SELIC
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
SELIC
บริษัท ซีลิค คอร์พ จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร
3.30
+0.04 (+1.23%)

สรุปสั้น

กำไรที่ลดลงเกิดจากต้นทุนขายที่ปรับตัวสูงขึ้น ถึงแม้จะมีรายได้เติบโต 16.3%YoY จากการเติบโตของธุรกิจ กาวอุตสาหกรรมที่ 15.4% และธุรกิจสติกเกอร์หรือฉลากที่มีกาวในตัวที่ 174% โดยมีการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในตลาด ต่างประเทศ สัดส่วนการขายและบริการของธุรกิจกาวอุตสาหกรรมอยู่ที่ 43% และ ธุรกิจสติ๊กเกอร์หรือฉลากที่มีกาวในตัวอยู่ที่ 57% ไม่มี การเปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว สัดส่วนการขายและบริการตลาดในประเทศ 59% และตลาดต่างประเทศ 41% ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นมากสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของ ราคาต้นทุนด้านวัตถุดิบที่มีการปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องตลอดทั้งปี เนื่องจากวัตถุดิบบางรายการมีภาวะขาดแคลน และราคา น้ํามันดิบที่สูงขึ้น มุมมองผู้บริหาร รายได้จากการขายเติบโตต่อเนื่อง ในปี 2565 มีการคาดการณ์เศรษฐกิจไทยมีการฟื้นตัว โดยคาดว่าเศรษฐกิจจะมีการปรับตัวดีขึ้น และการทํากิจกรรมทางธุรกิจ สามารถดําเนินได้มากขึ้น

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8541 out_tok=3542 at=2026-07-26T04:32:36 --> SELIC กำไรสุทธิ Q3/2566 พุ่ง 221.3% รับธุรกิจสุขภาพโตแกร่ง-มาร์จิ้นดีขึ้น ยอดขายรวมโต 19.1% YoY จากการขยายช่องทางขายธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ขณะที่กำไรขั้นต้นพุ่ง 51.0% YoY จากสัดส่วนผลิตภัณฑ์ B2C ที่มีมาร์จิ้นสูงขึ้น บริษัท ซีลิค คอร์พ จำกัด (มหาชน) หรือ SELIC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีรายได้รวม 483.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.8% จากไตรมาสก่อนหน้า และเติบโต 19.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มช่องทางขายและการผลิตในธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่สามารถเข้าถึงลูกค้าทั้งในและต่างประเทศได้มากขึ้น ขณะที่ธุรกิจกาวอุตสาหกรรมและธุรกิจสติ๊กเกอร์มียอดขายทรงตัวและเติบโตตามลำดับ อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นกลับปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 51.0% YoY มาอยู่ที่ 145.99 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 30.3% ซึ่งสูงขึ้นจากปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีแรงหนุนจากธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพซึ่งเป็นกลุ่ม B2C ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้นในธุรกิจกาวอุตสาหกรรมและสติ๊กเกอร์ ส่งผลให้ EBITDA เพิ่มขึ้น 128.2% YoY และกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 221.3% YoY เป็น 45.36 ล้านบาท ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ SELIC ในไตรมาส 3/2566 เติบโตอย่างก้าวกระโดด มาจาก **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ประกอบกับการปรับตัวดีขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นในทุกกลุ่มธุรกิจ** **ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:** 1. **ธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ (Health Products) เป็นเครื่องยนต์หลัก:** ธุรกิจนี้มียอดขายเติบโตถึง 137.7% YoY ในไตรมาส 3/2566 โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนจากการขยายช่องทางขายทั้งแบบ Traditional Trade (OTC) และ Modern Trade รวมถึงการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าในโรงพยาบาล และการผลักดันการขายไปยังกลุ่มประเทศ AEC เช่น ลาวและเมียนมา นอกจากนี้ ยังมีโอกาสในการขยายตลาดไปยังกัมพูชาในอนาคต ซึ่งธุรกิจกลุ่มนี้มีลักษณะเป็น Business to Consumer (B2C) ทำให้มีอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin - GPM) ที่สูงกว่าธุรกิจ B2B 2. **GPM ที่ดีขึ้นในทุกกลุ่มธุรกิจ:** นอกเหนือจาก GPM ที่สูงของธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพแล้ว ธุรกิจกาวอุตสาหกรรมและธุรกิจสติ๊กเกอร์ก็สามารถทำ GPM ได้ดีขึ้นเช่นกัน ซึ่งส่งผลให้ GPM รวมของบริษัทปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 26.8% ใน 9 เดือนแรกของปีก่อน เป็น 30.3% ในไตรมาส 3/2566 และ 26.8% ใน 9 เดือนแรกปีนี้ การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ลดลง 4.