บริษัท ซีลิค คอร์พ จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร
2.78
0.02 (0.71%)
สรุปสั้น
กำไรที่ลดลงเกิดจากต้นทุนขายที่ปรับตัวสูงขึ้น ถึงแม้จะมีรายได้เติบโต 16.3%YoY จากการเติบโตของธุรกิจ กาวอุตสาหกรรมที่ 15.4% และธุรกิจสติกเกอร์หรือฉลากที่มีกาวในตัวที่ 174% โดยมีการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในตลาด ต่างประเทศ
สัดส่วนการขายและบริการของธุรกิจกาวอุตสาหกรรมอยู่ที่ 43% และ ธุรกิจสติ๊กเกอร์หรือฉลากที่มีกาวในตัวอยู่ที่ 57% ไม่มี การเปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว สัดส่วนการขายและบริการตลาดในประเทศ 59% และตลาดต่างประเทศ 41%
ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นมากสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของ ราคาต้นทุนด้านวัตถุดิบที่มีการปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องตลอดทั้งปี เนื่องจากวัตถุดิบบางรายการมีภาวะขาดแคลน และราคา น้ํามันดิบที่สูงขึ้น
มุมมองผู้บริหาร รายได้จากการขายเติบโตต่อเนื่อง ในปี 2565 มีการคาดการณ์เศรษฐกิจไทยมีการฟื้นตัว โดยคาดว่าเศรษฐกิจจะมีการปรับตัวดีขึ้น และการทํากิจกรรมทางธุรกิจ สามารถดําเนินได้มากขึ้น
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3519 out_tok=1926 at=2026-07-26T04:37:21 -->
# SELIC กำไร Q2/65 หดตัว 4.33% รับต้นทุนดำเนินงานพุ่ง
## รายได้ดอกเบี้ยโตหนุน แต่ค่าใช้จ่ายการตลาด-ขยายสาขา ฉุดกำไรสุทธิรวม
บริษัท ซีลิค คอร์พ จำกัด (มหาชน) หรือ SELIC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรรวมสุทธิ 1,138.39 ล้านบาท ลดลง 4.33% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้ดอกเบี้ยจะเติบโตได้ดีจากการขยายพอร์ตลูกหนี้ แต่ต้นทุนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายการตลาดและค่าใช้จ่ายในการขยายสาขา เป็นปัจจัยหลักที่กดดันผลกำไรในไตรมาสนี้
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ SELIC ในไตรมาส 2 ปี 2565 ปรับตัวลดลง 4.33% เมื่อเทียบกับปีก่อน คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน** แม้ว่ารายได้ดอกเบี้ยจะเติบโตได้ดีจากการขยายพอร์ตลูกหนี้ก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานรวมสำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2565 อยู่ที่ 1,117.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 324.65 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 40.95% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีจำนวน 792.94 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการ **เพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายการตลาด และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการขยายตัวของสาขา** ซึ่งบริษัทได้ดำเนินการเพื่อรองรับปริมาณลูกหนี้ที่เพิ่มขึ้น จาก 4,960 สาขา เป็น 5,043 สาขา การลงทุนเพื่อการเติบโตนี้ส่งผลให้ต้นทุนการดำเนินงานสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ในขณะเดียวกัน รายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 18.07% เป็น 1,917.44 ล้านบาท จากการเติบโตของพอร์ตลูกหนี้ 24.91% เป็น 44,634.54 ล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยบวก แต่ไม่สามารถชดเชยการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายดำเนินงานได้ทั้งหมด นอกจากนี้ ต้นทุนทางการเงินลดลง 12.43% เนื่องจากเงินรับฝากลดลง และผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นสอดคล้องกับลูกหนี้ที่เพิ่มขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** จากข้อมูลในเอกสาร ฝ่ายจัดการระบุว่าการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเกิดจากการขยายสาขาเพื่อรองรับการเติบโตของพอร์ตลูกหนี้ ซึ่งเป็นการลงทุนเพื่ออนาคต อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายนี้มีนัยสำคัญและส่งผลกระทบต่อกำไรในไตรมาสนี้ นักลงทุนควรติดตามผลประกอบการในไตรมาสถัดไป เพื่อประเมินว่าการลงทุนเพื่อขยายสาขาจะส่งผลให้รายได้และกำไรเติบโตได้ทันกับการเพิ่มขึ้นของต้นทุนหรือไม่ รวมถึงประเมินประสิทธิภาพของการใช้จ่ายทางการตลาดและการบริหารจัดการสาขา
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 4.33%:** ไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรรวมสุทธิ 1,138.39 ล้านบาท เทียบกับ 1,189.88 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้ดอกเบี้ยเติบโต 18.07%:** จาก 1,623.95 ล้านบาท เป็น 1,917.44 ล้านบาท หนุนโดยพอร์ตลูกหนี้ที่ขยายตัว 24.91%
* **ค่าใช้จ่ายดำเนินงานพุ่ง 40.95%:** เพิ่มขึ้นเป็น 1,117.59 ล้านบาท จาก 792.94 ล้านบาท เป็นผลจากการลงทุนขยายสาขาและค่าใช้จ่ายการตลาด
* **ต้นทุนทางการเงินลดลง 12.43%:** จาก 209.38 ล้านบาท เป็น 183.35 ล้านบาท สอดคล้องกับเงินรับฝากที่ลดลง
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทและบริษัทย่อยมีผลกำไรรวมสุทธิ 1,138.39 ล้านบาท ลดลง 51.49 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 4.33 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,189.88 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน แม้ว่ารายได้ดอกเบี้ยจะมีการเติบโตที่ดี
