SHREIT
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
SHREIT
ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แบบต่ออายุได้เพื่อธุรกิจโรงแรมและสิทธิการเช่าสตราทีจิก ฮอสพิทอลลิตี้
SET · กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์
3.60
+0.00 (+0.00%)

สรุปงบการเงิน

ไตรมาสที่ 4 ปี 2564

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4986 out_tok=3483 at=2026-07-26T03:54:39 --> # SHREIT พลิกขาดทุนสุทธิลดลง 79.46% ในปี 2564 รับผลบวกจากการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ ## ฝ่ายจัดการชี้กำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจากการประเมินมูลค่าสินทรัพย์โรงแรมในต่างประเทศหนุนผลประกอบการ ขณะที่รายได้ค่าเช่าลดลงจากผลกระทบ COVID-19 ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แบบต่ออายุได้เพื่อธุรกิจโรงแรมและสิทธิการเช่าสตราทีจิก ฮอสพิทอลลิตี้ (SHREIT) รายงานผลขาดทุนจากการลงทุนสุทธิในปี 2564 ลดลง 79.46% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรับรู้กำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ อย่างไรก็ตาม รายได้จากการให้เช่าปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ที่ยังคงส่งผลกระทบต่อธุรกิจโรงแรม ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ SHREIT ในปี 2564 พลิกจากขาดทุนจำนวนมากในปี 2563 มาสู่การขาดทุนที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **รายการกำไรสุทธิที่ยังไม่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงในมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนในอสังหาริมทรัพย์** ซึ่งมีมูลค่า 62.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 273.36 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 129.92% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าที่มีผลขาดทุนสุทธิที่ยังไม่เกิดขึ้น 210.41 ล้านบาท ปัจจัยนี้เกิดจากการประเมินมูลค่าสินทรัพย์โรงแรมในต่างประเทศ ณ สิ้นปี 2564 ที่ปรับตัวสูงขึ้น หากพิจารณาผลการดำเนินงานโดยไม่รวมรายการนี้ SHREIT ยังคงมีผลขาดทุนจากการลงทุนสุทธิ 158.69 ล้านบาท แต่ก็ถือว่าขาดทุนลดลง 37.96% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งสะท้อนถึงการปรับตัวดีขึ้นของผลการดำเนินงานจากการดำเนินงานปกติ แม้จะยังคงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น เกิดจากการประเมินมูลค่าสินทรัพย์โรงแรมในต่างประเทศ ณ สิ้นปี 2564 ซึ่งฝ่ายจัดการไม่ได้ระบุรายละเอียดของปัจจัยที่ทำให้มูลค่าเพิ่มขึ้น แต่โดยทั่วไปแล้ว การประเมินมูลค่าสินทรัพย์อสังหาริมทรัพย์จะพิจารณาจากปัจจัยหลายประการ เช่น ศักยภาพในการสร้างรายได้ในอนาคต, สภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์, อัตราดอกเบี้ย, และปัจจัยทางเศรษฐกิจมหภาค ในขณะเดียวกัน รายได้จากการให้เช่าลดลง 71.43% หรือ 39.18 ล้านบาท เนื่องจากกองทรัสต์ไม่สามารถรับรู้รายได้จากการให้เช่าโรงแรมในประเทศอินโดนีเซียได้ตั้งแต่เดือนเมษายน 2563 ถึงพฤศจิกายน 2564 เนื่องจากเป็นเหตุสุดวิสัยตามเงื่อนไขสัญญาเช่า อันเป็นผลกระทบโดยตรงจากสถานการณ์ COVID-19 ที่ส่งผลต่อการดำเนินงานของโรงแรมอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ รายได้จากการดำเนินงานของโรงแรมในเวียดนามก็ถูกรับรู้เป็นรายได้อื่น เนื่องจากอยู่ในระหว่างการสรรหาผู้เช่าหลักรายใหม่หลังจากการยกเลิกสัญญาเช่าเดิม อย่างไรก็ตาม SHREIT มีรายได้อื่นเพิ่มขึ้น 144.49% หรือ 64.87 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการรับรู้รายได้โดยตรงจากผลการดำเนินงานของโรงแรมในเวียดนามเป็นการชั่วคราวหลังจากการยกเลิกสัญญากับผู้เช่าหลัก รวมถึงมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 64.