บริษัท ซีลิค คอร์พ จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร
2.78
0.02 (0.71%)
สรุปสั้น
กำไรที่ลดลงเกิดจากต้นทุนขายที่ปรับตัวสูงขึ้น ถึงแม้จะมีรายได้เติบโต 16.3%YoY จากการเติบโตของธุรกิจ กาวอุตสาหกรรมที่ 15.4% และธุรกิจสติกเกอร์หรือฉลากที่มีกาวในตัวที่ 174% โดยมีการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในตลาด ต่างประเทศ
สัดส่วนการขายและบริการของธุรกิจกาวอุตสาหกรรมอยู่ที่ 43% และ ธุรกิจสติ๊กเกอร์หรือฉลากที่มีกาวในตัวอยู่ที่ 57% ไม่มี การเปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว สัดส่วนการขายและบริการตลาดในประเทศ 59% และตลาดต่างประเทศ 41%
ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นมากสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของ ราคาต้นทุนด้านวัตถุดิบที่มีการปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องตลอดทั้งปี เนื่องจากวัตถุดิบบางรายการมีภาวะขาดแคลน และราคา น้ํามันดิบที่สูงขึ้น
มุมมองผู้บริหาร รายได้จากการขายเติบโตต่อเนื่อง ในปี 2565 มีการคาดการณ์เศรษฐกิจไทยมีการฟื้นตัว โดยคาดว่าเศรษฐกิจจะมีการปรับตัวดีขึ้น และการทํากิจกรรมทางธุรกิจ สามารถดําเนินได้มากขึ้น
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9673 out_tok=2775 at=2026-07-27T12:24:46 -->
# SELIC กำไรสุทธิ Q2/2564 พุ่ง 77% YoY รับแรงหนุนรายได้รวมโต 37.4%
## รายได้รวมโตเด่น 37.4% YoY หนุนกำไรสุทธิพุ่ง 77% แม้ต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งสูงขึ้น
บริษัท ซีลิค คอร์พ จำกัด (มหาชน) หรือ SELIC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีรายได้รวม 389.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.6% จากไตรมาสก่อน และเติบโตอย่างแข็งแกร่ง 37.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 29.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 77.0% YoY แม้จะเผชิญกับความท้าทายจากสถานการณ์ COVID-19 ที่รุนแรงขึ้น ปัญหาขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ และต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ฝ่ายบริหารระบุว่าการเติบโตนี้เป็นผลจากการใช้กลยุทธ์เจาะตลาดอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ และการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้าอย่างใกล้ชิด
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ SELIC ในไตรมาส 2/2564 ให้เติบโตถึง 77.0% YoY มาจาก **การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 37.4% YoY** โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากธุรกิจสติกเกอร์หรือฉลากที่มีกาวในตัว ซึ่งมีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 33.8% YoY และธุรกิจกาวอุตสาหกรรมที่รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 50.9% YoY แม้ว่าต้นทุนขายจะปรับตัวสูงขึ้น 37.0% YoY และค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้นถึง 123.7% YoY แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้สามารถชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้นได้ ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตได้ดี
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้มาจากปัจจัยหลัก 2 ประการ คือ
* **อุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม และอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์:** ฝ่ายบริหารระบุว่าการกักตุนอาหารและเครื่องดื่มที่เพิ่มขึ้นในช่วงสถานการณ์ COVID-19 ส่งผลให้ความต้องการผลิตภัณฑ์กาวและฉลากที่ใช้ในอุตสาหกรรมเหล่านี้เพิ่มสูงขึ้น โดยส่วนใหญ่เป็นการส่งออกไปยังต่างประเทศ
* **การเติบโตของผลิตภัณฑ์กาวน้ำและกาว Solvent:** ธุรกิจกาวอุตสาหกรรมมีการเติบโตของผลิตภัณฑ์กาวน้ำที่สูงถึง 84.2% QoQ และ 45.9% YoY รวมถึงผลิตภัณฑ์กาว Solvent ที่เติบโต 13.9% QoQ และ 79.8% YoY ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการตอบสนองความต้องการของตลาดที่หลากหลาย
แม้ว่าต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งทางเรือจะสูงขึ้น แต่บริษัทฯ ยังคงสามารถบริหารจัดการต้นทุนขายให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยอัตราส่วนต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายอยู่ที่ 74.0% ซึ่งเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 72.5% ในไตรมาสก่อน แต่ลดลงจาก 75.7% ในปีก่อน นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (123.7% YoY) เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายและค่าใช้จ่ายขนส่งทางเรือที่สูงขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามปัจจัยภายนอกอย่างใกล้ชิด**
