บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน)
SET · ธุรกิจการเกษตร
18.30
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9401 out_tok=2770 at=2026-07-26T06:38:24 -->
# STA กำไรสุทธิ Q3/65 แตะ 1,155.9 ล้านบาท ยางธรรมชาติหนุนแรง สวนทางถุงมือยางหดตัว
## รายได้ยางธรรมชาติโตแรง 47.9% YoY หนุนกำไรรวม แม้ถุงมือยางเผชิญแรงกดดันราคาขายลดลง
บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ STA รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 1,155.9 ล้านบาท ลดลง 64.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากธุรกิจถุงมือยางที่ราคาขายเฉลี่ยปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ธุรกิจยางธรรมชาติยังคงแข็งแกร่ง สามารถรักษาอัตรากำไรในระดับสูงและมีคำสั่งซื้อเติบโตต่อเนื่อง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ STA ในไตรมาส 3/2565 คือ **การเติบโตอย่างโดดเด่นของธุรกิจยางธรรมชาติ** ซึ่งสามารถชดเชยผลกระทบเชิงลบจากธุรกิจถุงมือยางได้ โดยรายได้จากธุรกิจยางธรรมชาติเติบโตถึง 47.9% YoY และ 17.2% QoQ ขณะที่กำไรสุทธิโดยรวมอยู่ที่ 1,155.9 ล้านบาท (ลดลง 64.2% YoY) และอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 3.9%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**ธุรกิจยางธรรมชาติ:** การเติบโตมาจากปัจจัยบวกหลายประการ ได้แก่
* **ราคาขายเฉลี่ยที่ปรับสูงขึ้น:** เพิ่มขึ้น 15.1% YoY และ 3.4% QoQ ตามสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ได้ตกลงไว้ก่อนราคายางในตลาดจะลดลง
* **ค่าเงินบาทอ่อนค่า:** เป็นปัจจัยบวกต่อรายได้จากการส่งออก
* **ปริมาณการขายที่เติบโตต่อเนื่อง:** เพิ่มขึ้น 28.5% YoY และ 13.4% QoQ โดยมีอัตราการใช้กำลังการผลิตที่ 70% ซึ่งเป็นการเติบโตต่อเนื่อง 9 ไตรมาส
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ในระดับสูง:** อยู่ที่ 13.7%
**ธุรกิจถุงมือยาง:** เผชิญแรงกดดันจากการปรับลดลงของราคาขายเฉลี่ยอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้รายได้ลดลง 54.5% YoY และ 23.4% QoQ โดยมีปัจจัยหลักมาจาก
* **การแข่งขันที่รุนแรง:** จากกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นมากในช่วง COVID-19 และภาวะอุปทานคงค้างหลังสถานการณ์คลี่คลาย
* **ราคาขายเฉลี่ยปรับลดลง:** ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นที่ 11.2%
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องสำหรับธุรกิจยางธรรมชาติ:** ฝ่ายจัดการมองว่าธุรกิจยางธรรมชาติเป็นธุรกิจเรือธงที่จะขับเคลื่อนรายได้และกำไร โดยมีแนวโน้มการเติบโตของส่วนแบ่งทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง การขยายกำลังการผลิตโรงงานยางแท่ง (TSR) ในภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ และโอกาสจากผู้ผลิตยางล้อกลุ่ม Non-China ที่หันมาบริโภคยางจากไทยมากขึ้น
**สำหรับธุรกิจถุงมือยาง:** คาดว่าสถานการณ์ตลาดจะค่อยๆ ปรับตัวเข้าสู่ภาวะสมดุล แต่ยังคงเผชิญการแข่งขันที่สูง ซึ่งต้องติดตามการปรับตัวของอุปสงค์และอุปทานอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/65 อยู่ที่ 1,155.9 ล้านบาท** (ลดลง 64.2% YoY, ลดลง 1.2% QoQ)
* **รายได้รวม 29,359.0 ล้านบาท** (เพิ่มขึ้น 3.1% YoY, เพิ่มขึ้น 5.0% QoQ)
* **รายได้ธุรกิจยางธรรมชาติโตแรง 47.9% YoY** แตะ 26,205.8 ล้านบาท จากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นและปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น
* **ปริมาณขายยางธรรมชาติเพิ่มขึ้น 28.5% YoY** แตะ 400,131 ตัน อัตราการใช้กำลังการผลิต 70%
* **รายได้ธุรกิจถุงมือยางลดลง 54.5% YoY** เหลือ 4,911.8 ล้านบาท จากราคาขายเฉลี่ยและปริมาณขายที่ลดลง
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับปรุงอยู่ที่ 15.7%** ลดลงจาก 26.7% ใน Q3/64 แต่ทรงตัวจาก 15.9% ใน Q2/65
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 60.6% YoY** เป็น 343.0 ล้านบาท จากการออกหุ้นกู้เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานและการขยายกำลังการผลิต