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 100% เนื่องจากเงินกู้ยืมสกุลเงินยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ และจากการแปลงค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นบาท เนื่องจากเงินบาทอ่อนค่าลง ในด้านค่าใช้จ่ายรวมลดลง 1.94% หรือ 6.88 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของค่าธรรมเนียมวิชาชีพ 73.27% เนื่องจากปี 2563 มีค่าใช้จ่ายค่าที่ปรึกษาเกี่ยวกับการจัดตั้งกองทรัสต์ อย่างไรก็ตาม ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 116.54% หรือ 104.46 ล้านบาท เนื่องจากการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ และค่าใช้จ่ายอื่นเพิ่มขึ้น 136.13% หรือ 52.75 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากรายการขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของตราสารอนุพันธ์ทางการเงิน และค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจโรงแรมที่เพิ่มขึ้นจากการรับรู้รายได้โดยตรงในเวียดนาม ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ลักษณะครั้งคราว** รายการกำไรสุทธิที่ยังไม่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงในมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เป็นรายการที่เกิดจากการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ ณ สิ้นงวด ซึ่งมีลักษณะเป็นรายการที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง (unrealized gain) และอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต ขึ้นอยู่กับการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ในแต่ละช่วงเวลา ดังนั้น จึงมีลักษณะเป็นรายการครั้งคราว ไม่ใช่ปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนผลประกอบการจากการดำเนินงานปกติ ส่วนการเปลี่ยนแปลงของรายได้จากการให้เช่าและรายได้อื่นที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ COVID-19 นั้น ฝ่ายจัดการระบุว่ายังคงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว ซึ่งบ่งชี้ว่าผลการดำเนินงานในส่วนนี้ยังคงมีความไม่แน่นอนและขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ## Highlight สำคัญ * **ขาดทุนสุทธิลดลง 79.46%:** SHREIT รายงานผลขาดทุนจากการลงทุนสุทธิปี 2564 ที่ 95.74 ล้านบาท ลดลง 370.45 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2563 ที่ขาดทุน 466.19 ล้านบาท * **กำไรจากการประเมินมูลค่าสินทรัพย์:** มีกำไรสุทธิที่ยังไม่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ 62.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 273.36 ล้านบาท จากปีก่อนที่ขาดทุน 210.41 ล้านบาท * **รายได้รวมเพิ่มขึ้น 90.40%:** รายได้รวมอยู่ที่ 189.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 90.20 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนจากกำไรอัตราแลกเปลี่ยนและรายได้อื่น * **รายได้ค่าเช่าลดลง 71.43%:** รับรู้รายได้จากการให้เช่าเพียง 15.67 ล้านบาท ลดลง 39.18 ล้านบาท เนื่องจากผลกระทบ COVID-19 ต่อโรงแรมในอินโดนีเซียและเวียดนาม * **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 116.54%:** ต้นทุนทางการเงินอยู่ที่ 194.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 104.46 ล้านบาท จากการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ## ภาพรวมผลประกอบการ ในปี 2564 SHREIT มีผลขาดทุนจากการลงทุนสุทธิ 95.74 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 79.46% เมื่อเทียบกับปี 2563 ที่ขาดทุน 466.19 ล้านบาท การเปลี่ยนแปลงนี้ได้รับแรงหนุนหลักจากรายการกำไรสุทธิที่ยังไม่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงในมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 273.36 ล้านบาท หากพิจารณาผลการดำเนินงานโดยตัดรายการดังกล่าวออก SHREIT ยังคงมีผลขาดทุนจากการลงทุนสุทธิ 158.69 ล้านบาท ซึ่งลดลง 97.09 ล้านบาท หรือ 37.96% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวดีขึ้นของการดำเนินงานปกติ แม้จะยังคงเผชิญกับความท้าทายจากสถานการณ์ COVID-19 รายได้รวมในปี 2564 อยู่ที่ 189.