SELIC
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
SELIC
บริษัท ซีลิค คอร์พ จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร
2.78
0.02 (0.71%)

สรุปสั้น

กำไรที่ลดลงเกิดจากต้นทุนขายที่ปรับตัวสูงขึ้น ถึงแม้จะมีรายได้เติบโต 16.3%YoY จากการเติบโตของธุรกิจ กาวอุตสาหกรรมที่ 15.4% และธุรกิจสติกเกอร์หรือฉลากที่มีกาวในตัวที่ 174% โดยมีการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในตลาด ต่างประเทศ สัดส่วนการขายและบริการของธุรกิจกาวอุตสาหกรรมอยู่ที่ 43% และ ธุรกิจสติ๊กเกอร์หรือฉลากที่มีกาวในตัวอยู่ที่ 57% ไม่มี การเปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว สัดส่วนการขายและบริการตลาดในประเทศ 59% และตลาดต่างประเทศ 41% ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นมากสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของ ราคาต้นทุนด้านวัตถุดิบที่มีการปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องตลอดทั้งปี เนื่องจากวัตถุดิบบางรายการมีภาวะขาดแคลน และราคา น้ํามันดิบที่สูงขึ้น มุมมองผู้บริหาร รายได้จากการขายเติบโตต่อเนื่อง ในปี 2565 มีการคาดการณ์เศรษฐกิจไทยมีการฟื้นตัว โดยคาดว่าเศรษฐกิจจะมีการปรับตัวดีขึ้น และการทํากิจกรรมทางธุรกิจ สามารถดําเนินได้มากขึ้น

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8054 out_tok=2981 at=2026-07-26T03:48:44 --> # SELIC Q4/2565 รายได้โต 17.3% รับธุรกิจสุขภาพหนุน แต่กำไรสุทธิวูบ 73.1% ## รายได้รวมเติบโตโดดเด่นจากการรวมธุรกิจสุขภาพ ขณะที่กำไรสุทธิเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น บริษัท ซีลิค คอร์พ จำกัด (มหาชน) หรือ SELIC รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2565 มีรายได้รวม 440.30 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรวมผลการดำเนินงานของธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพเข้ามาเต็มไตรมาส อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิกลับลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 73.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายในการเตรียมความพร้อมของบริษัทย่อยในกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่ยังไม่รับรู้รายได้ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่ ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงของผลประกอบการในไตรมาส 4/2565 คือ **การเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่งจากการรวมธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ** ซึ่งช่วยชดเชยการชะลอตัวในธุรกิจหลักบางส่วน แต่ในขณะเดียวกัน **แรงกดดันด้านต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและค่าใช้จ่ายในการเตรียมการผลิตของธุรกิจสุขภาพที่ยังไม่เกิดรายได้ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิปรับตัวลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น * **การเติบโตของรายได้:** การรวมผลการดำเนินงานของธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพเข้ามาเต็มไตรมาสในไตรมาส 4/2565 เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักที่ทำให้รายได้รวมเติบโตขึ้น 17.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยธุรกิจสุขภาพมีสัดส่วนรายได้ 4% ในปี 2565 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปี 2566 * **แรงกดดันด้านต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** * **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง:** แม้รายได้รวมจะเติบโต แต่กำไรขั้นต้นกลับลดลง 5.5% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจกาวอุตสาหกรรมและธุรกิจสติกเกอร์/ฉลากที่มีกาวในตัวปรับตัวลดลง ซึ่งได้รับผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบที่ยังอยู่ในระดับสูงและค่าเงินบาทที่ผันผวน * **ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายในการขายต่อรายได้เพิ่มขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพมีอัตราค่าใช้จ่ายในการขายสูงกว่าค่าเฉลี่ย ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อรายได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการเตรียมความพร้อมในการเริ่มต้นผลิตสินค้าของบริษัทย่อยในกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่ยังไม่รับรู้รายได้ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ภายในไตรมาส 1 ปี 2566 ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ลักษณะครั้งคราว (สำหรับกำไรสุทธิที่ลดลง) แต่มีโอกาสต่อเนื่อง (สำหรับรายได้ที่เติบโต):** * **กำไรสุทธิ:** การลดลงของกำไรสุทธิในไตรมาส 4/2565 