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3/2565 STA มีรายได้รวม 29,359.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.1% YoY และ 5.0% QoQ โดยมีแรงหนุนหลักจากธุรกิจยางธรรมชาติที่รายได้เติบโตถึง 47.9% YoY เป็น 26,205.8 ล้านบาท จากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น 15.1% YoY และปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น 28.5% YoY ขณะที่ธุรกิจถุงมือยางมีรายได้ลดลง 54.5% YoY เหลือ 4,911.8 ล้านบาท เนื่องจากราคาขายเฉลี่ยและปริมาณขายที่ปรับลดลง
กำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 3,893.1 ล้านบาท ลดลง 52.3% YoY และ 8.2% QoQ โดยมีปัจจัยกดดันหลักจากธุรกิจถุงมือยาง อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นของธุรกิจยางธรรมชาติปรับเพิ่มขึ้นสูงถึง 39.3% YoY และ 19.6% QoQ โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ 13.7%
กำไรสุทธิอยู่ที่ 1,155.9 ล้านบาท ลดลง 64.2% YoY และ 1.2% QoQ โดยมีอัตรากำไรสุทธิที่ 3.9% ซึ่งได้รับผลกระทบจากราคาขายถุงมือยางที่อ่อนตัวลงเป็นหลัก
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจยางธรรมชาติ:** เป็นธุรกิจหลักที่มีอัตรากำไรสูงและมีแนวโน้มการเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะการขยายส่วนแบ่งทางการตลาดในกลุ่มผู้ผลิตยางล้อ Non-China และการขยายกำลังการผลิตโรงงานยางแท่งในภูมิภาคต่างๆ
* **การขยายกำลังการผลิต:** การลงทุนขยายโรงงานยางแท่ง (TSR) และโรงงานน้ำยางข้น (LTX) จะช่วยเพิ่มศักยภาพการผลิตและรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น
* **การรับรองมาตรฐาน FSC:** การเป็นผู้ผลิตยางธรรมชาติครบวงจรรายแรกของโลกที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน FSC สร้างความได้เปรียบด้านความยั่งยืนและภาพลักษณ์
* **การนำเทคโนโลยีมาใช้:** การนำเทคโนโลยีและระบบออโตเมชั่นมาใช้ในกระบวนการผลิต รวมถึงแอปพลิเคชัน SRI TRANG FRIENDS จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคายางธรรมชาติ:** ราคา NR มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องในไตรมาส 4/65 จากความกังวลเศรษฐกิจถดถอยและช่วงฤดูเก็บเกี่ยว
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมถุงมือยาง:** ยังคงรุนแรงจากภาวะอุปทานคงค้างและกำลังการผลิตที่สูง
* **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** จากการออกหุ้นกู้และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามสภาวะตลาดโลก
* **สภาพอากาศ:** ปริมาณน้ำฝนที่มากเกินไปอาจเป็นอุปสรรคต่อการกรีดยาง ส่งผลต่ออุปทานและราคา
* **นโยบายของประเทศจีน:** เป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม เนื่องจากมีผลต่อทิศทางเศรษฐกิจในวงกว้าง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคายางธรรมชาติในไตรมาส 4/65 และปี 2566
* การปรับตัวของตลาดถุงมือยาง และความสามารถในการแข่งขันของ STGT
* ความคืบหน้าในการขยายกำลังการผลิตโรงงานยางแท่งและน้ำยางข้น
* ผลกระทบจากสภาพอากาศต่อปริมาณผลผลิตยางธรรมชาติ
* การเปลี่ยนแปลงนโยบายเศรษฐกิจของประเทศจีน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ยางแท่ง:** รายได้เติบโต 54.7% YoY และ 19.9% QoQ จากราคาขายและปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะตลาดส่งออกไปยังผู้ผลิตยางล้อกลุ่ม Non-China อัตรากำไรขั้นต้นของผลิตภัณฑ์ยางแท่งปรับตัวสูงขึ้น
* **ถุงมือยาง:** รายได้ลดลง 54.5% YoY และ 23.4% QoQ จากราคาขายและปริมาณขายที่ลดลง การแข่งขันสูงส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **น้ำยางข้น:** รายได้ลดลง 39.8% YoY และ 22.7% QoQ จากปริมาณการขายที่หดตัว แม้อัตรากำไรขั้นต้นจะปรับเพิ่มขึ้นจาก YoY แต่ลดลงจาก QoQ
* **ยางแผ่นรมควัน:** รายได้เติบโต 11.6% YoY จากปริมาณการขายที่ขยายตัวและราคาขายที่สูงขึ้นเล็กน้อยจากค่าเงินบาทอ่อนค่า แต่ลดลง 3.6% QoQ จากปริมาณการขายที่อ่อนตัวลง อัตรากำไรปรับตัวลดลงจากทั้ง YoY และ QoQ
* **ราคาวัตถุดิบ:** ราคายางธรรมชาติ (NR) เฉลี่ย TSR20 ณ ตลาด SICOM อยู่ที่ 146.7 cent/kg. ลดลง 11.3% QoQ และ 11.6% YoY
