บริษัท สตาร์เฟล็กซ์ จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
3.08
0.02 (0.65%)
สรุปสั้น
บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 314.64 ล้านบาท ลดลง 0.39% ประกอบด้วยกลุ่มสินค้าอุปโภค (NonFood) จํานวน 283.32 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 83.27 และ กลุ่มสินค้าบริโภค (Food) จํานวน 56.94 ล้านบาท คิดเป็นร้อย ละ 16.73 ของรายได้รวม
ในส่วนของต้นทุนและค่าใช้จ่ายปรับตัวลดลงมากกว่ารายได้ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เกิดจากการบริหารต้นทุนการผลิต และ การบริหารวัตถุดิบให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ค่าเงินบาทที่แข็งค่า และ ต้นทุนวัตถุดิบน้ำเข้าต่างประเทศมีราคาต่ำลง
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4539 out_tok=2555 at=2026-07-26T04:37:41 -->
# SFLEX กำไร Q2/65 ดิ่ง 91% รับต้นทุนพุ่ง-ค่าใช้จ่ายลงทุนพุ่ง
## รายได้หด 3.9% กำไรขั้นต้นวูบ 35% ฝ่ายจัดการชี้ต้นทุนวัตถุดิบ-ค่าติดตั้งเครื่องจักรใหม่กระทบชั่วคราว
บริษัท สตาร์เฟล็กซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SFLEX รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 3.5 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 91.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 38.9 ล้านบาท แม้รายได้รวมจะลดลงเพียง 3.9% มาอยู่ที่ 412.0 ล้านบาท แต่กำไรขั้นต้นกลับหดตัวถึง 35.3% เป็นผลมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ประกอบกับมีค่าใช้จ่ายในการติดตั้งเครื่องจักรใหม่ในโรงงานส่วนขยาย ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในระยะสั้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ SFLEX ในไตรมาส 2 ปี 2565 ลดลงถึง 91.1% มาอยู่ที่ 3.5 ล้านบาท มาจาก **อัตรากำไรขั้นต้นที่หดตัวอย่างรุนแรงถึง 35.3%** จาก 69.7 ล้านบาทในปีก่อน เหลือ 45.1 ล้านบาทในไตรมาสนี้ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำไรสุทธิ แม้รายได้รวมจะลดลงเพียง 3.9% ก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สาเหตุหลักที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง มาจาก **ต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** โดยเฉพาะราคาน้ำมัน ซึ่งเป็นปัจจัยต้นทางของวัตถุดิบหลัก นอกจากนี้ **ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน** ก็มีส่วนกดดันต้นทุนเช่นกัน แม้บริษัทจะมีการบริหารจัดการวัตถุดิบล่วงหน้าและทยอยปรับราคาขาย แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ทั้งหมด
ปัจจัยสำคัญอีกประการคือ **ค่าใช้จ่ายในการผลิตที่เพิ่มขึ้นเป็นการชั่วคราว** จากการถอดถอนและติดตั้งเครื่องจักรใหม่ในโรงงานส่วนขยาย ซึ่งประกอบด้วยเครื่องพิมพ์ เครื่องเคลือบ และเครื่องเป่าฟิล์ม การลงทุนนี้ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตในไตรมาสนี้สูงขึ้น
นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 6.3% เป็น 9.6 ล้านบาท จาก 9.0 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากค่าขนส่งสินค้าที่สูงขึ้นตามราคาน้ำมัน ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 19.0% เป็น 37.6 ล้านบาท จาก 31.6 ล้านบาทในปีก่อน ส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายในการว่าจ้างที่ปรึกษาสำหรับโครงการลงทุนในเวียดนามและโครงการศึกษาธุรกิจเหมืองขุดบิตคอยน์ รวมถึงค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 100% เป็น 1.4 ล้านบาท จาก 0.7 ล้านบาทในปีก่อน เนื่องจากการลงทุนก่อสร้างโรงงานส่วนขยายและเครื่องจักรใหม่
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
สถานการณ์นี้ **มีลักษณะเป็นครั้งคราวและคาดว่าจะดีขึ้น** โดยฝ่ายจัดการระบุว่าต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากการติดตั้งเครื่องจักรใหม่นั้นเป็น **"การชั่วคราว"** และบริษัทได้มีการบริหารจัดการวัตถุดิบล่วงหน้าพร้อมการทยอยปรับราคาขายให้เหมาะสมกับต้นทุน ซึ่งบ่งชี้ถึงความพยายามในการควบคุมผลกระทบในระยะยาว อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของอัตรากำไรจะขึ้นอยู่กับแนวโน้มราคาวัตถุดิบและอัตราแลกเปลี่ยนในอนาคต รวมถึงประสิทธิภาพของเครื่องจักรใหม่ที่จะเริ่มเดินเครื่องเต็มที่
