บริษัท สตาร์เฟล็กซ์ จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
3.08
0.02 (0.65%)
สรุปสั้น
บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 314.64 ล้านบาท ลดลง 0.39% ประกอบด้วยกลุ่มสินค้าอุปโภค (NonFood) จํานวน 283.32 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 83.27 และ กลุ่มสินค้าบริโภค (Food) จํานวน 56.94 ล้านบาท คิดเป็นร้อย ละ 16.73 ของรายได้รวม
ในส่วนของต้นทุนและค่าใช้จ่ายปรับตัวลดลงมากกว่ารายได้ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เกิดจากการบริหารต้นทุนการผลิต และ การบริหารวัตถุดิบให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ค่าเงินบาทที่แข็งค่า และ ต้นทุนวัตถุดิบน้ำเข้าต่างประเทศมีราคาต่ำลง
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4050 out_tok=2416 at=2026-07-27T12:25:16 -->
# SFLEX กำไร Q2/2564 โต 32% รับแรงหนุนรายได้รวมพุ่ง
## รายได้รวมโตเด่น 32% ขณะที่กำไรสุทธิเพิ่ม 29% แต่ GPM ถูกกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
บริษัท สตาร์เฟล็กซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SFLEX รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีรายได้รวม 428.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 38.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.2% อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ถูกกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
หัวใจกำไรของ SFLEX ในไตรมาส 2 ปี 2564 มาจากการเติบโตของรายได้รวมที่แข็งแกร่ง ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการเพิ่มขึ้นของยอดขาย โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักคือการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและสินค้าคงคลังที่สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของยอดขาย อย่างไรก็ตาม แรงกดดันต่ออัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เกิดจากการที่ต้นทุนวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าจำเป็นต้องมีการสั่งซื้อวัตถุดิบให้เพียงพอต่อคำสั่งซื้อของลูกค้า
**1) หัวใจคืออะไร**
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SFLEX ในไตรมาส 2 ปี 2564 คือ **การเติบโตของรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 32.0%** ส่งผลให้กำไรสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้น 29.2% เป็น 38.9 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่กดดันอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) คือ **ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น** ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิลดลงเล็กน้อยจาก 9.3% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 9.1% ในไตรมาสนี้
**2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น**
การเพิ่มขึ้นของรายได้รวมเกิดจากการที่บริษัทมีการเพิ่มยอดขายอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งสะท้อนได้จากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ในส่วนของต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นนั้น ฝ่ายจัดการระบุว่าเป็นผลมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน ทำให้บริษัทต้องคำนึงถึงการจัดหาวัตถุดิบให้เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า แม้ว่าต้นทุนจะสูงขึ้นก็ตาม
**3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่**
จากข้อมูลในเอกสาร **ยังไม่ชัดเจนว่าปัจจัยด้านต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นจะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่** เนื่องจากฝ่ายจัดการระบุว่าเป็นผลจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่คาดการณ์ได้ยาก อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทมีการสั่งซื้อวัตถุดิบเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับยอดขายที่เพิ่มขึ้น อาจบ่งชี้ว่าบริษัทคาดการณ์ว่าคำสั่งซื้อจะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไป ซึ่งต้องติดตามสถานการณ์ราคาวัตถุดิบและแนวโน้มคำสั่งซื้อในไตรมาสถัดไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโต 32.0%** แตะ 428.5 ล้านบาท ในไตรมาส 2 ปี 2564
* **กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 29.2%** เป็น 38.9 ล้านบาท
* **อัตรากำไรสุทธิลดลงเล็กน้อย** จาก 9.3% เป็น 9.1% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 25.4%** และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 3.0%
* **ค่าใช้จ่ายทางการเงินลดลง 41.7%** จากสภาพคล่องที่ดีขึ้น
* **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น** จาก 1,285.1 ล้านบาท เป็น 1,573.5 ล้านบาท โดยหลักจากลูกหนี้การค้าและสินค้าคงคลัง
* **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** จาก 404.5 ล้านบาท เป็น 652.6 ล้านบาท โดยหลักจากเจ้าหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้นจากการสั่งซื้อวัตถุดิบ
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัท สตาร์เฟล็กซ์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 428.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.0% เมื่อเทียบกับ 324.7 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2563 ส่งผลให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 38.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.2% จาก 30.1 ล้านบาทในปีก่อน แม้ว่ารายได้และกำไรจะเติบโต แต่ก็มีแรงกดดันต่ออัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบ โดยอัตรากำไรสุทธิลดลงเล็กน้อยจาก 9.3% เป็น 9.1% ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 25.4% เป็น 9.0 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 3.0% เป็น 31.4 ล้านบาท ในขณะที่ค่าใช้จ่ายทางการเงินลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 41.7% เหลือ 0.7 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทสามารถชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้นได้
## โอกาส
* **การเพิ่มขึ้นของยอดขาย:** การที่รายได้รวมเติบโตอย่างแข็งแกร่ง บ่งชี้ถึงความต้องการสินค้าของบริษัทที่ยังคงมีอยู่ และอาจมีโอกาสในการรักษาโมเมนตัมการเติบโตนี้ต่อไป
* **สภาพคล่องทางการเงินที่ดีขึ้น:** การลดลงของค่าใช้จ่ายทางการเงินจากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้น แสดงถึงการบริหารจัดการสภาพคล่องที่มีประสิทธิภาพ