* **อุปทานยางธรรมชาติ:** อินโดนีเซียประสบปัญหาผลผลิตลดลงต่อเนื่องจากโรคใบร่วง ขณะที่ไทยยังคงผลิตได้ตามฤดูกาลและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นใน Q4/65
* **สต็อกยางธรรมชาติ:** สต็อกยางล่วงหน้าเซี่ยงไฮ้ (SHFE) ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ในช่วง 9 เดือนแรกของปี บริษัทฯ มีการออกตราสารหนี้หุ้นกู้เพื่อสนับสนุนการดำเนินงาน การซื้อวัตถุดิบยางธรรมชาติที่เพิ่มขึ้น และเงินทุนในการขยายกำลังการผลิตโรงงานยางธรรมชาติเพิ่มเติม ทำให้ยอดหนี้หุ้นกู้ปรับเพิ่มสูงขึ้นจากสิ้นปี 2564 และอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยของบริษัทฯ ปรับตัวสูงขึ้นตามสภาวะตลาดโลก ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินอยู่ที่ 343.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 60.6% YoY และ 15.0% QoQ
ณ สิ้นงวด 3Q65 สินค้าคงเหลือของบริษัทฯ มีมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ (Net Realizable Value) เกินกว่าราคาทุนอยู่ 441.1 ล้านบาท (เฉพาะยางแผ่นรมควัน, น้ำยางข้น, และยางแท่ง)
## สรุปท้าย
STA ในไตรมาส 3/2565 แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของธุรกิจยางธรรมชาติที่สามารถขับเคลื่อนรายได้และรักษาอัตรากำไรได้ดี แม้จะเผชิญกับแรงกดดันจากธุรกิจถุงมือยางที่ราคาขายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ การขยายกำลังการผลิตและการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพจะเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว ท่ามกลางความท้าทายจากความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์และสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ STA ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
26,821.70
ล้านบาท
↓ 20.6% YoY
กำไรขั้นต้น
1,710.78
ล้านบาท
↓ 31.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
6.38
%
กำไรสุทธิ
-325.74
ล้านบาท
↓ 138.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-1.21
%
D/E Ratio
0.72
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
26,822
↓ -20.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,711
↓ -31.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-326
↓ -138.1%
YoY
D/E Ratio
0.72
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — STA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.72
ROE (%)
-2.55
ROA (%)
-0.33
Book Value/หุ้น
31.65
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — STA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-28,368
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+4,028
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — STA
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-28,367.99
-887.82%
|
3,600.83
-112.93%
|
-27,855.14
+231.63%
|
-8,399.46
-1.31%
|
-8,511.24
-177.69%
|
10,955.24
+595.14%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
4,028.08
-43.85%
|
7,173.17
-42.94%
|
12,572.23
+35.94%
|
9,248.25
-381.23%
|
-3,288.51
+40.63%
|
-2,338.40
-40.38%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
31,036.38
-1,549.21%
|
-2,141.60
-120.98%
|
10,207.81
+49.47%
|
6,829.34
+210.98%
|
2,196.09
-85.79%
|
15,459.35
+1,871.96%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
6,406.38
-14.75%
|
7,514.81
-218.73%
|
-6,329.43
-203.16%
|
6,135.80
-162.14%
|
-9,873.94
-141.03%
|
24,064.86
-1,381.86%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
7,920.66
+13.38%
|
6,986.22
-68.95%
|
22,500.43
-1.36%
|
22,809.65
-13.75%
|
26,446.68
+1,010.36%
|
2,381.82
-44.08%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
5,265.93
-33.52%
|
7,920.66
+13.38%
|
6,986.22
-68.95%
|
22,500.43
-1.36%
|
22,809.65
-13.75%
|
26,446.68
+1,010.36%
|