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิทรุด 91.1%** เหลือ 3.5 ล้านบาท จาก 38.9 ล้านบาทใน Q2/64
* **รายได้รวมลดลง 3.9%** อยู่ที่ 412.0 ล้านบาท
* **กำไรขั้นต้นหดตัว 35.3%** เหลือ 45.1 ล้านบาท จาก 69.7 ล้านบาท
* **ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น** จากราคาน้ำมันและผลกระทบอัตราแลกเปลี่ยน
* **ค่าใช้จ่ายผลิตเพิ่มชั่วคราว** จากการติดตั้งเครื่องจักรใหม่ในโรงงานส่วนขยาย
* **ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่ม 19.0%** จากการลงทุนในโครงการเวียดนามและธุรกิจบิตคอยน์
* **สินทรัพย์รวมเพิ่ม 12.7%** เป็น 1,697.7 ล้านบาท จากการลงทุนในโรงงานและเครื่องจักรใหม่
* **หนี้สินรวมเพิ่ม 37.4%** เป็น 750.6 ล้านบาท จากการใช้สินเชื่อระยะยาวและเจ้าหนี้การค้า
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัท สตาร์เฟล็กซ์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 412.0 ล้านบาท ลดลง 3.9% เมื่อเทียบกับ 428.5 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 45.1 ล้านบาท ลดลง 35.3% จาก 69.7 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 91.1% มาอยู่ที่ 3.5 ล้านบาท จาก 38.9 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การขยายธุรกิจ:** การลงทุนก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่และการซื้อเครื่องจักรใหม่เพื่อรองรับการขยายธุรกิจ จะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตและศักยภาพในการเติบโตในอนาคต
* **โครงการลงทุนในเวียดนาม:** การศึกษาและเดินหน้าโครงการลงทุนในประเทศเวียดนาม เป็นโอกาสในการขยายตลาดและฐานการผลิตไปยังต่างประเทศ
* **การบริหารจัดการวัตถุดิบ:** ความพยายามในการบริหารจัดการวัตถุดิบล่วงหน้าและการทยอยปรับราคาขาย จะช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของต้นทุนในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาน้ำมันและวัตถุดิบที่ผันผวนยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไร
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนอาจส่งผลต่อต้นทุนนำเข้าวัตถุดิบและกำไรของบริษัท
* **ค่าใช้จ่ายในการลงทุน:** การลงทุนในโรงงานและเครื่องจักรใหม่ แม้จะเป็นโอกาสในการเติบโต แต่ก็ส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายทางการเงินและค่าใช้จ่ายในการผลิตเพิ่มขึ้นในระยะสั้น
* **ความไม่แน่นอนของโครงการศึกษาธุรกิจบิตคอยน์:** การศึกษาการลงทุนในธุรกิจเหมืองขุดบิตคอยน์ยังมีความไม่แน่นอนสูง และอาจมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบและอัตราแลกเปลี่ยนในไตรมาสถัดไป
* การทยอยปรับราคาขายสินค้าให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เปลี่ยนแปลง
* ประสิทธิภาพการผลิตและการทำกำไรของเครื่องจักรใหม่หลังการติดตั้งแล้วเสร็จ
* ความคืบหน้าของโครงการลงทุนในประเทศเวียดนาม
* ความชัดเจนและความคุ้มค่าของการศึกษาลงทุนในธุรกิจเหมืองขุดบิตคอยน์
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
**Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Utilization Rate โดยตรง แต่การลงทุนในโรงงานส่วนขยายและเครื่องจักรใหม่บ่งชี้ถึงความต้องการเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต
**Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่การที่บริษัทมีการบริหารจัดการวัตถุดิบล่วงหน้าและทยอยปรับราคาขาย สะท้อนถึงการคาดการณ์อุปสงค์และต้นทุนในอนาคต
**ราคาวัตถุดิบ:** เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อกำไรขั้นต้น โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้น
**GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงอย่างมากถึง 35.3% เป็นผลมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและค่าใช้จ่ายในการผลิตที่เพิ่มขึ้นชั่วคราว
**การส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลการส่งออกโดยตรง แต่การลงทุนในเวียดนามอาจเป็นส่วนหนึ่งของการขยายตลาดไปยังต่างประเทศ
**ค่าเงิน:** ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนถูกระบุว่าเป็นปัจจัยหนึ่งที่กดดันต้นทุนวัตถุดิบ
**สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 48.0 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับการบริหารจัดการวัตถุดิบล่วงหน้าเพื่อรองรับการผลิตและการขยายธุรกิจ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,697.