ส่วนหนึ่งมาจากค่าใช้จ่ายในการเตรียมความพร้อมของธุรกิจสุขภาพที่ยังไม่รับรู้รายได้ ซึ่งฝ่ายจัดการคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ภายในไตรมาส 1 ปี 2566 ดังนั้น ค่าใช้จ่ายส่วนนี้อาจลดลงและส่งผลดีต่อกำไรในอนาคต อย่างไรก็ตาม แรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าเงินบาทที่ผันผวนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม * **รายได้:** การเติบโตของรายได้จากธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นต่อเนื่องและเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปี 2566 เนื่องจากจะมีการรับรู้รายได้ทั้งปีงบประมาณ รวมถึงรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากบริษัทย่อย ซึ่งจะส่งผลให้สัดส่วนรายได้จากธุรกิจสุขภาพเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ## Highlight สำคัญ * **รายได้รวม Q4/2565 เติบโต 17.3% YoY** แตะ 440.30 ล้านบาท จากการรวมผลประกอบการธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพเต็มไตรมาส * **กำไรสุทธิ Q4/2565 ลดลง 73.1% QoQ** อยู่ที่ 3.79 ล้านบาท และลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า * **ธุรกิจกาวอุตสาหกรรมยอดขายลดลง 2.3% YoY** ในปี 2565 เนื่องจากลูกค้าชะลอคำสั่งซื้อจากต้นทุนพลังงานสูง * **ธุรกิจสติกเกอร์/ฉลากกาวในตัวยอดขายเพิ่ม 4.8% YoY** ในปี 2565 โดยเติบโตทั้งผลิตภัณฑ์กระดาษและฟิล์ม * **ธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ ก.ย. 2565** สร้างยอดขาย 57.54 ล้านบาท ใน 4 เดือนสุดท้ายของปี * **ปี 2566 คาดการณ์รายได้ธุรกิจสุขภาพจะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ** จากการรับรู้รายได้เต็มปีและบริษัทย่อย ## ภาพรวมผลประกอบการ ในปี 2565 บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการรวม 1,619.05 ล้านบาท เติบโต 11.3% จากปี 2564 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเติบโตของธุรกิจกาวอุตสาหกรรมและธุรกิจสติกเกอร์/ฉลากกาวในตัว รวมถึงการเริ่มรวมผลการดำเนินงานของธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพตั้งแต่เดือนกันยายน 2565 อย่างไรก็ตาม EBITDA และกำไรสุทธิในปี 2565 ปรับตัวลดลง 25.1% และ 51.3% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับปี 2564 ซึ่งเป็นผลมาจากต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ที่อยู่ในระดับสูง ค่าใช้จ่ายในการขายที่สูงขึ้นจากลักษณะการขายของธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพื่อเตรียมความพร้อมในการขยายธุรกิจ รวมถึงขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน สำหรับผลประกอบการไตรมาส 4/2565 รายได้รวมอยู่ที่ 440.30 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.5% จากไตรมาสก่อน และ 17.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีการรวมผลการดำเนินงานของธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพเข้ามาทั้งไตรมาส ขณะที่กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 91.41 ล้านบาท ลดลง 5.5% จากไตรมาสก่อน แต่เติบโต 27.2% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อนหน้า ส่วนกำไรสุทธิเท่ากับ 3.79 ล้านบาท ลดลง 73.1% จากไตรมาสก่อนหน้า เป็นผลมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายในการเตรียมความพร้อมของธุรกิจสุขภาพ ## โอกาส * **การเติบโตของธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ:** ฝ่ายจัดการคาดว่าธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพจะสร้างการเติบโตของรายได้อย่างชัดเจนในปี 2566 จากการรับรู้รายได้เต็มปีงบประมาณ และการรับรู้รายได้ที่เพิ่มขึ้นจากบริษัทย่อยในไตรมาส 1/2566 * **การขยายฐานลูกค้าและตลาดต่างประเทศ:** บริษัทมีแผนขยายฐานลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีอัตราการเติบโตสูง และขยายไปยังตลาดต่างประเทศที่มีเศรษฐกิจดีและกำลังซื้อสูง * **การลงทุนเพื่อสร้างการเติบโต:** บริษัทยังคงมองหาโอกาสในการขยายการลงทุนด้วยการร่วมทุนหรือการซื้อกิจการ โดยเน้นธุรกิจที่ต่อยอดจากธุรกิจหลัก หรือธุรกิจด้านการแพทย์/เทคโนโลยี * **เศรษฐกิจไทยฟื้นตัว:** การคาดการณ์การเติบโตของ GDP ไทยในปี 2566 จะเป็นปัจจัยบวกต่อการเติบโตของยอดขายในประเทศ ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและพลังงาน:** ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน และภาวะเงินเฟ้อส่งผลให้ราคาน้ำมันและวัตถุดิบอยู่ในระดับสูง ซึ่งกระทบต่อต้นทุนการผลิต * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** ค่าเงินบาทที่ผันผวนในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2565 ส่งผลกระทบต่อยอดขายและกำไรจากการส่งออก * **อุปสงค์ตลาดต่างประเทศชะลอตัว:** ภาวะเงินเฟ้อและกำลังซื้อที่ลดลงในประเทศคู่ค้า เป็นปัจจัยกดดันเศรษฐกิจและการส่งออก * **ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่สูงขึ้น:** ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นจากการขยายธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ และการเตรียมความพร้อมในการผลิตสินค้าที่ยังไม่รับรู้รายได้ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **การรับรู้รายได้และผลประกอบการของธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ:** โดยเฉพาะการเริ่มรับรู้รายได้ของบริษัทย่อยภายในไตรมาส 1/2566 * **แนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบและราคาพลังงาน:** ผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจหลัก * **ทิศทางอัตราแลกเปลี่ยน:** ผลกระทบต่อรายได้และกำไรจากการส่งออก * **การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการขยายธุรกิจใหม่ * **ความคืบหน้าในการมองหาโอกาสการลงทุนใหม่ๆ:** การร่วมทุนหรือการซื้อกิจการเพื่อสร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดด ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) * **ธุรกิจกาวอุตสาหกรรม:** มียอดขายรวมในปี 2565 ลดลง 2.3% YoY อยู่ที่ 716.18 ล้านบาท โดยได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของคำสั่งซื้อของลูกค้าในประเทศเนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ตลาดกาวอุตสาหกรรมยังคงมีแนวโน้มความต้องการต่อเนื่อง และคาดว่าจะกลับมาดีขึ้นในปี 2566 โดยผลิตภัณฑ์กาว Solvent เติบโตได้ดี 12.0% ขณะที่กาว Hot Melt ลดลงเล็กน้อย 1.2% และกาว Water Based ลดลง 30.3% จากการเปลี่ยนนโยบายการขายแก่บริษัทในเครือ สัดส่วนการขายในประเทศอยู่ที่ 46% และต่างประเทศ 54% กำไรขั้นต้นลดลง 5.6% YoY จากผลกระทบต้นทุนวัตถุดิบที่สูง * **ธุรกิจสติกเกอร์หรือฉลากที่มีกาวในตัว:** มียอดขายรวมในปี 2565 เพิ่มขึ้น 4.8% YoY อยู่ที่ 874.30 ล้านบาท โดยเติบโตทั้งผลิตภัณฑ์กระดาษ (เพิ่ม 5.4%) และผลิตภัณฑ์ฟิล์ม (เพิ่ม 4.6%) การเติบโตของผลิตภัณฑ์กระดาษมาจากตลาดต่างประเทศ ขณะที่ความต้องการในประเทศลดลงเล็กน้อย ส่วนผลิตภัณฑ์ฟิล์มเติบโตทั้งในประเทศและต่างประเทศ สัดส่วนการขายในประเทศอยู่ที่ 61% และต่างประเทศ 39% ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรงในส่วนของงบการเงินรวมปี 2565 มีเพียงการจัดประเภทรายงานใหม่ระหว่างค่าใช้จ่ายในการขายและค่าใช้จ่ายในการบริหารเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานทางบัญชีและนิยามของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ## สรุปท้าย หัวใจสำคัญของผลประกอบการ SELIC ในปี 2565 และไตรมาส 4 คือการขยายตัวของรายได้จากการรวมธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่สำคัญสำหรับปี 2566 อย่างไรก็ตาม แรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนในธุรกิจใหม่ และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ยังคงเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรสุทธิ ฝ่ายจัดการมีแผนบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งมองหาโอกาสในการลงทุนเพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนักลงทุนควรจับตาการรับรู้รายได้และผลประกอบการของธุรกิจสุขภาพ รวมถึงแนวโน้มต้นทุนและค่าใช้จ่ายต่างๆ ในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SELIC ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
513.00 ล้านบาท
↓ 7.6% YoY
กำไรขั้นต้น
177.78 ล้านบาท
↑ 2.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
34.66 %
กำไรสุทธิ
44.48 ล้านบาท
↑ 32.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.67 %
D/E Ratio
0.95
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
513
↓ -7.6% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
178
↑ + 2.1% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
44
↑ + 32.9% YoY
D/E Ratio
0.95

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SELIC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
513.00
-7.59%
555.12
+8.56%
511.34
+16.53%
438.82
+17.46%
373.59
+16.00%
322.05
+1.87%
กำไรขั้นต้น
177.78
+2.05%
174.21
+20.89%
144.11
+57.65%
91.41
+24.21%
73.59
-9.53%
81.34
+9.30%
ค่าใช้จ่ายรวม
90.63
-9.75%
100.43
+34.88%
74.46
-6.30%
79.47
+47.79%
53.77
+10.78%
48.54
-3.62%
กำไรสุทธิ
44.48
+32.91%
33.47
-0.63%
33.68
+572.24%
5.01
-55.85%
11.35
-50.39%
22.87
+68.34%
กำไรต่อหุ้น
0.07
+32.73%
0.06
0.06
+587.50%
0.01
-57.89%
0.02
-48.65%
0.04
