บริษัท สยามราช จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.39
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6701 out_tok=2493 at=2026-07-26T06:36:57 -->
# SR กำไร Q3/2565 พลิกบวก 11.56 ล้านบาท รับอานิสงส์โครงการใหม่-เศรษฐกิจฟื้น
## รายได้หลักโต 74% หนุนกำไรสุทธิกลับมา หลังเผชิญต้นทุนสูง-บาทอ่อนค่า
บริษัท สยามราช จำกัด (มหาชน) หรือ SR รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 11.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 42.99 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากรายได้จากการก่อสร้าง ขาย และบริการที่เติบโตถึง 74.24% สวนทางกับภาพรวมเศรษฐกิจที่ยังคงเผชิญแรงกดดันจากเงินเฟ้อและค่าเงินบาทอ่อนค่า
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ SR ในไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกกลับมามีกำไร คือ **การรับรู้รายได้จากโครงการก่อสร้างใหม่ที่ประมูลได้ในช่วงปลายปี 2564 จำนวน 4 โครงการ มูลค่ารวม 833 ล้านบาท** ซึ่งส่งผลให้รายได้หลักเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการฟื้นตัวของธุรกิจให้เช่าพื้นที่อาคารจอดรถ จากสถานการณ์ COVID-19 ที่เริ่มคลี่คลายลง
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **โครงการก่อสร้างใหม่:** ฝ่ายจัดการระบุว่า โครงการใหม่ 4 โครงการที่เริ่มรับรู้รายได้ในปี 2565 เป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้หลัก โดยโครงการเหล่านี้ประกอบด้วย โครงการย้ายท่อก๊าซธรรมชาติเพื่อรองรับโครงการรถไฟความเร็วสูง, โครงการก่อสร้างสถานีควบคุมความดันและวัดปริมาตรก๊าซธรรมชาติ, โครงการ KLU Re-route Gas Pipeline และโครงการ OGC and FC Package for 5TP3 Metering ซึ่งรวมมูลค่างานกว่า 833 ล้านบาท การรับรู้รายได้จากโครงการเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อการเติบโตของรายได้จากการก่อสร้าง ขาย และบริการ
* **การฟื้นตัวของธุรกิจให้เช่า:** การผ่อนคลายมาตรการควบคุม COVID-19 ส่งผลให้การใช้บริการอาคารจอดรถเพิ่มขึ้น ซึ่งช่วยหนุนรายได้ในส่วนงานดังกล่าวให้ฟื้นตัวตามลำดับ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยพิจารณาจากมูลค่างานในมือ (Backlog) จากโครงการก่อสร้างใหม่ที่ระบุไว้ ซึ่งมีมูลค่ารวม 833 ล้านบาท และจะทยอยรับรู้รายได้ในปี 2565 นอกจากนี้ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการใช้บริการอาคารจอดรถที่คาดว่าจะดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากสถานการณ์ COVID-19 ยังคงคลี่คลายต่อไป อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการยังคงต้องบริหารจัดการต้นทุนที่สูงขึ้นจากภาวะเงินเฟ้อและค่าเงินบาทที่อ่อนค่า ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในระยะถัดไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพลิกบวก:** ไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 11.56 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 42.99 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2564 คิดเป็นการเพิ่มขึ้น 126.89%
* **รายได้หลักเติบโตโดดเด่น:** รายได้จากการก่อสร้าง ขาย และบริการ รวม 379.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 74.24% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
* **โครงการใหม่หนุนรายได้:** การรับรู้รายได้จาก 4 โครงการก่อสร้างใหม่ มูลค่ารวม 833 ล้านบาท เป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนรายได้
* **ต้นทุนและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น:** ต้นทุนและค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานรวม 371.42 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.01% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น
* **ฐานะการเงินแข็งแกร่งขึ้น:** สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 12.06% เป็น 2,693.12 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.56% เป็น 865.83 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 380.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 72.04% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2564 ที่มีรายได้รวม 221.28 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการก่อสร้าง ขาย และบริการที่เติบโตถึง 74.24% จากการรับรู้รายได้ของโครงการก่อสร้างใหม่ 4 โครงการ และการฟื้นตัวของธุรกิจให้เช่าพื้นที่อาคารจอดรถ
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนและค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานรวมอยู่ที่ 371.42 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.01% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งสอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น แต่ก็ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นอาจถูกกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้น
เมื่อพิจารณาผลประกอบการ 9 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 5.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 106.31% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 82.91 ล้านบาท โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากรายได้ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องจากโครงการก่อสร้างใหม่
## โอกาส
* **โครงการก่อสร้างใหม่:** การมีโครงการก่อสร้างใหม่มูลค่ารวม 833 ล้านบาท จะเป็นแหล่งรายได้สำคัญและสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องในปี 2565 และอาจต่อเนื่องไปถึงปีถัดไป
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** การคลี่คลายของสถานการณ์ COVID-19 และการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ จะช่วยหนุนรายได้จากธุรกิจให้เช่าพื้นที่อาคารจอดรถ และธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
* **การบริหารจัดการความเสี่ยง:** การใช้สัญญาแลกเปลี่ยนล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ช่วยลดผลกระทบจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าต่อต้นทุนการนำเข้าสินค้า