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น:** สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้น และอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันหากไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้บริโภคได้
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** การพึ่งพาวัตถุดิบหลักอาจทำให้บริษัทมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาในตลาดโลก
* **การเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้า:** การที่เจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อาจสะท้อนถึงการบริหารจัดการเงินทุนหมุนเวียนที่ต้องเฝ้าระวัง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบในไตรมาสถัดไป
* ความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นไปยังราคาขาย
* การบริหารจัดการสินค้าคงคลังและลูกหนี้การค้าให้สอดคล้องกับยอดขาย
* ทิศทางคำสั่งซื้อจากลูกค้า และการบริหารจัดการกำลังการผลิต (Utilization)
* ผลกระทบต่อเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ต่อห่วงโซ่อุปทานและการดำเนินงาน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
ในไตรมาส 2 ปี 2564 SFLEX แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่ง โดยมีรายได้รวมเพิ่มขึ้นถึง 32.0% ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีในภาคอุตสาหกรรมที่อาจกำลังฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นปัจจัยหลักที่กดดันอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) การที่ฝ่ายจัดการต้องสั่งซื้อวัตถุดิบเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นถึงความต้องการสินค้าที่ยังคงมีอยู่ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยต้นทุนที่สูงขึ้น การบริหารจัดการสินค้าคงคลังและลูกหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้นตามยอดขายก็เป็นสิ่งสำคัญในการรักษาประสิทธิภาพทางการเงิน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,573.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 1,285.1 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2563 โดยมีรายการสินทรัพย์ที่สำคัญคือ เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด (9.2%), ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น (21.0%), สินค้าคงเหลือ (26.0%) และที่ดินอาคารและอุปกรณ์ (34.3%) การเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์ส่วนใหญ่มาจากลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้นตามยอดขายที่เติบโต
หนี้สินรวม ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2564 อยู่ที่ 652.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 404.5 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2563 สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้าที่สูงถึง 78.9% เป็น 510.0 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากการสั่งซื้อวัตถุดิบเพื่อการผลิตที่เพิ่มขึ้น
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 920.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.6% จาก 880.6 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2563 โดยบริษัทได้มีการจ่ายเงินปันผลจำนวน 36.9 ล้านบาท
## สรุปท้าย
SFLEX ในไตรมาส 2 ปี 2564 สามารถสร้างการเติบโตของรายได้รวมได้อย่างน่าประทับใจถึง 32.0% ส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 29.2% อย่างไรก็ตาม แรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตา เนื่องจากส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น แม้ว่าสภาพคล่องทางการเงินจะดีขึ้นจากการลดลงของค่าใช้จ่ายทางการเงิน แต่การเพิ่มขึ้นของหนี้สินโดยเฉพาะเจ้าหนี้การค้าจากการสั่งซื้อวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น ก็เป็นประเด็นที่ต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด นักลงทุนควรติดตามแนวโน้มราคาวัตถุดิบและความสามารถของบริษัทในการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาขาย รวมถึงทิศทางคำสั่งซื้อในอนาคต เพื่อประเมินการเติบโตและอัตรากำไรของบริษัทในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SFLEX ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
499.44
ล้านบาท
↑ 7.2% YoY
กำไรขั้นต้น
117.75
ล้านบาท
↑ 8.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
23.58
%
กำไรสุทธิ
62.39
ล้านบาท
↓ 18.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
12.49
%
D/E Ratio
0.94
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
499
↑ + 7.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
118
↑ + 8.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
62
↓ -18.5%
YoY
D/E Ratio
0.94
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SFLEX
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.94
ROE (%)
21.17
ROA (%)
12.25
Book Value/หุ้น
1.64
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SFLEX
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-141
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+34
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SFLEX
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-141.33
+55.65%
|
-90.80
-57.96%
|
-215.98
+19.95%
|
-180.06
+422.06%
|
-34.49
-122.77%
|
151.50
-27.31%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
34.37
-69.75%
|
113.63
-139.70%
|
-286.22
-346.91%
|
115.92
+121.05%
|
52.44
-130.48%
|
-172.04
+350.01%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
47.88
-148.12%
|
-99.51
-117.83%
|
557.98
-35,640.13%
|
-1.57
-108.78%
|
17.88
-106.34%
|
-282.13
-212.77%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-57.33
-25.49%
|
-76.94
-275.94%
|
43.73
-166.54%
|
-65.72
-283.42%
|
35.83
-111.84%
|
-302.66
-172.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
62.08
-23.15%
|
80.78
-37.42%
|
129.08
+72.50%
|
74.83
-55.59%
|
168.51
-64.24%
|
471.17
+827.50%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
93.75
+51.01%
|
62.08
-23.15%
|
80.78
-37.42%
|
129.08
+72.50%
|
74.83
-55.59%
|
168.51
-64.24%
|