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ยังช่วยสนับสนุนผลกำไรให้ดีขึ้นอีกด้วย **จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:** **มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยภายนอก:** ฝ่ายบริหารระบุว่าธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพจะยังคงเป็นส่วนสำคัญของการเติบโตในปี 2566 และมีแผนขยายตลาดและผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง การปรับปรุงธุรกิจเพื่อเตรียมรับการเติบโตหลังภาวะเศรษฐกิจถดถอยในตลาดต่างประเทศก็เป็นสัญญาณเชิงบวก อย่างไรก็ตาม ธุรกิจกาวอุตสาหกรรมและสติ๊กเกอร์ยังคงเผชิญความท้าทายจากการส่งออกและภาวะเศรษฐกิจถดถอยในบางตลาด ซึ่งอาจส่งผลต่อความผันผวนของยอดขายและ GPM ในระยะสั้น การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายเพื่อรักษาระดับกำไรที่ดีขึ้นจะเป็นปัจจัยสำคัญในการประเมินความต่อเนื่องของผลประกอบการ ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิพุ่ง 221.3% YoY:** แตะ 45.36 ล้านบาทในไตรมาส 3/2566 จาก 14.09 ล้านบาทในปีก่อน * **รายได้รวมเติบโต 19.1% YoY:** อยู่ที่ 483.22 ล้านบาท จาก 405.74 ล้านบาทในปีก่อน * **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ก้าวกระโดด:** เพิ่มขึ้นเป็น 30.3% จาก 24.7% ในไตรมาส 3/2565 * **ธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพเติบโตโดดเด่น:** ยอดขายเพิ่มขึ้น 137.7% YoY * **EBITDA เพิ่มขึ้น 128.2% YoY:** อยู่ที่ 86.61 ล้านบาท * **การบริหารค่าใช้จ่ายมีประสิทธิภาพ:** ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่อรายได้ลดลง ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 3/2566 SELIC มีรายได้จากการขายและบริการรวม 482.39 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.8% จากไตรมาสก่อนหน้า และเติบโต 19.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มช่องทางขายและการผลิตในธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่สามารถเข้าถึงลูกค้าทั้งในและต่างประเทศได้มากขึ้น ขณะที่ธุรกิจกาวอุตสาหกรรมมียอดขายทรงตัวจากไตรมาสก่อน แต่ลดลง 21.7% YoY เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของตลาดต่างประเทศ ส่วนธุรกิจสติ๊กเกอร์มียอดขายเพิ่มขึ้น 4.9% QoQ แต่ลดลง 5.1% YoY ต้นทุนขายในไตรมาสนี้อยู่ที่ 336.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.4% QoQ และ 9.0% YoY ส่งผลให้กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 145.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.8% QoQ และ 51.0% YoY โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวสูงขึ้นเป็น 30.3% จาก 24.7% ในไตรมาส 3/2565 ซึ่งเป็นผลมาจากสัดส่วนรายได้จากธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่มี GPM สูงขึ้น ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้นในธุรกิจอื่นๆ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานรวมอยู่ที่ 79.78 ล้านบาท ลดลง 4.4% QoQ แต่เพิ่มขึ้น 14.9% YoY โดยแบ่งเป็นค่าใช้จ่ายในการขาย 27.53 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการบริหาร 52.25 ล้านบาท อัตราค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่อรายได้จากการขายปรับตัวลดลง ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ EBITDA ในไตรมาสนี้อยู่ที่ 86.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50.6% QoQ และ 128.2% YoY ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 45.36 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 102.5% QoQ และ 221.3% YoY ซึ่งเป็นการเติบโตที่โดดเด่นจากทุกกลุ่มธุรกิจ สำหรับผลประกอบการในรอบ 9 เดือนแรกปี 2566 บริษัทมีรายได้รวม 1,394.11 ล้านบาท เติบโต 17.7% YoY และกำไรขั้นต้น 372.42 ล้านบาท เติบโต 40.7% YoY โดยมี GPM อยู่ที่ 26.8% EBITDA เติบโต 81.8% YoY และกำไรสุทธิ 77.96 ล้านบาท เติบโต 117.1% YoY ## โอกาส * **การเติบโตของธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ:** การขยายช่องทางขายทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการเพิ่มประเภทสินค้าเข้าสู่กลุ่มโรงพยาบาล