ฝ่ายบริหารระบุว่าความต้องการของตลาดกาวอุตสาหกรรมและฉลากที่มีกาวในตัวทั่วโลกมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่ง SELIC มุ่งเน้นอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตสูง เช่น บรรจุภัณฑ์ อาหารและเครื่องดื่ม การขนส่ง และเฟอร์นิเจอร์ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยภายนอก เช่น ปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ ค่าระวางเรือที่สูงขึ้น และความผันผวนของราคาน้ำมันและวัตถุดิบ ยังคงเป็นความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและอัตรากำไรในอนาคต บริษัทฯ มีการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างใกล้ชิดเพื่อลดผลกระทบ แต่ความต่อเนื่องของการเติบโตจะขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการปัจจัยเหล่านี้และความสามารถในการส่งมอบสินค้าให้ลูกค้าได้ตรงเวลา
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q2/2564 เติบโต 37.4% YoY แตะ 389.37 ล้านบาท** จากการเติบโตของทั้งธุรกิจกาวอุตสาหกรรมและธุรกิจสติกเกอร์
* **กำไรสุทธิ Q2/2564 พุ่ง 77.0% YoY แตะ 29.03 ล้านบาท** แม้ต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งสูงขึ้น
* **ธุรกิจสติกเกอร์มีสัดส่วนรายได้ 59%** โดยผลิตภัณฑ์กระดาษเติบโต 41.8% YoY
* **ธุรกิจกาวอุตสาหกรรมมีสัดส่วนรายได้ 41%** โดยผลิตภัณฑ์กาวน้ำเติบโตโดดเด่น 84.2% QoQ
* **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 37.0% YoY** เป็น 286.07 ล้านบาท คิดเป็น 74.0% ของรายได้จากการขาย
* **ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 123.7% YoY** เป็น 14.32 ล้านบาท จากยอดขายและค่าขนส่งที่สูงขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2564 SELIC มีรายได้รวม 389.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.6% จากไตรมาสก่อนหน้า และเติบโต 37.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายสุทธิ 386.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.1% QoQ และ 40.1% YoY กำไรขั้นต้น (ไม่รวมรายได้อื่น) อยู่ที่ 100.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.3% QoQ และ 49.7% YoY EBITDA อยู่ที่ 56 ล้านบาท ลดลง 1.7% QoQ แต่เพิ่มขึ้น 31.8% YoY และมีกำไรสุทธิ 29.03 ล้านบาท ลดลง 3.4% QoQ แต่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 77.0% YoY
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2564 รายได้รวมอยู่ที่ 749.35 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.4% YoY และกำไรสุทธิอยู่ที่ 59.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52.0% YoY
## โอกาส
* **การเติบโตของตลาดกาวอุตสาหกรรมและฉลากที่มีกาวในตัวทั่วโลก:** โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งมีอัตราการเติบโตสูงกว่าค่าเฉลี่ย
* **การมุ่งเน้นอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตสูง:** เช่น บรรจุภัณฑ์ อาหารและเครื่องดื่ม การขนส่ง และเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งเป็นฐานลูกค้าหลักของบริษัท
* **การเติบโตของผลิตภัณฑ์กาวน้ำและกาว Solvent:** แสดงถึงความสามารถในการปรับตัวและตอบสนองความต้องการของตลาด
* **การส่งออกที่เพิ่มขึ้น:** โดยเฉพาะไปยังอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม และอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์
## ความเสี่ยง
* **สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19:** ที่ยังคงส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจโดยรวม และอาจกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและภาคธุรกิจ
* **ปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และค่าระวางเรือที่สูงขึ้น:** ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการส่งออกและระยะเวลาในการจัดส่ง
* **ราคาวัตถุดิบที่ผันผวนและมีแนวโน้มสูงขึ้น:** อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นหากไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้บริโภคได้
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาสนี้จะไม่ได้ระบุผลกระทบชัดเจน แต่การส่งออกที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้มีความเสี่ยงนี้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่ง:** จะสามารถบริหารจัดการให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมได้ต่อเนื่องหรือไม่
* **ความสามารถในการส่งมอบสินค้าให้ลูกค้า:** ท่ามกลางปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และค่าระวางเรือที่สูง
* **การเติบโตของผลิตภัณฑ์กาวน้ำและกาว Solvent:** จะยังคงรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ต่อเนื่องหรือไม่
* **ผลกระทบจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาด:** ต่ออุปสงค์ในประเทศและต่างประเทศ
