SELIC
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
SELIC
บริษัท ซีลิค คอร์พ จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร
3.30
+0.04 (+1.23%)

สรุปสั้น

กำไรที่ลดลงเกิดจากต้นทุนขายที่ปรับตัวสูงขึ้น ถึงแม้จะมีรายได้เติบโต 16.3%YoY จากการเติบโตของธุรกิจ กาวอุตสาหกรรมที่ 15.4% และธุรกิจสติกเกอร์หรือฉลากที่มีกาวในตัวที่ 174% โดยมีการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในตลาด ต่างประเทศ สัดส่วนการขายและบริการของธุรกิจกาวอุตสาหกรรมอยู่ที่ 43% และ ธุรกิจสติ๊กเกอร์หรือฉลากที่มีกาวในตัวอยู่ที่ 57% ไม่มี การเปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว สัดส่วนการขายและบริการตลาดในประเทศ 59% และตลาดต่างประเทศ 41% ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นมากสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของ ราคาต้นทุนด้านวัตถุดิบที่มีการปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องตลอดทั้งปี เนื่องจากวัตถุดิบบางรายการมีภาวะขาดแคลน และราคา น้ํามันดิบที่สูงขึ้น มุมมองผู้บริหาร รายได้จากการขายเติบโตต่อเนื่อง ในปี 2565 มีการคาดการณ์เศรษฐกิจไทยมีการฟื้นตัว โดยคาดว่าเศรษฐกิจจะมีการปรับตัวดีขึ้น และการทํากิจกรรมทางธุรกิจ สามารถดําเนินได้มากขึ้น

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9267 out_tok=2893 at=2026-07-26T04:23:52 --> # SELIC Q3/2565 พลิกขาดทุนน้อยลง 62% รับยอดขายโตแรง แต่ต้นทุนพุ่งกดดัน GPM ## รายได้รวมโต 39% YoY แต่ต้นทุนพุ่งกระทบกำไรขั้นต้น ฝ่ายจัดการเร่งคุมค่าใช้จ่าย-บริหารต้นทุนรับมือเงินเฟ้อ บริษัท ซีลิค คอร์พ จำกัด (มหาชน) หรือ SELIC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีรายได้จากการขายรวม 1,070 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้จะมียอดขายเติบโตอย่างแข็งแกร่ง แต่บริษัทฯ ยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ 11 ล้านบาท ลดลง 62% จากขาดทุน 30 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากต้นทุนสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้นในทุกรายการ ทั้งวัตถุดิบ ภาชนะบรรจุ สาธารณูปโภค และค่าขนส่ง ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ SELIC ในไตรมาส 3/2565 คือ **การเติบโตของยอดขายที่แข็งแกร่ง** ซึ่งช่วยลดผลขาดทุนสุทธิลงได้อย่างมีนัยสำคัญถึง 62% YoY อย่างไรก็ตาม **แรงกดดันจากต้นทุนสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง** ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ลดลง ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น * **ยอดขายเติบโต:** การเพิ่มขึ้นของยอดขาย 39% YoY มาจากการเติบโตทั้งในประเทศ (+29% YoY) และต่างประเทศ (+53% YoY) รวมถึงธุรกิจตราสินค้า (Brand) ที่เพิ่มขึ้น 38% YoY และธุรกิจรับจ้างผลิต (Contract Manufacturing Business: CMG) ที่เพิ่มขึ้น 41% YoY สะท้อนถึงความต้องการสินค้าที่เพิ่มขึ้นและการขยายตลาด * **ต้นทุนสินค้าพุ่งสูง:** ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นถึง 46% YoY โดยมีอัตราส่วนต้นทุนขายต่อยอดขายเพิ่มขึ้นจาก 73.8% เป็น 77.4% ในไตรมาส 3/2565 สาเหตุหลักมาจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้น ทั้งวัตถุดิบ ภาชนะบรรจุ สาธารณูปโภค และค่าขนส่ง ซึ่งได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น * **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง:** ผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้นส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงจาก 26.2% ในไตรมาส 3/2564 มาอยู่ที่ 22.6% ในไตรมาส 3/2565 แม้ว่ากำไรขั้นต้นโดยรวมจะเพิ่มขึ้น 20% YoY ตามยอดขายที่เพิ่มขึ้น * **การควบคุมค่าใช้จ่าย:** บริษัทฯ สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารได้ดีขึ้น โดยลดลง 10% YoY และมีอัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อยอดขายลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 