บริษัท สตาร์เฟล็กซ์ จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
3.08
0.02 (0.65%)
สรุปสั้น
บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 314.64 ล้านบาท ลดลง 0.39% ประกอบด้วยกลุ่มสินค้าอุปโภค (NonFood) จํานวน 283.32 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 83.27 และ กลุ่มสินค้าบริโภค (Food) จํานวน 56.94 ล้านบาท คิดเป็นร้อย ละ 16.73 ของรายได้รวม
ในส่วนของต้นทุนและค่าใช้จ่ายปรับตัวลดลงมากกว่ารายได้ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เกิดจากการบริหารต้นทุนการผลิต และ การบริหารวัตถุดิบให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ค่าเงินบาทที่แข็งค่า และ ต้นทุนวัตถุดิบน้ำเข้าต่างประเทศมีราคาต่ำลง
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4415 out_tok=2321 at=2026-07-26T03:49:04 -->
# SFLEX กำไรสุทธิหด 63% ปี 65 ต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง-โรงงานใหม่กระทบชั่วคราว
## ต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง-ค่าใช้จ่ายลงทุนโรงงานใหม่กดดัน GPM-กำไรสุทธิปี 65 หดตัวแรง
บริษัท สตาร์เฟล็กซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SFLEX รายงานผลประกอบการปี 2565 มีรายได้รวม 1,696.1 ล้านบาท ลดลง 1.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 55.1 ล้านบาท ลดลงถึง 63.1% สาเหตุหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการติดตั้งเครื่องจักรสำหรับโรงงานส่วนขยายที่ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นเป็นการชั่วคราว
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิของ SFLEX ในปี 2565 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ **ต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มสูงขึ้น** และ **ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งเครื่องจักรใหม่ในโรงงานส่วนขยาย** ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น (GPM) โดยกำไรขั้นต้นลดลง 24.0% จาก 313.3 ล้านบาท เป็น 238.1 ล้านบาท และกำไรสุทธิลดลง 63.1% จาก 149.4 ล้านบาท เป็น 55.1 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**ต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มสูงขึ้น** เป็นผลมาจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตของบริษัท นอกจากนี้ ยังมีผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวน อย่างไรก็ตาม บริษัทได้พยายามบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบล่วงหน้าและทยอยปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
ส่วนปัจจัยที่สองคือ **การติดตั้งเครื่องจักรใหม่ในโรงงานส่วนขยาย** ในช่วงต้นปี 2565 บริษัทมีการถอด ย้าย และติดตั้งเครื่องจักรใหม่ เช่น เครื่องพิมพ์ เครื่องเคลือบ และเครื่องเป่าฟิล์ม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการลงทุนเพื่อขยายกำลังการผลิต การดำเนินการดังกล่าวทำให้เกิดค่าใช้จ่ายในการผลิตที่เพิ่มขึ้นเป็นการชั่วคราว ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นโดยรวม
นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 10.1% ส่วนใหญ่มาจากค่าขนส่งสินค้าที่สูงขึ้นตามราคาน้ำมัน และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 12.3% โดยส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายในการว่าจ้างที่ปรึกษาโครงการลงทุนและค่าเดินทางไปประเทศเวียดนาม
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากเอกสารระบุว่า **ต้นทุนวัตถุดิบส่วนใหญ่มีแนวโน้มอ่อนตัวลง** ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีและอาจช่วยบรรเทาแรงกดดันต่ออัตรากำไรในอนาคตได้ อย่างไรก็ตาม การติดตั้งเครื่องจักรใหม่ในโรงงานส่วนขยายนั้นเป็น **ลักษณะชั่วคราว** และเมื่อการติดตั้งแล้วเสร็จและเริ่มดำเนินการผลิตได้เต็มที่ คาดว่าจะส่งผลดีต่อกำลังการผลิตและประสิทธิภาพในระยะยาว
โดยรวมแล้ว ปัจจัยกดดันหลักในปี 2565 มีลักษณะเป็น **ครั้งคราวและมีแนวโน้มคลี่คลาย** แต่ต้องติดตามสถานการณ์ราคาวัตถุดิบและผลการดำเนินงานหลังการติดตั้งเครื่องจักรใหม่แล้วเสร็จอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมปี 2565 ลดลง 1.8%** อยู่ที่ 1,696.1 ล้านบาท จาก 1,727.3 ล้านบาทในปีก่อน
* **กำไรขั้นต้นปี 2565 หดตัว 24.0%** อยู่ที่ 238.1 ล้านบาท จาก 313.3 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิปี 2565 ลดลง 63.1%** อยู่ที่ 55.1 ล้านบาท จาก 149.4 ล้านบาท
* **อัตรากำไรสุทธิปี 2565 อยู่ที่ 3.2%** ลดลงจาก 8.6% ในปีก่อน
* **ต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายลงทุนโรงงานใหม่** เป็นปัจจัยหลักกดดันอัตรากำไร
* **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 6.3%** จากการลงทุนก่อสร้างโรงงานใหม่
* **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 12.9%** จากการใช้สินเชื่อระยะยาวเพื่อก่อสร้างโรงงาน
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับปี 2565 บริษัท สตาร์เฟล็กซ์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 1,696.1 ล้านบาท ลดลง 1.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 1,727.3 ล้านบาท ขณะที่กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 238.1 ล้านบาท ลดลง 24.0% จาก 313.3 ล้านบาทในปี 2564 ส่งผลให้กำไรสุทธิปี 2565 อยู่ที่ 55.1 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 63.1% เมื่อเทียบกับ 149.4 ล้านบาทในปี 2564 โดยมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 3.2% ลดลงจาก 8.6% ในปีก่อน
## โอกาส
* **การลงทุนในโรงงานส่วนขยาย:** การติดตั้งเครื่องจักรใหม่ เช่น เครื่องพิมพ์ เครื่องเคลือบ และเครื่องเป่าฟิล์ม สะท้อนถึงการลงทุนเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตและประสิทธิภาพในระยะยาว ซึ่งจะเป็นโอกาสในการรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นในอนาคต
