บริษัท สตาร์เฟล็กซ์ จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
3.08
0.02 (0.65%)
สรุปสั้น
บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 314.64 ล้านบาท ลดลง 0.39% ประกอบด้วยกลุ่มสินค้าอุปโภค (NonFood) จํานวน 283.32 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 83.27 และ กลุ่มสินค้าบริโภค (Food) จํานวน 56.94 ล้านบาท คิดเป็นร้อย ละ 16.73 ของรายได้รวม
ในส่วนของต้นทุนและค่าใช้จ่ายปรับตัวลดลงมากกว่ารายได้ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เกิดจากการบริหารต้นทุนการผลิต และ การบริหารวัตถุดิบให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ค่าเงินบาทที่แข็งค่า และ ต้นทุนวัตถุดิบน้ำเข้าต่างประเทศมีราคาต่ำลง
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4425 out_tok=2616 at=2026-07-26T03:53:46 -->
# SFLEX กำไรสุทธิปี 64 เติบโต 4.6% รับรายได้รวมพุ่ง 22.1% แม้ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น
## รายได้รวมโตเด่น 22.1% หนุนกำไรสุทธิ แม้ GPM หดตัวเล็กน้อยจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
บริษัท สตาร์เฟล็กซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SFLEX รายงานผลประกอบการปี 2564 มีรายได้รวม 1,727.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 149.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.6% แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิจะลดลงเล็กน้อย สาเหตุหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาตลาด ซึ่งบริษัทได้ทยอยปรับราคาขายเพื่อสะท้อนต้นทุนที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงกลางปี
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SFLEX ในปี 2564 คือ **การเติบโตของรายได้รวมที่แข็งแกร่งถึง 22.1%** ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยชดเชยผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ทำให้กำไรสุทธิยังคงเติบโตได้ 4.6% แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จะปรับตัวลดลงเล็กน้อยจาก 22.7% ในปี 2563 มาอยู่ที่ 18.1% ในปี 2564
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้รวมเกิดจากการที่บริษัทสามารถเพิ่มยอดขายได้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งสอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์รวม โดยเฉพาะที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ที่เพิ่มขึ้น 118.9 ล้านบาท และสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้น 105.6 ล้านบาท สะท้อนถึงการลงทุนเพื่อรองรับการผลิตที่เพิ่มขึ้น และการบริหารจัดการสินค้าเพื่อตอบสนองคำสั่งซื้อที่มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นตามราคาตลาดส่งผลโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง แม้ว่าบริษัทจะมีการปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนที่สูงขึ้นตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2564 แล้วก็ตาม
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** การเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่งเป็นสัญญาณที่ดี แต่ความสามารถในการรักษาอัตรากำไรขั้นต้นในระดับที่น่าพอใจจะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ได้แก่ แนวโน้มราคาวัตถุดิบในตลาดโลก และความสามารถของบริษัทในการปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนภายใน การลงทุนในโรงงานแห่งใหม่และการเพิ่มยอดขายเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในระยะต่อไป แต่ความผันผวนของราคาวัตถุดิบยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมปี 2564 เติบโต 22.1%** แตะ 1,727.3 ล้านบาท จาก 1,415.0 ล้านบาทในปี 2563
* **กำไรสุทธิปี 2564 เพิ่มขึ้น 4.6%** อยู่ที่ 149.4 ล้านบาท จาก 142.8 ล้านบาทในปี 2563
* **อัตรากำไรสุทธิลดลง** จาก 10.1% เป็น 8.6% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **ต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มขึ้น** เป็นสาเหตุหลักที่กดดันอัตรากำไรขั้นต้น แม้จะมีการปรับราคาขายแล้ว
* **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 17.2%** เป็น 1,506.6 ล้านบาท จาก 1,285.1 ล้านบาท โดยมีปัจจัยจากการลงทุนในโรงงานใหม่และสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้น
* **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 35.1%** เป็น 546.3 ล้านบาท จาก 404.5 ล้านบาท เพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจและการก่อสร้างโรงงาน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 บริษัท สตาร์เฟล็กซ์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 1,727.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งมีรายได้รวม 1,415.0 ล้านบาท การเติบโตนี้ส่งผลให้กำไรสุทธิในปี 2564 อยู่ที่ 149.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.6% จาก 142.8 ล้านบาทในปี 2563 อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 10.1% ในปี 2563 มาอยู่ที่ 8.6% ในปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มสูงขึ้นตามราคาตลาด แม้บริษัทจะมีการปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนที่สูงขึ้นตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2564 แล้วก็ตาม
ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 15.7% เป็น 34.1 ล้านบาท แต่เมื่อเทียบกับยอดขายแล้ว คิดเป็นสัดส่วน 2.0% ซึ่งใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 2.1% ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.6% เป็น 118.3 ล้านบาท ในขณะที่ค่าใช้จ่ายทางการเงินลดลง 15.2% เป็น 3.9 ล้านบาท เนื่องจากการปรับโครงสร้างหนี้และการบริหารสภาพคล่องที่มีประสิทธิภาพ
## โอกาส
* **การลงทุนในโรงงานแห่งใหม่:** การลงทุนในสินทรัพย์ถาวร เช่น ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ ที่เพิ่มขึ้น 118.9 ล้านบาท บ่งชี้ถึงการเตรียมพร้อมเพื่อขยายกำลังการผลิตและรองรับการเติบโตในอนาคต
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** การเพิ่มขึ้นของสินค้าคงคลัง 105.6 ล้านบาท อาจสะท้อนถึงการบริหารจัดการเพื่อตอบสนองคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น หรือการสต็อกวัตถุดิบเพื่อรองรับความผันผวนของราคา
* **การปรับราคาขาย:** ความสามารถในการทยอยปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น เป็นกลยุทธ์สำคัญในการรักษาความสามารถในการทำกำไร
