บริษัท สตาร์เฟล็กซ์ จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
3.08
0.02 (0.65%)
สรุปสั้น
บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 314.64 ล้านบาท ลดลง 0.39% ประกอบด้วยกลุ่มสินค้าอุปโภค (NonFood) จํานวน 283.32 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 83.27 และ กลุ่มสินค้าบริโภค (Food) จํานวน 56.94 ล้านบาท คิดเป็นร้อย ละ 16.73 ของรายได้รวม
ในส่วนของต้นทุนและค่าใช้จ่ายปรับตัวลดลงมากกว่ารายได้ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เกิดจากการบริหารต้นทุนการผลิต และ การบริหารวัตถุดิบให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ค่าเงินบาทที่แข็งค่า และ ต้นทุนวัตถุดิบน้ำเข้าต่างประเทศมีราคาต่ำลง
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=11759 out_tok=2982 at=2026-08-11T19:17:42 -->
# SFLEX กำไร Q2/2569 พุ่ง 48.9% รับอานิสงส์ยอดขายโต-บริหารต้นทุนดี
## รายได้-กำไรโตเด่น รับอานิสงส์การปรับ Product Mix และการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
บริษัท สตาร์เฟล็กซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SFLEX รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 79.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 48.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากรายได้จากการขายที่เติบโต 9.9% รวมถึงการบริหารต้นทุนขายที่ทำได้ดีขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ฝ่ายจัดการเน้นย้ำถึงการปรับกลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์และการบริหารจัดการภายในที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไร
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SFLEX ในไตรมาส 2 ปี 2569 คือ **การเติบโตของรายได้จากการขายที่แข็งแกร่งถึง 9.9% YoY** ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับเปลี่ยน Product Mix ที่เน้นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น และ **การบริหารจัดการต้นทุนขายที่มีประสิทธิภาพ** ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GP%) ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 23.7% ใน Q2/2568 เป็น 27.6% ใน Q2/2569 และกำไรสุทธิ (NP) เติบโตถึง 48.9% YoY
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **การเติบโตของรายได้:** มาจากการที่ความต้องการบรรจุภัณฑ์ชนิดซองพร้อมหัวจ่าย (Pouch with Spout) เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าอุปโภคที่ต้องการความสะดวกในการใช้งานและคุณสมบัติเฉพาะตัว บริษัทได้ลงทุนในเครื่องจักรที่เกี่ยวข้องในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ทำให้มีความสามารถในการผลิตผลิตภัณฑ์ที่ซับซ้อนและสร้างมูลค่าเพิ่มได้สูงขึ้น นอกจากนี้ แม้จะมีความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แต่ความต้องการของลูกค้ายังคงสูง และบริษัทได้มีการปรับราคาขายตามต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่สูงขึ้น
* **การบริหารต้นทุนขาย:** ฝ่ายจัดการได้ดำเนินมาตรการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพหลายด้าน ได้แก่:
* **การบริหารจัดการพลังงาน:** การติดตั้ง Solar Rooftop ช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้า
* **การบริหารการจัดหาวัตถุดิบ:** การเพิ่มจำนวน Supplier เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองราคา และการลงทุนในธุรกิจต้นน้ำ (Blow film) เพื่อผลิตฟิล์มซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักเอง ช่วยลดต้นทุนการนำเข้าหรือซื้อจากภายนอก
* **การปรับเปลี่ยนทดแทนเครื่องจักร:** การลงทุนในเครื่องจักรใหม่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดของเสีย และลดการใช้แรงงานคน
* **สิทธิประโยชน์ทางภาษี:** การได้รับสิทธิประโยชน์จาก BOI