เป็นโอกาสสำคัญในการสร้างรายได้และกำไรที่สูงขึ้น * **การขยายตลาดต่างประเทศ:** แม้จะมีความท้าทาย แต่การมีคำสั่งซื้อจากบางประเทศหลักที่กลับเข้ามาในช่วงปลายไตรมาส และการปรับปรุงธุรกิจเพื่อเตรียมรับการเติบโตหลังภาวะเศรษฐกิจถดถอย เป็นสัญญาณบวกสำหรับตลาดส่งออกในไตรมาส 4/2566 และปีถัดไป * **การลงทุนเพื่อการเติบโต:** บริษัทมองหาโอกาสในการร่วมทุนหรือซื้อกิจการเพื่อผลักดันการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเน้นธุรกิจที่ต่อยอดจากธุรกิจหลัก หรือธุรกิจด้านการแพทย์และเทคโนโลยี * **การพัฒนาผลิตภัณฑ์รักษ์โลก:** การเพิ่มผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสอดคล้องกับเทรนด์ความยั่งยืนและตอบสนองความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก:** ภาวะเศรษฐกิจถดถอยในตลาดต่างประเทศส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าในกลุ่มกาวอุตสาหกรรมและสติ๊กเกอร์ * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและอัตราแลกเปลี่ยน:** ปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น ราคาน้ำมันและอัตราแลกเปลี่ยน อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและกำไร * **การแข่งขันในตลาด:** การแข่งขันที่รุนแรงในแต่ละกลุ่มธุรกิจอาจส่งผลต่อส่วนแบ่งทางการตลาดและอัตรากำไร * **การพึ่งพิงตลาดต่างประเทศ:** แม้จะมีสัดส่วนลูกค้าในประเทศที่พอเหมาะ แต่การส่งออกยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตา โดยเฉพาะในกลุ่มกาวอุตสาหกรรม ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มยอดขายธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ:** การเติบโตต่อเนื่องจากการขยายช่องทางและผลิตภัณฑ์ใหม่ * **สัญญาณการฟื้นตัวของตลาดส่งออก:** โดยเฉพาะในกลุ่มกาวอุตสาหกรรมและสติ๊กเกอร์ * **ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุน:** ท่ามกลางความผันผวนของราคาวัตถุดิบและอัตราแลกเปลี่ยน * **ความคืบหน้าของการลงทุนใหม่:** การร่วมทุนหรือการซื้อกิจการที่อาจเกิดขึ้น * **ผลตอบรับจากตลาดใหม่:** เช่น กัมพูชา และการขยายสู่กลุ่มโรงพยาบาล ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) **ธุรกิจกาวอุตสาหกรรม:** มียอดขาย 133.75 ล้านบาท ทรงตัวจากไตรมาสก่อน แต่ลดลง 21.7% YoY ได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ Solvent และ Water Based ที่ยอดขายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์ Hot Melt มียอดขายเพิ่มขึ้น 26.6% QoQ และ 8.9% YoY จากการเติบโตทั้งในประเทศและสัญญาณบวกจากตลาดต่างประเทศที่เริ่มกลับมาในช่วงปลายไตรมาส อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจนี้อยู่ที่ 25.4% เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน **ธุรกิจสติ๊กเกอร์หรือฉลากกาวในตัว:** มียอดขาย 204.75 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.9% QoQ แต่ลดลง 5.1% YoY ตลาดในประเทศยังคงเติบโตได้ดี โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ฟิล์มที่เติบโต 13.9% QoQ และ 8.9% YoY ขณะที่ผลิตภัณฑ์กระดาษเติบโตได้ดีในประเทศแต่ลดลง YoY ความต้องการของตลาดต่างประเทศยังคงมีความผันผวน สัดส่วนการขายในประเทศอยู่ที่ 66% และต่างประเทศ 34% **Utilization, Order Book, ราคาวัตถุดิบ:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization หรือ Order Book โดยตรง แต่กล่าวถึงสัญญาณบวกจากคำสั่งซื้อของบางประเทศหลักที่กลับเข้ามาในช่วงปลายไตรมาสสำหรับธุรกิจกาวอุตสาหกรรม ส่วนราคาวัตถุดิบไม่ได้มีการกล่าวถึงเป็นพิเศษ แต่การที่ GPM ปรับตัวดีขึ้นในภาพรวมอาจบ่งชี้ถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่ดี หรือการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาขายได้ **การส่งออก:** สัดส่วนการขายต่างประเทศในไตรมาส 3/2566 อยู่ที่ 27% ของรายได้รวม โดยธุรกิจกาวอุตสาหกรรมมีสัดส่วนต่างประเทศ 42% และธุรกิจสติ๊กเกอร์มีสัดส่วนต่างประเทศ 34% ซึ่งลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนในทั้งสองธุรกิจ **ค่าเงิน:** ไม่ได้มีการกล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนโดยตรงในเอกสาร **สินค้าคงคลัง:** ไม่ได้มีการกล่าวถึงระดับสินค้าคงคลังโดยตรง แต่สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 7.4% จากปี 2565 ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือของธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่กำลังขยายตัว ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นไตรมาส 3/2566 สินทรัพย์รวมของบริษัทอยู่ที่ 2,987.