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.7% จากสิ้นปี 2564 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 84.4 ล้านบาท, สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 48.0 ล้านบาท และที่ดิน อาคารและอุปกรณ์เพิ่มขึ้น 88.6 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ การลงทุนซื้อเครื่องจักรใหม่ และการบริหารสินค้าคงคลังเพื่อรองรับการขยายธุรกิจ
หนี้สินรวม ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2565 อยู่ที่ 750.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.4% จากสิ้นปี 2564 สาเหตุหลักมาจากการใช้สินเชื่อระยะยาวในการก่อสร้างโรงงานส่วนขยาย และเจ้าหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้นจากการบริหารจัดการวัตถุดิบล่วงหน้า
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 947.1 ล้านบาท ลดลง 1.4% จาก 960.3 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2564 เนื่องจากการจ่ายเงินปันผลจำนวน 36.9 ล้านบาท
## สรุปท้าย
SFLEX เผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนอย่างหนักในไตรมาส 2 ปี 2565 ทำกำไรสุทธิดิ่งลง 91.1% จากต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้นตามราคาน้ำมันและผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการติดตั้งเครื่องจักรใหม่ในโรงงานส่วนขยายที่ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นชั่วคราว แม้รายได้รวมจะลดลงไม่มาก แต่การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขาย บริหาร และทางการเงิน ก็ยิ่งซ้ำเติมผลประกอบการ อย่างไรก็ตาม การลงทุนในโรงงานและเครื่องจักรใหม่ รวมถึงการขยายธุรกิจในเวียดนาม ถือเป็นโอกาสในการเติบโตในระยะยาว โดยต้องจับตาแนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบและทิศทางการบริหารจัดการราคาขายเพื่อฟื้นฟูอัตรากำไรให้กลับมาสู่ระดับปกติในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SFLEX ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
499.44
ล้านบาท
↑ 7.2% YoY
กำไรขั้นต้น
117.75
ล้านบาท
↑ 8.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
23.58
%
กำไรสุทธิ
62.39
ล้านบาท
↓ 18.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
12.49
%
D/E Ratio
0.94
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
499
↑ + 7.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
118
↑ + 8.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
62
↓ -18.5%
YoY
D/E Ratio
0.94
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SFLEX
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.94
ROE (%)
21.17
ROA (%)
12.25
Book Value/หุ้น
1.64
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SFLEX
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-141
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+34
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SFLEX
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-141.33
+55.65%
|
-90.80
-57.96%
|
-215.98
+19.95%
|
-180.06
+422.06%
|
-34.49
-122.77%
|
151.50
-27.31%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
34.37
-69.75%
|
113.63
-139.70%
|
-286.22
-346.91%
|
115.92
+121.05%
|
52.44
-130.48%
|
-172.04
+350.01%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
47.88
-148.12%
|
-99.51
-117.83%
|
557.98
-35,640.13%
|
-1.57
-108.78%
|
17.88
-106.34%
|
-282.13
-212.77%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-57.33
-25.49%
|
-76.94
-275.94%
|
43.73
-166.54%
|
-65.72
-283.42%
|
35.83
-111.84%
|
-302.66
-172.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
62.08
-23.15%
|
80.78
-37.42%
|
129.08
+72.50%
|
74.83
-55.59%
|
168.51
-64.24%
|
471.17
+827.50%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
93.75
+51.01%
|
62.08
-23.15%
|
80.78
-37.42%
|
129.08
+72.50%
|
74.83
-55.59%
|
168.51
-64.24%
|