17.2% เป็น 11.1% ซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้นได้บ้าง ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ลักษณะครั้งคราว แต่ต้องจับตาปัจจัยภายนอก** ฝ่ายจัดการระบุว่าสถานการณ์ในไตรมาส 3/2565 เริ่มเห็นสัญญาณราคาสินค้าโภคภัณฑ์และพลังงานปรับตัวลงบ้าง และคาดการณ์ว่าไตรมาส 4/2565 เศรษฐกิจจะดียิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังมีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน ราคาพลังงานและภาวะเงินเฟ้อที่รุนแรงทั่วโลก ซึ่งอาจส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งยังคงสูงขึ้นและเกิดการขาดแคลนได้ในบางรายการ ดังนั้น แม้ว่าบริษัทฯ จะบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ปัจจัยภายนอกยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ## Highlight สำคัญ * **รายได้รวม Q3/2565 เติบโต 39% YoY แตะ 1,070 ล้านบาท** จากการเติบโตทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงธุรกิจ Brand และ CMG * **ผลขาดทุนสุทธิ Q3/2565 ลดลง 62% YoY เหลือ 11 ล้านบาท** จากการเพิ่มขึ้นของยอดขายและการควบคุมค่าใช้จ่าย * **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) Q3/2565 ลดลงเหลือ 22.6%** จาก 26.2% YoY เนื่องจากต้นทุนสินค้า (วัตถุดิบ, ภาชนะบรรจุ, สาธารณูปโภค, ค่าขนส่ง) ปรับตัวสูงขึ้น * **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร Q3/2565 ลดลง 10% YoY** สะท้อนการควบคุมค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ * **สินค้าคงคลังเพิ่มขึ้น 34.8%** ณ สิ้นไตรมาส 3/2565 เทียบกับสิ้นปี 2564 เป็น 747 ล้านบาท * **อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจ่ายต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น** เป็น 3.33 เท่า จาก 3.09 เท่า ณ สิ้นปี 2564 ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมียอดขายรวม 1,070 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39% YoY โดยยอดขายในประเทศเพิ่มขึ้น 29% YoY และยอดขายต่างประเทศเพิ่มขึ้น 53% YoY สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2565 มียอดขายรวม 2,992 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% YoY โดยยอดขายในประเทศเพิ่มขึ้น 15% YoY และยอดขายต่างประเทศเพิ่มขึ้น 24% YoY ในด้านผลกำไร บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิในไตรมาส 3/2565 เท่ากับ 11 ล้านบาท ดีขึ้น 62% YoY แม้ว่าต้นทุนสินค้าจะปรับตัวสูงขึ้น แต่การเพิ่มขึ้นของยอดขายและการควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารช่วยบรรเทาผลขาดทุนได้ สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2565 มีผลขาดทุนสุทธิ 46 ล้านบาท ดีขึ้น 37% YoY อัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 3/2565 อยู่ที่ 22.6% ลดลงจาก 26.2% ในปีก่อน เนื่องจากต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น 46% YoY ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายต่อยอดขายลดลงเล็กน้อย และค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อยอดขายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ## โอกาส * **การเติบโตของตลาดน้ำผลไม้พร้อมดื่ม:** ตลาดน้ำผลไม้พร้อมดื่มภายในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.5% YoY ในไตรมาส 3/2565 * **การฟื้นตัวของช่องทาง Food Service:** การเดินทางทั้งในประเทศและระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ยอดขายช่องทาง Food Service เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ * **การขยายตลาดต่างประเทศ:** ยอดขายต่างประเทศเติบโตสูงถึง 53% YoY ในไตรมาส 3/2565 * **การเติบโตของธุรกิจ CMG:** ธุรกิจรับจ้างผลิต (CMG) มีการเติบโต 41% YoY ในไตรมาส 3/2565 ## ความเสี่ยง * **ต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่สูงขึ้น:** ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ พลังงาน และค่าขนส่งที่ผันผวนและมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไร * **ภาวะเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น:** ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและกำลังซื้อของผู้บริโภค * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ว่าในงวด 9 เดือนแรกปี 2565 จะมีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนน้อยลง แต่ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา * **การขาดแคลนวัตถุดิบบางรายการ:** สถานการณ์สงครามและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์อาจส่งผลกระทบต่อการจัดหาวัตถุดิบ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มราคาวัตถุดิบและค่าขนส่ง:** การปรับตัวลดลงของราคาสินค้าโภคภัณฑ์จะเป็นปัจจัยบวกต่อ GPM * **การบริหารจัดการต้นทุน:** ประสิทธิภาพในการควบคุมต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน * **การเติบโตของยอดขายในตลาดต่างประเทศ:** ศักยภาพในการขยายตลาดและรักษาส่วนแบ่งการตลาด * **การบริหารกระแสเงินสด:** การจัดการสภาพคล่องให้เพียงพอต่อการดำเนินงานและภาระหนี้สิน * **การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย:** ผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) * **Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Utilization Rate โดยตรง แต่การเติบโตของยอดขายทั้งธุรกิจ Brand และ CMG บ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น * **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่การเติบโตของยอดขาย CMG ที่ 41% YoY อาจสะท้อนถึงคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น * **ราคาวัตถุดิบ:** เป็นปัจจัยหลักที่กดดัน GPM โดยมีการปรับราคาสูงขึ้นในทุกรายการ (วัตถุดิบ, ภาชนะบรรจุ, สาธารณูปโภค, ค่าขนส่ง) * **GPM:** ลดลงจาก 26.2% เป็น 22.6% ใน Q3/2565 เนื่องจากต้นทุนที่สูงขึ้น * **การส่งออก:** มีการเติบโตสูงถึง 53% YoY ใน Q3/2565 และสัดส่วนการส่งออกเพิ่มขึ้นเป็น 47% ของยอดขายรวม * **ค่าเงิน:** มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนในงวด 9 เดือนแรกปี 2565 อยู่ที่ 12 ล้านบาท * **สินค้าคงคลัง:** เพิ่มขึ้น 34.8% เป็น 747 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 3/2565 ซึ่งอาจสะท้อนการสต็อกวัตถุดิบเพื่อรองรับการผลิตในอนาคต หรือการคาดการณ์ความต้องการที่เพิ่มขึ้น ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 4,178 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.3% จากสิ้นปี 2564 โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือ หนี้สินรวมอยู่ที่ 3,459 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.1% จากสิ้นปี 2564 โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้า ส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ลดลง 7.3% เป็น 597 ล้านบาท เนื่องจากผลประกอบการขาดทุน อัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 0.60 เท่า ลดลงจาก 0.68 เท่า ณ สิ้นปี 2564 และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจ่ายต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 3.33 เท่า จาก 3.09 เท่า ณ สิ้นปี 2564 กระแสเงินสดจากการดำเนินงานสำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2565 อยู่ที่ 6 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 68 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์และหนี้สินดำเนินงานที่ลดลง ## สรุปท้าย SELIC ในไตรมาส 3/2565 แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเพิ่มยอดขายที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศและธุรกิจรับจ้างผลิต ซึ่งช่วยลดผลขาดทุนสุทธิลงได้อย่างมาก อย่างไรก็ตาม แรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่สูงขึ้นยังคงเป็นความท้าทายสำคัญที่ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น แม้ว่าบริษัทฯ จะมีความพยายามในการควบคุมค่าใช้จ่ายและบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ แต่แนวโน้มต้นทุนที่ยังคงผันผวนจากปัจจัยภายนอก ทำให้ต้องจับตาการบริหารจัดการความเสี่ยงและการปรับตัวของบริษัทฯ อย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SELIC ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