## ความเสี่ยง
* **ภาวะเงินเฟ้อและต้นทุนการผลิตสูง:** อัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ต้นทุนสินค้าและปัจจัยการผลิตสูงขึ้น ซึ่งอาจกระทบต่ออัตรากำไรของบริษัทฯ
* **ค่าเงินบาทอ่อนค่า:** การอ่อนค่าของเงินบาทส่งผลให้ต้นทุนการนำเข้าสินค้าสำเร็จรูปสูงขึ้น เนื่องจากบริษัทฯ มีธุรกรรมการนำเข้าสินค้าที่ใช้สกุลเงินหลักเป็นเหรียญสหรัฐฯ และเหรียญยูโร
* **ความผันผวนของราคาพลังงาน:** สงครามยูเครน-รัสเซียส่งผลให้ราคาน้ำมันและพลังงานทั่วโลกพุ่งสูงขึ้น ซึ่งกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงานของบริษัทฯ ในส่วนที่ต้องซื้อสินค้านำเข้า
* **การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย:** การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ และธนาคารแห่งประเทศไทย ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าของโครงการก่อสร้างใหม่:** ติดตามการรับรู้รายได้และอัตรากำไรของโครงการก่อสร้างใหม่ทั้ง 4 โครงการ
* **แนวโน้มต้นทุนการดำเนินงาน:** จับตาการเปลี่ยนแปลงของต้นทุนวัตถุดิบ ค่าแรง และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่อาจได้รับผลกระทบจากเงินเฟ้อ
* **ทิศทางค่าเงินบาท:** ติดตามความผันผวนของค่าเงินบาทและผลกระทบต่อต้นทุนการนำเข้าและต้นทุนทางการเงิน
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** ประเมินผลกระทบจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อภาระต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ
* **การขยายธุรกิจในอนาคต:** ติดตามแผนการลงทุนหรือการประมูลโครงการใหม่ๆ เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
ในส่วนของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุรายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับราคา Commodity หรือปริมาณการผลิต/ขายที่ชัดเจน แต่สามารถอนุมานได้ว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการกลับมาดำเนินกิจกรรมต่างๆ หลัง COVID-19 จะส่งผลดีต่อความต้องการใช้พลังงานและบริการที่เกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านราคาพลังงานโลกที่ผันผวนจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ และต้นทุนที่สูงขึ้นจากเงินเฟ้อ เป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดสำหรับธุรกิจในกลุ่มนี้ ฝ่ายจัดการได้กล่าวถึงการใช้สัญญาแลกเปลี่ยนล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ดีในการบริหารจัดการต้นทุนนำเข้า
สำหรับธุรกิจให้เช่าพื้นที่อาคารจอดรถ ซึ่งจัดอยู่ในส่วนงานพลังงานทางเลือกนั้น การผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 ส่งผลให้มีผลการดำเนินงานเพิ่มขึ้นตามลำดับ ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อการฟื้นตัวของธุรกิจบริการ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 2,693.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.06% จากปีก่อน โดยส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มขึ้นของงานระหว่างก่อสร้างและทรัพย์สินของบริษัทย่อยที่เกี่ยวข้องกับโครงการบริหารอาคารจอดรถ
หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,801.80 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.03% จากปีก่อน ซึ่งเกิดจากการรับเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงินสำหรับโครงการบริหารอาคารจอดรถ และเงินกู้ยืมระยะสั้นเพื่อใช้ในการหมุนเวียนภายในกิจการ
ส่วนของผู้ถือหุ้น (ส่วนของบริษัทใหญ่) อยู่ที่ 865.83 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.56% จากปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากกำไรสุทธิในงวด
## สรุปท้าย
SR พลิกฟื้นผลประกอบการในไตรมาส 3 ปี 2565 กลับมามีกำไรสุทธิ 11.56 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้โครงการก่อสร้างใหม่มูลค่าสูง และการฟื้นตัวของธุรกิจให้เช่าพื้นที่อาคารจอดรถ แม้จะเผชิญกับความท้าทายจากต้นทุนที่สูงขึ้นและค่าเงินบาทอ่อนค่า แต่การมี Backlog ที่ชัดเจนและแนวโน้มเศรษฐกิจที่ค่อยๆ ฟื้นตัว ทำให้มีโอกาสที่ผลประกอบการจะเติบโตต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามการบริหารจัดการต้นทุนและผลกระทบจากปัจจัยภายนอกอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SR ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
190.10
ล้านบาท
↓ 16.2% YoY
กำไรขั้นต้น
46.12
ล้านบาท
↓ 10% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
24.26
%
กำไรสุทธิ
-7.70
ล้านบาท
↓ 47.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-4.05
%
D/E Ratio
2.18
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
190
↓ -16.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
46
↓ -10%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-8
↓ -47.3%
YoY
D/E Ratio
2.18
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SR
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.18
ROE (%)
-7.96
ROA (%)
0.68
Book Value/หุ้น
0.88
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SR
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-91
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-8
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SR
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-91.11
+279.31%
|
-24.02
+25.04%
|
-19.21
-115.68%
|
122.53
-193.29%
|
-131.35
+33.22%
|
-98.60
+136.34%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-8.33
-12.59%
|
-9.53
-43.91%
|
-16.99
-116.91%
|
100.48
-164.77%
|
-155.13
-52.41%
|
-325.97
+73.66%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
149.50
+10.98%
|
134.71
+1,554.91%
|
8.14
-103.89%
|
-209.07
-169.44%
|
301.07
-29.23%
|
425.44
+274.77%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
50.05
-50.52%
|
101.16
-460.51%
|
-28.06
-301.44%
|
13.93
-4.46%
|
14.58
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
61.18
-46.10%
|
113.51
+0.60%
|
112.83
+4.21%
|
108.27
-0.69%
|
109.02
+0.50%
|
108.48
-51.75%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
61.78
+0.98%
|
61.18
-46.10%
|
113.51
+0.60%
|
112.83
+4.21%
|
108.27
-0.69%
|
109.02
+0.50%
|