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 90.40% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 64.54 ล้านบาท และรายได้อื่น 109.77 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการรับรู้รายได้โดยตรงจากผลการดำเนินงานของโรงแรมในเวียดนามเป็นการชั่วคราว อย่างไรก็ตาม รายได้จากการให้เช่าลดลงอย่างมากถึง 71.43% เนื่องจากไม่สามารถรับรู้รายได้จากโรงแรมในอินโดนีเซียได้ตั้งแต่เดือนเมษายน 2563 ถึงพฤศจิกายน 2564 และรายได้จากโรงแรมในเวียดนามถูกบันทึกเป็นรายได้อื่น ในส่วนของค่าใช้จ่ายรวมลดลง 1.94% เป็น 348.68 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของค่าธรรมเนียมวิชาชีพ แต่ต้นทุนทางการเงินกลับเพิ่มขึ้นถึง 116.54% จากการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ และค่าใช้จ่ายอื่นเพิ่มขึ้น 136.13% ซึ่งรวมถึงรายการขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของตราสารอนุพันธ์ทางการเงิน และค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจโรงแรมที่เพิ่มขึ้น ## โอกาส * **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว:** หากสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลายลง และมีการผ่อนคลายมาตรการเดินทาง ทั้งในระดับประเทศและระหว่างประเทศ จะส่งผลดีต่อธุรกิจโรงแรมและการกลับมาสร้างรายได้จากการให้เช่าตามปกติ * **การสรรหาผู้เช่ารายใหม่:** การหาผู้เช่าหลักรายใหม่สำหรับโรงแรมในเวียดนามที่ประสบความสำเร็จ จะช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงและต่อเนื่องให้กับกองทรัสต์ * **การบริหารจัดการอัตราแลกเปลี่ยน:** การมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนแสดงให้เห็นถึงโอกาสในการบริหารจัดการความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงิน ซึ่งอาจเป็นปัจจัยบวกต่อผลประกอบการในอนาคต ## ความเสี่ยง * **การแพร่ระบาดของ COVID-19:** การระบาดระลอกใหม่ หรือการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัส อาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางและธุรกิจโรงแรม ทำให้การฟื้นตัวล่าช้ากว่าที่คาดการณ์ * **ความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย:** ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ เป็นความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อผลกำไรในอนาคต * **การเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์:** รายการกำไรหรือขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ อาจส่งผลให้ผลประกอบการมีความผันผวนในแต่ละช่วงเวลา * **ความไม่แน่นอนในการหาผู้เช่ารายใหม่:** การสรรหาผู้เช่าหลักรายใหม่สำหรับโรงแรมในเวียดนาม อาจใช้เวลานานกว่าที่คาดการณ์ หรืออาจไม่สามารถหาผู้เช่าที่ให้ผลตอบแทนตามที่คาดหวังได้ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **สถานการณ์ COVID-19 และมาตรการเดินทาง:** การเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์การแพร่ระบาดและนโยบายของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางระหว่างประเทศและในประเทศ * **ความคืบหน้าในการหาผู้เช่ารายใหม่:** ความสำเร็จในการเจรจาและข้อตกลงกับผู้เช่ารายใหม่สำหรับโรงแรมในเวียดนาม * **แนวโน้มอัตราดอกเบี้ย:** การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยนโยบายและอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืมของกองทรัสต์ * **การประเมินมูลค่าสินทรัพย์:** การเปลี่ยนแปลงของมูลค่ายุติธรรมของโรงแรมในต่างประเทศในการประเมินมูลค่ารอบถัดไป * **ผลการดำเนินงานของโรงแรมในเวียดนาม:** การรับรู้รายได้โดยตรงจากโรงแรมในเวียดนามในช่วงที่ยังไม่มีผู้เช่าหลัก ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) สำหรับ SHREIT ซึ่งเป็นทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ประเภทโรงแรมและสิทธิการเช่า ปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณาคือ **รายได้ค่าเช่า** ซึ่งในปี 2564 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 71.43% เนื่องจากผลกระทบโดยตรงจากสถานการณ์ COVID-19 ที่ทำให้ไม่สามารถรับรู้รายได้จากโรงแรมในอินโดนีเซียได้ตามสัญญา และโรงแรมในเวียดนามต้องอยู่ระหว่างการสรรหาผู้เช่ารายใหม่ อย่างไรก็ตาม กองทรัสต์มีการรับรู้ **รายได้อื่น** เพิ่มขึ้นอย่างมาก 144.49% ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการรับรู้รายได้โดยตรงจากผลการดำเนินงานของโรงแรมในเวียดนามเป็นการชั่วคราว แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการบริหารจัดการสินทรัพย์ในช่วงที่ขาดผู้เช่าหลัก **ต้นทุนทางการเงิน** เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตา โดยเพิ่มขึ้นถึง 116.54% เนื่องจากการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงานของกองทรัสต์ ในส่วนของการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ **มูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนในอสังหาริมทรัพย์** มีการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวก โดยมีกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้น 62.95 ล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผลขาดทุนสุทธิโดยรวมลดลงอย่างมาก แต่ต้องพิจารณาว่าเป็นรายการที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง เช่น ยอดหนี้สินรวม, อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E), หรือกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน/ลงทุน/จัดหาเงิน อย่างไรก็ตาม มีการกล่าวถึง **ต้นทุนทางการเงิน** ที่เพิ่มขึ้น 116.54% ซึ่งบ่งชี้ถึงภาระดอกเบี้ยที่สูงขึ้น และการมี **เงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน** ในสกุลเงินยูโรและดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งส่งผลต่อ **กำไร/ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน** ## สรุปท้าย SHREIT ในปี 2564 เผชิญกับความท้าทายจากสถานการณ์ COVID-19 ที่ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อรายได้ค่าเช่าโรงแรม แต่สามารถพลิกผลขาดทุนสุทธิให้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 79.46% โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจากการประเมินมูลค่าสินทรัพย์โรงแรมในต่างประเทศ แม้ว่ารายได้จากการดำเนินงานปกติจะยังคงได้รับแรงกดดันจากการที่ยังไม่สามารถรับรู้รายได้ค่าเช่าเต็มที่จากโรงแรมในอินโดนีเซียและเวียดนามได้ก็ตาม การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น และการหาผู้เช่ารายใหม่ที่ประสบความสำเร็จ จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการฟื้นตัวของผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SHREIT ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
85.96 ล้านบาท
↓ 54.8% YoY
กำไรขั้นต้น
40.61 ล้านบาท
↑ 159% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
47.25 %
กำไรสุทธิ
63.12 ล้านบาท
อัตรากำไรสุทธิ (%)
73.43 %
D/E Ratio
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
86
↓ -54.8% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
41
↑ + 159% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
63
D/E Ratio

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
ROE (%)
0.00
ROA (%)
0.00
Book Value/หุ้น
5.96

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SHREIT

รายการ 2566 2565 2564 2563 2562 2561 2560
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมสินทรัพย์
4,413.89
-3.70%
4,583.62
+13.63%
4,033.83
-7.33%
4,353.02
-12.00%
4,946.63
-8.09%
0.00
รวมหนี้สินหมุนเวียน
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมหนี้สิน
2,381.04
+12.17%
2,122.75
+22.76%
1,729.22
+12.27%
1,540.24
-12.06%
1,751.49
-6.13%
0.00
รวมส่วนของเจ้าของ
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่อง
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
วงจรเงินสด
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-67
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SHREIT

รายการ 2566 2565 2564 2563 2562 2561 2560
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-66.50
-136.84%
180.49
-2,617.29%
-7.17
-103.00%
238.84
0.00
0.00
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
157.94
-189.74%
-176.00
+236.26%
-52.34
-77.85%
-236.35
0.00
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00