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่ความต้องการบรรจุภัณฑ์ชนิดซองพร้อมหัวจ่ายมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบริษัทได้เตรียมความพร้อมด้านการผลิตรองรับไว้แล้ว นอกจากนี้ มาตรการบริหารต้นทุนต่างๆ ที่ดำเนินการไปแล้ว เช่น การใช้พลังงานทดแทน การบริหารจัดการ Supplier และการลงทุนในธุรกิจต้นน้ำ คาดว่าจะช่วยรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับที่ดีได้ อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและค่าขนส่งยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/2569 เติบโต 48.9% YoY** แตะ 79.2 ล้านบาท จาก 53.2 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขาย Q2/2569 เพิ่มขึ้น 9.9% YoY** แตะ 514.4 ล้านบาท จาก 467.9 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GP%) ขยายตัวโดดเด่น** จาก 23.7% ใน Q2/2568 เป็น 27.6% ใน Q2/2569
* **การปรับ Product Mix เน้นผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มสูง** เช่น บรรจุภัณฑ์ชนิดซองพร้อมหัวจ่าย (Pouch with Spout)
* **มาตรการบริหารต้นทุนมีประสิทธิภาพ** ทั้งด้านพลังงาน วัตถุดิบ และการปรับปรุงเครื่องจักร
* **สินค้าคงคลังเพิ่มขึ้น 165.9 ล้านบาท** เป็น 473.0 ล้านบาท เพื่อป้องกันความผันผวนของราคาและปริมาณวัตถุดิบ
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัท สตาร์เฟล็กซ์ จำกัด (มหาชน) (SFLEX) มีรายได้จากการขายรวม 514.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และเพิ่มขึ้น 4.6% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ต้นทุนขายอยู่ที่ 372.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.2% YoY ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นถึง 28.5% YoY เป็น 142.2 ล้านบาท และทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (GP%) ปรับตัวสูงขึ้นจาก 23.7% เป็น 27.6% ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 6.5% YoY อยู่ที่ 57.8 ล้านบาท ทำให้กำไรก่อนหักภาษีและค่าเสื่อมราคา (EBITDA) เพิ่มขึ้น 53.5% YoY เป็น 108.7 ล้านบาท และส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด 48.9% YoY เป็น 79.2 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรสุทธิ (NP%) เพิ่มขึ้นจาก 11.3% เป็น 15.2%
สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 รายได้จากการขายรวมอยู่ที่ 1,005.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.7% YoY กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 268.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.3% YoY และกำไรสุทธิอยู่ที่ 140.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.9% YoY
## โอกาส
* **การเติบโตของตลาดบรรจุภัณฑ์ชนิดซองพร้อมหัวจ่าย:** ความต้องการที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มสินค้าอุปโภคที่ต้องการความสะดวกและคุณสมบัติเฉพาะตัว เป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มยอดขายและมูลค่าเพิ่ม
* **การลงทุนในเทคโนโลยีและเครื่องจักร:** การลงทุนที่ผ่านมาช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตผลิตภัณฑ์ที่ซับซ้อนและมีมูลค่าสูง
* **การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** มาตรการต่างๆ ที่ดำเนินการช่วยลดต้นทุนและเพิ่มอัตรากำไรอย่างต่อเนื่อง
* **การมุ่งเน้นความยั่งยืน:** การเข้าร่วมเวทีสัมมนาด้านความยั่งยืน สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นแนวโน้มสำคัญของอุตสาหกรรมในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและค่าขนส่ง:** แม้จะมีการบริหารจัดการที่ดี แต่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุน
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์มีการแข่งขันสูง อาจส่งผลต่อการตั้งราคาขาย
* **การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภค:** การปรับตัวต่อเทคโนโลยีใหม่ๆ และความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของบริษัทย่อยในต่างประเทศ (Starprint Vietnam JSC.)
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มความต้องการบรรจุภัณฑ์ชนิดซองพร้อมหัวจ่าย:** การเติบโตของผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อรายได้ในอนาคต
* **ประสิทธิภาพของมาตรการบริหารต้นทุน:** การรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** ระดับสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินและสภาพคล่อง
* **ผลประกอบการของบริษัทย่อยในเวียดนาม:** การฟื้นตัวและสร้างผลกำไรของ Starprint Vietnam JSC.
