บริษัท สตาร์เฟล็กซ์ จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
3.08
0.02 (0.65%)
สรุปสั้น
บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 314.64 ล้านบาท ลดลง 0.39% ประกอบด้วยกลุ่มสินค้าอุปโภค (NonFood) จํานวน 283.32 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 83.27 และ กลุ่มสินค้าบริโภค (Food) จํานวน 56.94 ล้านบาท คิดเป็นร้อย ละ 16.73 ของรายได้รวม
ในส่วนของต้นทุนและค่าใช้จ่ายปรับตัวลดลงมากกว่ารายได้ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เกิดจากการบริหารต้นทุนการผลิต และ การบริหารวัตถุดิบให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ค่าเงินบาทที่แข็งค่า และ ต้นทุนวัตถุดิบน้ำเข้าต่างประเทศมีราคาต่ำลง
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4413 out_tok=2202 at=2026-07-26T04:24:06 -->
# SFLEX กำไรสุทธิ Q3/65 ดิ่ง 88.5% รับต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง-ค่าใช้จ่ายลงทุน
## รายได้หด 7.9% กดดันกำไรขั้นต้นวูบ 31.8% ฝ่ายจัดการเร่งปรับราคาขายสู้ต้นทุน
บริษัท สตาร์เฟล็กซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SFLEX รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีรายได้รวม 424.6 ล้านบาท ลดลง 7.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 5.0 ล้านบาท ลดลงถึง 88.5% จาก 43.3 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนโครงการใหม่
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ SFLEX ในไตรมาส 3 ปี 2565 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก **การหดตัวของกำไรขั้นต้น (Gross Profit) ที่ลดลงถึง 31.8%** ซึ่งเป็นผลโดยตรงจาก **ต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก** ประกอบกับ **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น** จากการลงทุนในโครงการต่างๆ
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ปัจจัยหลักที่กดดันกำไรขั้นต้นคือ **ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น** โดยเฉพาะจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตโดยตรง นอกจากนี้ **ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน** ก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ต้นทุนสูงขึ้น แม้ว่าบริษัทจะมีความพยายามทยอยปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้นได้อย่างเต็มที่ ทำให้กำไรขั้นต้นต่อหน่วยลดลง
ในส่วนของ **ค่าใช้จ่ายในการขาย** เพิ่มขึ้น 4.9% ส่วนใหญ่มาจากค่าขนส่งสินค้าที่สูงขึ้นตามราคาน้ำมัน ขณะที่ **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร** เพิ่มขึ้น 13.1% เป็นผลมาจากการว่าจ้างที่ปรึกษาสำหรับโครงการลงทุนต่างๆ และค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปประเทศเวียดนาม นอกจากนี้ **ค่าใช้จ่ายทางการเงิน** ยังเพิ่มขึ้นถึง 47.5% เนื่องจากการลงทุนก่อสร้างโรงงานส่วนขยายและเครื่องจักรใหม่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขยายธุรกิจในอนาคต
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุว่าในไตรมาส 3 ต้นทุนวัตถุดิบส่วนใหญ่มีแนวโน้มอ่อนตัวลง ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี แต่การปรับราคาขายให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงอาจต้องใช้เวลา และการลงทุนในโครงการส่วนขยายจะส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายทางการเงินและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องในระยะสั้น การฟื้นตัวของกำไรขั้นต้นจึงขึ้นอยู่กับทิศทางราคาวัตถุดิบและประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนและราคาขายเป็นสำคัญ
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 88.5%** อยู่ที่ 5.0 ล้านบาท จาก 43.3 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2564
* **รายได้รวมลดลง 7.9%** อยู่ที่ 424.6 ล้านบาท จาก 460.9 ล้านบาทในปีก่อน
* **กำไรขั้นต้นลดลง 31.8%** อยู่ที่ 45.3 ล้านบาท จาก 66.4 ล้านบาทในปีก่อน
* **ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น** และ **ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน** เป็นปัจจัยหลักกดดันกำไรขั้นต้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 4.9%** จากค่าขนส่งที่สูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 13.1%** จากค่าที่ปรึกษาโครงการลงทุนและค่าเดินทาง
* **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 8.5%** จากการลงทุนในโรงงานและเครื่องจักรใหม่
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัท สตาร์เฟล็กซ์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 424.6 ล้านบาท ลดลง 7.9% เมื่อเทียบกับ 460.9 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2564 กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 45.3 ล้านบาท ลดลง 31.8% จาก 66.4 ล้านบาทในปีก่อน ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 88.5% มาอยู่ที่ 5.0 ล้านบาท จาก 43.3 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การขยายธุรกิจ:** บริษัทมีการลงทุนก่อสร้างโรงงานส่วนขยาย และลงทุนในเครื่องจักรและอุปกรณ์ใหม่ เพื่อรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต
* **การบริหารจัดการวัตถุดิบล่วงหน้า:** การบริหารจัดการวัตถุดิบล่วงหน้าช่วยเสริมสภาพคล่องในการดำเนินงาน
* **แนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบอ่อนตัวลง:** ฝ่ายจัดการระบุว่าต้นทุนวัตถุดิบส่วนใหญ่มีแนวโน้มอ่อนตัวลงในไตรมาส 3 ซึ่งอาจเป็นปัจจัยบวกต่ออัตรากำไรในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น โดยเฉพาะจากราคาน้ำมัน เป็นความเสี่ยงหลักที่ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร
* **ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน:** ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น:** การลงทุนในโครงการใหม่และการขยายธุรกิจส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจกดดันกำไรในระยะสั้น
* **การปรับราคาขาย:** ความสามารถในการปรับราคาขายให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงอาจมีข้อจำกัด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* ทิศทางราคาวัตถุดิบ โดยเฉพาะราคาน้ำมัน และแนวโน้มการอ่อนตัวลงตามที่ฝ่ายจัดการคาดการณ์
* ความสามารถของบริษัทในการปรับราคาขายสินค้าให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เปลี่ยนแปลงไป
* ความคืบหน้าของโครงการก่อสร้างโรงงานส่วนขยาย และผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงิน
* ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนต่อต้นทุนและกำไร
* ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Utilization Rate โดยตรง แต่การที่บริษัทมีการลงทุนขยายโรงงานและซื้อเครื่องจักรใหม่ บ่งชี้ถึงความต้องการรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นในอนาคต
* **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่การลงทุนเพื่อขยายธุรกิจสะท้อนถึงการคาดการณ์คำสั่งซื้อในอนาคต
* **ราคาวัตถุดิบ:** ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยหลักที่กดดันกำไรขั้นต้น แม้จะมีแนวโน้มอ่อนตัวลงในไตรมาส 3 แต่ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 14.4% ใน Q3/64 มาอยู่ที่ 10.7% ใน Q3/65
* **ส่งออก:** มีการกล่าวถึงการเดินทางไปประเทศเวียดนาม ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงการขยายตลาดหรือการดำเนินงานในต่างประเทศ แต่ไม่ได้ให้รายละเอียด
* **ค่าเงิน:** ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนถูกระบุว่าเป็นปัจจัยที่ทำให้ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น
* **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 55.6 ล้านบาท เพื่อรองรับการขยายธุรกิจ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,634.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.5% จากสิ้นปี 2564 โดยมีเงินสดเพิ่มขึ้น 26.5 ล้านบาท สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 55.6 ล้านบาท และที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์เพิ่มขึ้น 100.0 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการลงทุนก่อสร้างโรงงานและซื้อเครื่องจักรใหม่
หนี้สินรวมอยู่ที่ 682.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.9% จากสิ้นปี 2564 เนื่องจากการใช้สินเชื่อระยะยาวในการก่อสร้างโรงงานส่วนขยาย และเจ้าหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้นจากการบริหารจัดการวัตถุดิบล่วงหน้า
ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 0.9% มาอยู่ที่ 952.1 ล้านบาท จาก 960.3 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2564
## สรุปท้าย
SFLEX เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุน ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2565 หดตัวลงอย่างมาก แม้ว่าจะมีสัญญาณบวกจากแนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบที่อ่อนตัวลงและการลงทุนเพื่อขยายธุรกิจ แต่ความสามารถในการปรับราคาขายและบริหารจัดการต้นทุนจะเป็นปัจจัยสำคัญในการฟื้นตัวของอัตรากำไรในระยะต่อไป นักลงทุนควรจับตาดูทิศทางราคาวัตถุดิบและความคืบหน้าของโครงการลงทุนอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SFLEX ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
499.44
ล้านบาท
↑ 7.2% YoY
กำไรขั้นต้น
117.75
ล้านบาท
↑ 8.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
23.58
%
กำไรสุทธิ
62.39
ล้านบาท
↓ 18.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
12.49
%
D/E Ratio
0.94
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
499
↑ + 7.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
118
↑ + 8.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
62
↓ -18.5%
YoY
D/E Ratio
0.94
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SFLEX
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.94
ROE (%)
21.17
ROA (%)
12.25
Book Value/หุ้น
1.64
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SFLEX
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-141
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+34
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SFLEX
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-141.33
+55.65%
|
-90.80
-57.96%
|
-215.98
+19.95%
|
-180.06
+422.06%
|
-34.49
-122.77%
|
151.50
-27.31%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
34.37
-69.75%
|
113.63
-139.70%
|
-286.22
-346.91%
|
115.92
+121.05%
|
52.44
-130.48%
|
-172.04
+350.01%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
47.88
-148.12%
|
-99.51
-117.83%
|
557.98
-35,640.13%
|
-1.57
-108.78%
|
17.88
-106.34%
|
-282.13
-212.77%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-57.33
-25.49%
|
-76.94
-275.94%
|
43.73
-166.54%
|
-65.72
-283.42%
|
35.83
-111.84%
|
-302.66
-172.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
62.08
-23.15%
|
80.78
-37.42%
|
129.08
+72.50%
|
74.83
-55.59%
|
168.51
-64.24%
|
471.17
+827.50%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
93.75
+51.01%
|
62.08
-23.15%
|
80.78
-37.42%
|
129.08
+72.50%
|
74.83
-55.59%
|
168.51
-64.24%
|