* **แนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบอ่อนตัวลง:** การที่ต้นทุนวัตถุดิบส่วนใหญ่มีแนวโน้มอ่อนตัวลง จะช่วยลดแรงกดดันต่ออัตรากำไรขั้นต้นและเพิ่มความสามารถในการทำกำไรของบริษัทในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้ปัจจุบันมีแนวโน้มอ่อนตัวลง แต่ความผันผวนของราคาน้ำมันและวัตถุดิบอื่นๆ ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต
* **ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน:** ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและรายได้ของบริษัท
* **ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นจากการปรับขึ้นของราคาน้ำมันและค่าใช้จ่ายในการลงทุน อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรหากไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบหลัก (เช่น เม็ดพลาสติกที่มาจากปิโตรเคมี) และผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต
* ความคืบหน้าและผลการดำเนินงานของโรงงานส่วนขยายหลังการติดตั้งเครื่องจักรใหม่แล้วเสร็จ
* ความสามารถในการปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เปลี่ยนแปลงไป
* การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารให้มีประสิทธิภาพ
* ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนต่อผลประกอบการ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
**การใช้กำลังการผลิต (Utilization):** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization โดยตรง แต่กล่าวถึงการติดตั้งเครื่องจักรในโรงงานส่วนขยาย ซึ่งบ่งชี้ถึงการเตรียมพร้อมเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตในอนาคต
**คำสั่งซื้อ (Order Book):** เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ Order Book โดยตรง แต่การลงทุนในโรงงานใหม่สะท้อนความคาดหวังของฝ่ายจัดการต่อการเติบโตของคำสั่งซื้อในอนาคต
**ราคาวัตถุดิบ:** ระบุชัดเจนว่าต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมัน และปัจจุบันมีแนวโน้มอ่อนตัวลง
**อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 24.0% เป็นผลมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและค่าใช้จ่ายชั่วคราวจากการติดตั้งเครื่องจักรใหม่
**การส่งออก:** มีการกล่าวถึงค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปประเทศเวียดนาม แต่ไม่ได้ระบุสัดส่วนรายได้จากการส่งออก
**ค่าเงิน:** มีผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น
**สินค้าคงคลัง:** เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับระดับสินค้าคงคลัง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,601.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.3% จากปีก่อน โดยมีสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญคือ ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ (เพิ่มขึ้น 145.3 ล้านบาท) และเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด (เพิ่มขึ้น 54.2 ล้านบาท) ซึ่งเป็นผลมาจากการลงทุนในการก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่
หนี้สินรวม ณ สิ้นปี 2565 อยู่ที่ 616.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.9% จากปีก่อน โดยสาเหตุหลักมาจากการใช้สินเชื่อระยะยาวในการก่อสร้างโรงงานส่วนขยาย
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 985.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.6% จากปีก่อน โดยมีการจ่ายเงินปันผล 36.9 ล้านบาท
## สรุปท้าย
ปี 2565 เป็นปีที่ SFLEX เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและค่าใช้จ่ายชั่วคราวจากการลงทุนในโรงงานใหม่ ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม การลงทุนในโรงงานส่วนขยายและการที่ต้นทุนวัตถุดิบมีแนวโน้มอ่อนตัวลง เป็นสัญญาณบวกที่อาจช่วยหนุนผลประกอบการให้ฟื้นตัวได้ในอนาคต นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาวัตถุดิบและผลการดำเนินงานหลังโรงงานใหม่เริ่มดำเนินการเต็มที่.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SFLEX ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
499.44
ล้านบาท
↑ 7.2% YoY
กำไรขั้นต้น
117.75
ล้านบาท
↑ 8.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
23.58
%
กำไรสุทธิ
62.39
ล้านบาท
↓ 18.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
12.49
%
D/E Ratio
0.94
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
499
↑ + 7.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
118
↑ + 8.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
62
↓ -18.5%
YoY
D/E Ratio
0.94
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SFLEX
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.94
ROE (%)
21.17
ROA (%)
12.25
Book Value/หุ้น
1.64
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SFLEX
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-141
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+34
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SFLEX
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-141.33
+55.65%
|
-90.80
-57.96%
|
-215.98
+19.95%
|
-180.06
+422.06%
|
-34.49
-122.77%
|
151.50
-27.31%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
34.37
-69.75%
|
113.63
-139.70%
|
-286.22
-346.91%
|
115.92
+121.05%
|
52.44
-130.48%
|
-172.04
+350.01%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
47.88
-148.12%
|
-99.51
-117.83%
|
557.98
-35,640.13%
|
-1.57
-108.78%
|
17.88
-106.34%
|
-282.13
-212.77%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-57.33
-25.49%
|
-76.94
-275.94%
|
43.73
-166.54%
|
-65.72
-283.42%
|
35.83
-111.84%
|
-302.66
-172.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
62.08
-23.15%
|
80.78
-37.42%
|
129.08
+72.50%
|
74.83
-55.59%
|
168.51
-64.24%
|
471.17
+827.50%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
93.75
+51.01%
|
62.08
-23.15%
|
80.78
-37.42%
|
129.08
+72.50%
|
74.83
-55.59%
|
168.51
-64.24%
|