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.4% จากสิ้นปี 2565 โดยส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือของธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่กำลังขยายตัว รวมถึงการลงทุนในเครื่องจักรใหม่ของธุรกิจสติ๊กเกอร์ หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,683.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.8% จากสิ้นปี 2565 ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้า ในขณะที่เงินกู้ยืมลดลง ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1,303.64 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.7% จากสิ้นปี 2565 โดยส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นจากกำไรสะสมที่เพิ่มมากขึ้น อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ประมาณ 1.29 เท่า (1,683.61 / 1,303.64) ซึ่งเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อน กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน, การลงทุน, และการจัดหาเงิน ไม่ได้มีการระบุรายละเอียดในเอกสาร MD&A ฉบับนี้ ## สรุปท้าย SELIC โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3/2566 เติบโตอย่างโดดเด่น โดยมีกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 221.3% YoY เป็น 45.36 ล้านบาท จากการขับเคลื่อนหลักของธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 137.7% YoY ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้นในทุกกลุ่มธุรกิจ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นรวมปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ธุรกิจกาวอุตสาหกรรมและสติ๊กเกอร์จะยังเผชิญความท้าทายจากการส่งออกและภาวะเศรษฐกิจโลก แต่สัญญาณบวกจากคำสั่งซื้อที่กลับมาในช่วงปลายไตรมาส และแผนการขยายตลาดอย่างต่อเนื่องของธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ รวมถึงโอกาสจากการลงทุนใหม่ๆ ทำให้บริษัทมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีในอนาคต อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและราคาวัตถุดิบที่อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในระยะสั้น
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SELIC ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
513.00 ล้านบาท
↓ 7.6% YoY
กำไรขั้นต้น
177.78 ล้านบาท
↑ 2.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
34.66 %
กำไรสุทธิ
44.48 ล้านบาท
↑ 32.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.67 %
D/E Ratio
0.95
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
513
↓ -7.6% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
178
↑ + 2.1% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
44
↑ + 32.9% YoY
D/E Ratio
0.95

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SELIC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
513.00
-7.59%
555.12
+8.56%
511.34
+16.53%
438.82
+17.46%
373.59
+16.00%
322.05
+1.87%
กำไรขั้นต้น —
177.78
+2.05%
174.21
+20.89%
144.11
+57.65%
91.41
+24.21%
73.59
-9.53%
81.34
+9.30%
ค่าใช้จ่ายรวม —
90.63
-9.75%
100.43
+34.88%
74.46
-6.30%
79.47
+47.79%
53.77
+10.78%
48.54
-3.62%
กำไรสุทธิ —
44.48
+32.91%
33.47
-0.63%
33.68
+572.24%
5.01
-55.85%
11.35
-50.39%
22.87
+68.34%
กำไรต่อหุ้น —
0.07
+32.73%
0.06
0.06
+587.50%
0.01
-57.89%
0.02
-48.65%
0.04
+68.18%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
34.66
+10.45%
31.38
+11.36%
28.18
+35.29%
20.83
+5.74%
19.70
-22.01%
25.26
+7.31%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
17.67
-2.32%
18.09
+24.24%
14.56
-19.60%
18.11
+25.85%
14.39
-4.51%
15.07
-5.40%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
8.67
+43.78%
6.03
-8.50%
6.59
+478.07%
1.14
-62.50%
3.04
-57.18%
7.10