* **ความคืบหน้าในการลงทุนในธุรกิจต้นน้ำ (Blow film):** การเพิ่มกำลังการผลิตและลดต้นทุนวัตถุดิบ
* **การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม:** การตอบสนองต่อแนวโน้มความยั่งยืนของอุตสาหกรรม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization Rate โดยตรง แต่การที่บริษัทสามารถตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นของผลิตภัณฑ์ Pouch with Spout และมีการลงทุนในเครื่องจักรใหม่ ชี้ให้เห็นถึงการบริหารจัดการกำลังการผลิตที่ค่อนข้างดี
* **Order Book:** ไม่ได้มีการระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่การที่รายได้จากการขายเพิ่มขึ้นจากการที่ความต้องการของลูกค้ายังมีสูง และบริษัทมีการปรับราคาขายตามต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่ง แสดงให้เห็นถึงการมีคำสั่งซื้อที่ต่อเนื่อง
* **ราคาวัตถุดิบ:** มีการกล่าวถึงราคาวัตถุดิบที่ปรับสูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แต่บริษัทได้มีการบริหารจัดการโดยการเพิ่ม Supplier และการผลิตฟิล์มเอง
* **GPM:** ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 23.7% เป็น 27.6% YoY ซึ่งเป็นผลจากการปรับ Product Mix และการบริหารต้นทุน
* **ส่งออก:** มีการกล่าวถึง Starprint Vietnam JSC. ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในเวียดนาม แต่ผลประกอบการส่วนนี้มีผลขาดทุน
* **ค่าเงิน:** มีการกล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างสกุลเงินบาทและสกุลเงินเวียดนามที่ส่งผลต่อส่วนแบ่งกำไร/ขาดทุนจากบริษัทร่วม
* **สินค้าคงคลัง:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 165.9 ล้านบาท เป็น 473.0 ล้านบาท เพื่อป้องกันความผันผวนของราคาและปริมาณวัตถุดิบ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 สินทรัพย์รวมของ SFLEX อยู่ที่ 2,445.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.9% จากสิ้นปี 2568 โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงคลัง (165.9 ล้านบาท) และที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ (18.9 ล้านบาท) หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,228.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.0% จากสิ้นปี 2568 โดยส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อระยะสั้นเพื่อหมุนเวียนในกิจการ (146.0 ล้านบาท) และเจ้าหนี้การค้า (34.6 ล้านบาท) อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 1.01 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 0.93 เท่า ณ สิ้นปี 2568
ในส่วนของกระแสเงินสด กิจกรรมดำเนินงานมีเงินสดสุทธิได้มา 27.8 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 162.3 ล้านบาทในปีก่อน ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของการซื้อวัตถุดิบเพื่อสำรองสต็อก กิจกรรมลงทุนมีการใช้เงินสดสุทธิ 48.7 ล้านบาท เพื่อซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์ ส่วนกิจกรรมจัดหาเงินมีเงินสดสุทธิได้มา 8.4 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อระยะสั้น ส่งผลให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดสุทธิลดลง 12.0 ล้านบาท
## สรุปท้าย
SFLEX โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 เติบโตโดดเด่นทั้งรายได้และกำไรสุทธิ โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการปรับ Product Mix ไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น เช่น บรรจุภัณฑ์ชนิดซองพร้อมหัวจ่าย และการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยดันอัตรากำไรขั้นต้นให้ขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง แม้จะมีปัจจัยเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและค่าขนส่ง แต่มาตรการบริหารจัดการภายในของบริษัทฯ รวมถึงการลงทุนในธุรกิจต้นน้ำและเทคโนโลยีใหม่ๆ คาดว่าจะช่วยสนับสนุนการเติบโตของกำไรได้อย่างต่อเนื่องในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้นและการฟื้นตัวของบริษัทย่อยในเวียดนามยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SFLEX ไตรมาส 2/2569
รายได้รวม
499.44
ล้านบาท
↑ 7.2% YoY
กำไรขั้นต้น
117.75
ล้านบาท
↑ 8.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
23.58
%
กำไรสุทธิ
62.39
ล้านบาท
↓ 18.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
12.49
%
D/E Ratio
0.94
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
499
↑ + 7.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
118
↑ + 8.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
62
↓ -18.5%
YoY
D/E Ratio
0.94
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SFLEX
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.94
ROE (%)
21.17
ROA (%)
12.25
Book Value/หุ้น
1.64
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SFLEX
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-141
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+34
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SFLEX
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-141.33
+55.65%
|
-90.80
-57.96%
|
-215.98
+19.95%
|
-180.06
+422.06%
|
-34.49
-122.77%
|
151.50
-27.31%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
34.37
-69.75%
|
113.63
-139.70%
|
-286.22
-346.91%
|
115.92
+121.05%
|
52.44
-130.48%
|
-172.04
+350.01%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
47.88
-148.12%
|
-99.51
-117.83%
|
557.98
-35,640.13%
|
-1.57
-108.78%
|
17.88
-106.34%
|
-282.13
-212.77%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-57.33
-25.49%
|
-76.94
-275.94%
|
43.73
-166.54%
|
-65.72
-283.42%
|
35.83
-111.84%
|
-302.66
-172.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
62.08
-23.15%
|
80.78
-37.42%
|
129.08
+72.50%
|
74.83
-55.59%
|
168.51
-64.24%
|
471.17
+827.50%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
93.75
+51.01%
|
62.08
-23.15%
|
80.78
-37.42%
|
129.08
+72.50%
|
74.83
-55.59%
|
168.51
-64.24%
|