายตามการบริโภคที่กลับมา แม้จะเผชิญกับต้นทุนค่าขนส่งที่สูงขึ้นและผลขาดทุนจากธุรกรรมป้องกันความเสี่ยง แต่การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและกลยุทธ์การเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดยังคงแข็งแกร่ง ประกอบกับแผนการขยายกำลังการผลิตในระยะยาว ทำให้ STA มีโอกาสเติบโตต่อเนื่องในอนาคต อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาขายเฉลี่ยของสินค้าโภคภัณฑ์และความผันผวนของต้นทุนการขนส่งเป็นสำคัญ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ STA ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
26,821.70
ล้านบาท
↓ 20.6% YoY
กำไรขั้นต้น
1,710.78
ล้านบาท
↓ 31.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
6.38
%
กำไรสุทธิ
-325.74
ล้านบาท
↓ 138.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-1.21
%
D/E Ratio
0.72
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
26,822
↓ -20.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,711
↓ -31.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-326
↓ -138.1%
YoY
D/E Ratio
0.72
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — STA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.72
ROE (%)
-2.55
ROA (%)
-0.33
Book Value/หุ้น
31.65
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — STA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-28,368
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+4,028
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — STA
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-28,367.99
-887.82%
|
3,600.83
-112.93%
|
-27,855.14
+231.63%
|
-8,399.46
-1.31%
|
-8,511.24
-177.69%
|
10,955.24
+595.14%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
4,028.08
-43.85%
|
7,173.17
-42.94%
|
12,572.23
+35.94%
|
9,248.25
-381.23%
|
-3,288.51
+40.63%
|
-2,338.40
-40.38%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
31,036.38
-1,549.21%
|
-2,141.60
-120.98%
|
10,207.81
+49.47%
|
6,829.34
+210.98%
|
2,196.09
-85.79%
|
15,459.35
+1,871.96%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
6,406.38
-14.75%
|
7,514.81
-218.73%
|
-6,329.43
-203.16%
|
6,135.80
-162.14%
|
-9,873.94
-141.03%
|
24,064.86
-1,381.86%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
7,920.66
+13.38%
|
6,986.22
-68.95%
|
22,500.43
-1.36%
|
22,809.65
-13.75%
|
26,446.68
+1,010.36%
|
2,381.82
-44.08%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
5,265.93
-33.52%
|
7,920.66
+13.38%
|
6,986.22
-68.95%
|
22,500.43
-1.36%
|
22,809.65
-13.75%
|
26,446.68
+1,010.36%
|