+65.12%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
-0.71
-2,466.67%
0.03
-97.60%
1.25
+184.46%
-1.48
-199.33%
1.49
-38.93%
2.44
+201.23%
ROE(%) —
12.62
+9.08%
11.57
+43.73%
8.05
+62.63%
4.95
-63.89%
13.71
-26.76%
18.72
+57.18%
ROA(%) —
9.17
+1.21%
9.06
+30.74%
6.93
+108.73%
3.32
-55.38%
7.44
-15.26%
8.78
-2.34%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.95
+3.26%
0.92
-26.40%
1.25
1.25
-23.31%
1.63
-22.38%
2.10
+105.88%
P/E —
12.39
-20.88%
15.66
-40.93%
26.51
-26.97%
36.30
+130.48%
15.75
+90.91%
8.25
-39.56%
P/BV —
1.38
-21.14%
1.75
+26.81%
1.38
-22.03%
1.77
-20.63%
2.23
+68.94%
1.32
-28.26%
BV —
2.00
+7.53%
1.86
+14.11%
1.63
+1.24%
1.61
+12.59%
1.43
-5.30%
1.51
+4.86%
YIELD(%) —
1.38
+38.00%
1.00
+5.26%
0.95
+578.57%
0.14
-90.00%
1.40
+311.76%
0.34
+385.71%
ราคาหุ้น —
2.76
-15.34%
3.26
+44.25%
2.26
-20.98%
2.86
-10.63%
3.20
+60.00%
2.00
-24.81%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.95
ROE (%)
12.62
ROA (%)
9.17
Book Value/หุ้น
1.97

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SELIC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
1,264.00
-1.14%
1,278.63
+23.48%
1,035.52
+11.16%
935.30
+14.28%
818.44
+10.73%
739.91
+3.09%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
1,942.28
-2.18%
1,985.54
-1.18%
2,009.34
+8.67%
1,846.64
+96.77%
938.47
+6.71%
878.64
+0.32%
รวมสินทรัพย์ —
3,206.28
-1.77%
3,264.16
+7.20%
3,044.86
+9.50%
2,781.94
+58.34%
1,756.92
+8.55%
1,618.55
+1.57%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
791.44
+0.76%
785.45
-5.43%
830.53
+39.67%
581.09
+17.08%
496.30
+27.99%
387.75
-16.92%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
770.18
-1.33%
780.59
-9.53%
862.81
-9.22%
965.99
+63.03%
592.53
-16.45%
709.18
+2.14%
รวมหนี้สิน —
1,561.63
-0.28%
1,566.04
-7.52%
1,693.34
+9.59%
1,547.08
+42.09%
1,088.83
-0.74%
1,096.93
-5.52%
รวมส่วนของเจ้าของ —
1,644.65
-3.15%
1,698.13
+25.65%
1,351.52
+9.39%
1,234.86
+84.84%
668.09
+28.08%
521.62
+20.62%
D/E —
0.95
0.92
1.25
1.25
1.63
2.10
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
12.62
11.57
8.05
4.95
13.71
18.72
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
9.17
9.06
6.93
3.32
7.44
8.78
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
1.60
1.63
1.25
1.61
1.65
1.91
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
1.04
1.02
0.70
0.91
0.85
1.12
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
87.43
81.71
0.00
0.00
76.25
82.87
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
103.26
95.23
0.00
0.00
110.87
121.56
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
67.81
68.09
0.00
0.00
77.23
99.06
วงจรเงินสด —
122.88
108.85
0.00
0.00
109.89
105.37
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-264
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+13
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SELIC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-264.12
+73.11%
-152.57
+94.46%
-78.46
-46.56%
-146.81
-1.44%
-148.96
-171.65%
207.91
+40.10%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
13.42
-81.26%
71.61
+917.19%
7.04
-101.41%
-500.30
+1,356.05%
-34.36
+198.52%
-11.51
-98.57%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
195.78
-478.54%
-51.72
-136.09%
143.32
-67.50%
440.96
+1,674.49%
24.85
-115.37%
-161.73
-128.82%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
-33.80
-81.41%
-181.84
-355.57%
71.15
-139.00%
-182.44
+54.93%
-117.76
-436.65%
34.98
-136.41%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
297.25
+130.96%
128.70
-29.57%
182.73
+80.56%
101.20
-32.39%
149.69
+30.49%
114.71
-45.58%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
325.89
+9.63%
297.25
+130.96%
128.70
-30.25%
184.52
+82.33%
101.20
-32.39%
149.69
+30.49%