+68.18%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
34.66
+10.45%
31.38
+11.36%
28.18
+35.29%
20.83
+5.74%
19.70
-22.01%
25.26
+7.31%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
17.67
-2.32%
18.09
+24.24%
14.56
-19.60%
18.11
+25.85%
14.39
-4.51%
15.07
-5.40%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
8.67
+43.78%
6.03
-8.50%
6.59
+478.07%
1.14
-62.50%
3.04
-57.18%
7.10
+65.12%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
-0.71
-2,466.67%
0.03
-97.60%
1.25
+184.46%
-1.48
-199.33%
1.49
-38.93%
2.44
+201.23%
ROE(%)
12.62
+9.08%
11.57
+43.73%
8.05
+62.63%
4.95
-63.89%
13.71
-26.76%
18.72
+57.18%
ROA(%)
9.17
+1.21%
9.06
+30.74%
6.93
+108.73%
3.32
-55.38%
7.44
-15.26%
8.78
-2.34%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.95
+3.26%
0.92
-26.40%
1.25
1.25
-23.31%
1.63
-22.38%
2.10
+105.88%
P/E
12.39
-20.88%
15.66
-40.93%
26.51
-26.97%
36.30
+130.48%
15.75
+90.91%
8.25
-39.56%
P/BV
1.38
-21.14%
1.75
+26.81%
1.38
-22.03%
1.77
-20.63%
2.23
+68.94%
1.32
-28.26%
BV
2.00
+7.53%
1.86
+14.11%
1.63
+1.24%
1.61
+12.59%
1.43
-5.30%
1.51
+4.86%
YIELD(%)
1.38
+38.00%
1.00
+5.26%
0.95
+578.57%
0.14
-90.00%
1.40
+311.76%
0.34
+385.71%
ราคาหุ้น
2.76
-15.34%
3.26
+44.25%
2.26
-20.98%
2.86
-10.63%
3.20
+60.00%
2.00
-24.81%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.95
ROE (%)
12.62
ROA (%)
9.17
Book Value/หุ้น
1.91

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SELIC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
1,264.00
-1.14%
1,278.63
+23.48%
1,035.52
+11.16%
935.30
+14.28%
818.44
+10.73%
739.91
+3.09%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
1,942.28
-2.18%
1,985.54
-1.18%
2,009.34
+8.67%
1,846.64
+96.77%
938.47
+6.71%
878.64
+0.32%
รวมสินทรัพย์
3,206.28
-1.77%
3,264.16
+7.20%
3,044.86
+9.50%
2,781.94
+58.34%
1,756.92
+8.55%
1,618.55
+1.57%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
791.44
+0.76%
785.45
-5.43%
830.53
+39.67%
581.09
+17.08%
496.30
+27.99%
387.75
-16.92%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
770.18
-1.33%
780.59
-9.53%
862.81
-9.22%
965.99
+63.03%
592.53
-16.45%
709.18
+2.14%
รวมหนี้สิน
1,561.63
-0.28%
1,566.04
-7.52%
1,693.34
+9.59%
1,547.08
+42.09%
1,088.83
-0.74%
1,096.93
-5.52%
รวมส่วนของเจ้าของ
1,644.65
-3.15%
1,698.13
+25.65%
1,351.52
+9.39%
1,234.86
+84.84%
668.09
+28.08%
521.62
+20.62%
D/E
0.95
0.92
1.25
1.25
1.63
2.10
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
12.62
11.57
8.05
4.95
13.71
18.72
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
9.17
9.06
6.93
3.32
7.44
8.78
อัตราส่วนสภาพคล่อง
1.60
1.63
1.25
1.61
1.65
1.91
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
1.04
1.02
0.70
0.91
0.85
1.12
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
87.43
81.71
0.00
0.00
76.25
82.87
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
103.26
95.23
0.00
0.00
110.87
121.56
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
67.81
68.09
0.00
0.00
77.23
99.06
วงจรเงินสด
122.88
108.85
0.00
0.00
109.89
105.37
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-264
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+13
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SELIC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-264.12
+73.11%
-152.57
+94.46%
-78.46
-46.56%
-146.81
-1.44%
-148.96
-171.65%
207.91
+40.10%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
13.42
-81.26%
71.61
+917.19%
7.04
-101.41%
-500.30
+1,356.05%
-34.36
+198.52%
-11.51
-98.57%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
195.78
-478.54%
-51.72
-136.09%
143.32
-67.50%
440.96
+1,674.49%
24.85
-115.37%
-161.73
-128.82%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
-33.80
-81.41%
-181.84
-355.57%
71.15
-139.00%
-182.44
+54.93%
-117.76
-436.65%
34.98
-136.41%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
297.25
+130.96%
128.70
-29.57%
182.73
+80.56%
101.20
-32.39%
149.69
+30.49%
114.71
-45.58%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
325.89
+9.63%
297.25
+130.96%
128.70
-30.25%
184.52
+82.33%
101.20
-32.39%
149.69
+30.49%