* **การบริหารจัดการต้นทุนขาย:** เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้นท่ามกลางแรงกดดันด้านต้นทุน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
**Utilization & Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล utilization rate หรือ order book โดยตรง แต่การเติบโตของรายได้จากการขายในทั้งสองธุรกิจ (กาวอุตสาหกรรม +50.9% YoY, สติกเกอร์ +33.8% YoY) บ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น และความต้องการสินค้าที่แข็งแกร่ง
**ราคาวัตถุดิบ:** ฝ่ายบริหารระบุชัดเจนว่ามีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น และส่งผลกระทบต่อต้นทุนขาย โดยอัตราส่วนต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อน
**GPM (อัตรากำไรขั้นต้น):** อัตรากำไรขั้นต้น (ไม่รวมรายได้อื่น) ของงบการเงินรวมอยู่ที่ 49.7% YoY ซึ่งเป็นการปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 33.2% ในงบ 6 เดือนแรกปี 2563 เป็น 33.2% ในงบ 6 เดือนแรกปี 2564 อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 2/2564 อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 25.3% สำหรับธุรกิจกาวอุตสาหกรรม ลดลงจาก 27.9% ในไตรมาสก่อน แต่สูงกว่า 24.0% ในปีก่อน
**การส่งออก:** มีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในธุรกิจกาวอุตสาหกรรมที่รายได้จากการขายต่างประเทศเพิ่มขึ้น 66.47% YoY ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการส่งออกไปยังอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม และบรรจุภัณฑ์
**ค่าเงิน:** ไม่ได้มีการกล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนโดยตรงในเอกสาร
**สินค้าคงคลัง:** ไม่ได้มีการระบุข้อมูลสินค้าคงคลังโดยตรง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดในส่วน MD&A นี้
## สรุปท้าย
SELIC โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 เติบโตโดดเด่น โดยมีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 37.4% YoY และกำไรสุทธิพุ่ง 77.0% YoY เป็นผลจากการตอบรับที่ดีของตลาดในกลุ่มผลิตภัณฑ์กาวอุตสาหกรรมและสติกเกอร์ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอาหาร บรรจุภัณฑ์ และเครื่องดื่ม ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการส่งออก แม้จะเผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่สูงขึ้น แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการได้ดี อย่างไรก็ตาม ปัจจัยภายนอกที่ยังคงผันผวน เช่น สถานการณ์ COVID-19 และปัญหา Supply Chain ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินแนวโน้มการเติบโตในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SELIC ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
513.00
ล้านบาท
↓ 7.6% YoY
กำไรขั้นต้น
177.78
ล้านบาท
↑ 2.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
34.66
%
กำไรสุทธิ
44.48
ล้านบาท
↑ 32.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.67
%
D/E Ratio
0.95
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
513
↓ -7.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
178
↑ + 2.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
44
↑ + 32.9%
YoY
D/E Ratio
0.95
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SELIC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.95
ROE (%)
12.62
ROA (%)
9.17
Book Value/หุ้น
1.91
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SELIC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-264
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+13
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SELIC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-264.12
+73.11%
|
-152.57
+94.46%
|
-78.46
-46.56%
|
-146.81
-1.44%
|
-148.96
-171.65%
|
207.91
+40.10%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
13.42
-81.26%
|
71.61
+917.19%
|
7.04
-101.41%
|
-500.30
+1,356.05%
|
-34.36
+198.52%
|
-11.51
-98.57%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
195.78
-478.54%
|
-51.72
-136.09%
|
143.32
-67.50%
|
440.96
+1,674.49%
|
24.85
-115.37%
|
-161.73
-128.82%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-33.80
-81.41%
|
-181.84
-355.57%
|
71.15
-139.00%
|
-182.44
+54.93%
|
-117.76
-436.65%
|
34.98
-136.41%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
297.25
+130.96%
|
128.70
-29.57%
|
182.73
+80.56%
|
101.20
-32.39%
|
149.69
+30.49%
|
114.71
-45.58%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
325.89
+9.63%
|
297.25
+130.96%
|
128.70
-30.25%
|
184.52
+82.33%
|
101.20
-32.39%
|
149.69
+30.49%
|