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้นโดยตรง และอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันหากไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้บริโภคได้อย่างเต็มที่
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** หากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงคลังไม่ได้สอดคล้องกับคำสั่งซื้อที่แท้จริง อาจนำไปสู่ต้นทุนการจัดเก็บที่สูงขึ้น หรือความเสี่ยงจากสินค้าล้าสมัย
* **การพึ่งพิงต้นทุนวัตถุดิบ:** การที่อัตรากำไรได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญจากราคาวัตถุดิบ แสดงถึงความเปราะบางของธุรกิจต่อปัจจัยภายนอก
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบหลักในปี 2565 และความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาขาย
* อัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate) ของโรงงานใหม่และการดำเนินงาน
* การบริหารจัดการสินค้าคงคลังให้มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับปริมาณคำสั่งซื้อ
* ความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารให้มีประสิทธิภาพเมื่อเทียบกับรายได้
* ความคืบหน้าของการก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ และผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงิน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **การเติบโตของรายได้:** การเพิ่มขึ้นของรายได้รวม 22.1% เป็นสัญญาณบวกที่สำคัญ แสดงถึงความต้องการสินค้าของบริษัทที่ยังคงมีอยู่ หรือการขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ ซึ่งสอดคล้องกับการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** การลดลงของ GPM จาก 22.7% เป็น 18.1% เป็นประเด็นที่ต้องให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด แม้จะมีการปรับราคาขายแล้ว แต่การที่ GPM ยังคงลดลง แสดงว่าต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นมีผลกระทบมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ หรือการปรับราคาขายยังไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้อย่างเต็มที่
* **การลงทุนและการก่อสร้างโรงงาน:** การเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์ถาวรและการใช้สินเชื่อเพื่อการก่อสร้างโรงงานใหม่ บ่งชี้ถึงการลงทุนเพื่ออนาคต ซึ่งหากโรงงานใหม่สามารถเพิ่มกำลังการผลิตและประสิทธิภาพได้ จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาว
* **หนี้สินที่เพิ่มขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของหนี้สินรวม 35.1% ส่วนใหญ่มาจากการใช้สินเชื่อเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานและการก่อสร้างโรงงาน ซึ่งต้องพิจารณาถึงภาระดอกเบี้ยและแผนการชำระคืนหนี้ในอนาคต
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,506.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.2% จากปีก่อน โดยมีสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญคือ ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ (เพิ่มขึ้น 118.9 ล้านบาท) และสินค้าคงคลัง (เพิ่มขึ้น 105.6 ล้านบาท) ซึ่งสะท้อนถึงการลงทุนเพื่อขยายธุรกิจและการบริหารจัดการสต็อก
หนี้สินรวม ณ สิ้นปี 2564 อยู่ที่ 546.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.1% จากปีก่อน โดยสาเหตุหลักมาจากการใช้สินเชื่อกับสถาบันการเงินทั้งระยะสั้นและระยะยาวที่เพิ่มขึ้น 149.9 ล้านบาท เพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจและการก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 9.1% เป็น 960.3 ล้านบาท จาก 880.6 ล้านบาทในปี 2563 ซึ่งเป็นผลมาจากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้นจากการดำเนินงานในปี 2564 ประกอบกับการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจำนวน 69.7 ล้านบาท
## สรุปท้าย
SFLEX ในปี 2564 สามารถสร้างการเติบโตของรายได้รวมได้อย่างน่าประทับใจถึง 22.1% ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยผลักดันให้กำไรสุทธิยังคงเติบโตได้ 4.6% แม้จะเผชิญกับแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรและการก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่บ่งชี้ถึงทิศทางการเติบโตในอนาคต อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาขาย รวมถึงการบริหารจัดการสินค้าคงคลังและหนี้สินที่เพิ่มขึ้น ยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่นักลงทุนควรจับตาอย่างใกล้ชิดในปีต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SFLEX ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
499.44
ล้านบาท
↑ 7.2% YoY
กำไรขั้นต้น
117.75
ล้านบาท
↑ 8.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
23.58
%
กำไรสุทธิ
62.39
ล้านบาท
↓ 18.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
12.49
%
D/E Ratio
0.94
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
499
↑ + 7.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
118
↑ + 8.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
62
↓ -18.5%
YoY
D/E Ratio
0.94
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SFLEX
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.94
ROE (%)
21.17
ROA (%)
12.25
Book Value/หุ้น
1.64
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SFLEX
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-141
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+34
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SFLEX
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-141.33
+55.65%
|
-90.80
-57.96%
|
-215.98
+19.95%
|
-180.06
+422.06%
|
-34.49
-122.77%
|
151.50
-27.31%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
34.37
-69.75%
|
113.63
-139.70%
|
-286.22
-346.91%
|
115.92
+121.05%
|
52.44
-130.48%
|
-172.04
+350.01%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
47.88
-148.12%
|
-99.51
-117.83%
|
557.98
-35,640.13%
|
-1.57
-108.78%
|
17.88
-106.34%
|
-282.13
-212.77%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-57.33
-25.49%
|
-76.94
-275.94%
|
43.73
-166.54%
|
-65.72
-283.42%
|
35.83
-111.84%
|
-302.66
-172.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
62.08
-23.15%
|
80.78
-37.42%
|
129.08
+72.50%
|
74.83
-55.59%
|
168.51
-64.24%
|
471.17
+827.50%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
93.75
+51.01%
|
62.08
-23.15%
|
80.78
-37.42%
|
129.08
+72.50%
|
74.83
-55.59%
|
168.51
-64.24%
|