## โอกาส
* **การเติบโตของพอร์ตลูกหนี้:** การขยายตัวของพอร์ตลูกหนี้อย่างต่อเนื่องเป็นสัญญาณบวกต่อการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยในอนาคต
* **การขยายเครือข่ายสาขา:** การเพิ่มจำนวนสาขาเป็นการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าและขยายฐานรายได้ในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น:** การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายการตลาดและค่าใช้จ่ายในการขยายสาขา อาจกดดันอัตรากำไรหากไม่สามารถสร้างรายได้ที่สอดคล้องกันได้
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมและบริหารจัดการต้นทุนการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพเป็นสิ่งสำคัญต่อการรักษาความสามารถในการทำกำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการเติบโตของพอร์ตลูกหนี้ในไตรมาสถัดไป
* ผลลัพธ์จากการลงทุนขยายสาขาและประสิทธิภาพของค่าใช้จ่ายการตลาด
* การเปลี่ยนแปลงของต้นทุนทางการเงินและอัตราดอกเบี้ย
* การบริหารจัดการผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
ในส่วนของกลุ่มธุรกิจสินค้าอุตสาหกรรมนั้น เอกสาร MD&A ที่ได้รับมาเป็นของบริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นธุรกิจที่เกี่ยวกับการให้บริการทางการเงิน (สินเชื่อ) ไม่ใช่กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมตามที่ระบุในจุดโฟกัสเฉพาะ sector ดังนั้น การวิเคราะห์เชิงลึกตามเลนส์ของกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม เช่น utilization, order book, ราคาวัตถุดิบ, GPM, ส่งออก, ค่าเงิน, สินค้าคงคลัง จึงไม่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้กับข้อมูลที่ได้รับนี้
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาจากข้อมูลที่ได้รับในมุมของธุรกิจการเงิน:
* **การเติบโตของพอร์ตลูกหนี้:** เป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้ดอกเบี้ยหลัก
* **การขยายสาขา:** เป็นการลงทุนเพื่อรองรับการเติบโตของพอร์ตลูกหนี้ แต่ก็มาพร้อมกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
* **ต้นทุนทางการเงิน:** มีแนวโน้มลดลง ซึ่งเป็นผลดีต่อต้นทุนการดำเนินงาน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ที่ได้รับมาไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง มีเพียงการกล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงของเงินรับฝากที่ลดลง ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนทางการเงิน
## สรุปท้าย
แม้ว่า SELIC จะสามารถขยายพอร์ตลูกหนี้และเพิ่มรายได้ดอกเบี้ยได้ถึง 18.07% ในไตรมาส 2 ปี 2565 แต่การลงทุนเพื่อขยายสาขาและค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่เพิ่มขึ้นถึง 40.95% ได้กดดันให้กำไรสุทธิรวมลดลง 4.33% นักลงทุนควรจับตาดูว่าการลงทุนดังกล่าวจะสามารถสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าและผลักดันการเติบโตของกำไรในระยะยาวได้หรือไม่ ท่ามกลางความเสี่ยงจากต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SELIC ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
513.00
ล้านบาท
↓ 7.6% YoY
กำไรขั้นต้น
177.78
ล้านบาท
↑ 2.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
34.66
%
กำไรสุทธิ
44.48
ล้านบาท
↑ 32.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.67
%
D/E Ratio
0.95
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
513
↓ -7.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
178
↑ + 2.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
44
↑ + 32.9%
YoY
D/E Ratio
0.95
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SELIC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.95
ROE (%)
12.62
ROA (%)
9.17
Book Value/หุ้น
1.91
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SELIC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-264
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+13
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SELIC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-264.12
+73.11%
|
-152.57
+94.46%
|
-78.46
-46.56%
|
-146.81
-1.44%
|
-148.96
-171.65%
|
207.91
+40.10%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
13.42
-81.26%
|
71.61
+917.19%
|
7.04
-101.41%
|
-500.30
+1,356.05%
|
-34.36
+198.52%
|
-11.51
-98.57%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
195.78
-478.54%
|
-51.72
-136.09%
|
143.32
-67.50%
|
440.96
+1,674.49%
|
24.85
-115.37%
|
-161.73
-128.82%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-33.80
-81.41%
|
-181.84
-355.57%
|
71.15
-139.00%
|
-182.44
+54.93%
|
-117.76
-436.65%
|
34.98
-136.41%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
297.25
+130.96%
|
128.70
-29.57%
|
182.73
+80.56%
|
101.20
-32.39%
|
149.69
+30.49%
|
114.71
-45.58%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
325.89
+9.63%
|
297.25
+130.96%
|
128.70
-30.25%
|
184.52
+82.33%
|
101.20
-32.39%
|
149.69
+30.49%
|