513.00 ล้านบาท
↓ 7.6% YoY
กำไรขั้นต้น
177.78 ล้านบาท
↑ 2.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
34.66 %
กำไรสุทธิ
44.48 ล้านบาท
↑ 32.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.67 %
D/E Ratio
0.95
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
513
↓ -7.6% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
178
↑ + 2.1% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
44
↑ + 32.9% YoY
D/E Ratio
0.95

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SELIC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
513.00
-7.59%
555.12
+8.56%
511.34
+16.53%
438.82
+17.46%
373.59
+16.00%
322.05
+1.87%
กำไรขั้นต้น —
177.78
+2.05%
174.21
+20.89%
144.11
+57.65%
91.41
+24.21%
73.59
-9.53%
81.34
+9.30%
ค่าใช้จ่ายรวม —
90.63
-9.75%
100.43
+34.88%
74.46
-6.30%
79.47
+47.79%
53.77
+10.78%
48.54
-3.62%
กำไรสุทธิ —
44.48
+32.91%
33.47
-0.63%
33.68
+572.24%
5.01
-55.85%
11.35
-50.39%
22.87
+68.34%
กำไรต่อหุ้น —
0.07
+32.73%
0.06
0.06
+587.50%
0.01
-57.89%
0.02
-48.65%
0.04
+68.18%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
34.66
+10.45%
31.38
+11.36%
28.18
+35.29%
20.83
+5.74%
19.70
-22.01%
25.26
+7.31%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
17.67
-2.32%
18.09
+24.24%
14.56
-19.60%
18.11
+25.85%
14.39
-4.51%
15.07
-5.40%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
8.67
+43.78%
6.03
-8.50%
6.59
+478.07%
1.14
-62.50%
3.04
-57.18%
7.10
+65.12%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
-0.71
-2,466.67%
0.03
-97.60%
1.25
+184.46%
-1.48
-199.33%
1.49
-38.93%
2.44
+201.23%
ROE(%) —
12.62
+9.08%
11.57
+43.73%
8.05
+62.63%
4.95
-63.89%
13.71
-26.76%
18.72
+57.18%
ROA(%) —
9.17
+1.21%
9.06
+30.74%
6.93
+108.73%
3.32
-55.38%
7.44
-15.26%
8.78
-2.34%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.95
+3.26%
0.92
-26.40%
1.25
1.25
-23.31%
1.63
-22.38%
2.10
+105.88%
P/E —
12.39
-20.88%
15.66
-40.93%
26.51
-26.97%
36.30
+130.48%
15.75
+90.91%
8.25
-39.56%
P/BV —
1.38
-21.14%
1.75
+26.81%
1.38
-22.03%
1.77
-20.63%
2.23
+68.94%
1.32
-28.26%
BV —
2.00
+7.53%
1.86
+14.11%
1.63
+1.24%
1.61
+12.59%
1.43
-5.30%
1.51
+4.86%
YIELD(%) —
1.38
+38.00%
1.00
+5.26%
0.95
+578.57%
0.14
-90.00%
1.40
+311.76%
0.34
+385.71%
ราคาหุ้น —
2.76
-15.34%
3.26
+44.25%
2.26
-20.98%
2.86
-10.63%
3.20
+60.00%
2.00
-24.81%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.95
ROE (%)
12.62
ROA (%)
9.17
Book Value/หุ้น
1.97

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SELIC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
1,264.00
-1.14%
1,278.63
+23.48%
1,035.52
+11.16%
935.30
+14.28%
818.44
+10.73%
739.91
+3.09%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
1,942.28
-2.18%
1,985.54
-1.18%
2,009.34
+8.67%
1,846.64
+96.77%
938.47
+6.71%
878.64
+0.32%
รวมสินทรัพย์ —
3,206.28
-1.77%
3,264.16
+7.20%
3,044.86
+9.50%
2,781.94
+58.34%
1,756.92
+8.55%
1,618.55
+1.57%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
791.44
+0.76%
785.45
-5.43%
830.53
+39.67%
581.09
+17.08%
496.30
+27.99%
387.75
-16.92%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
770.18
-1.33%
780.59
-9.53%
862.81
-9.22%
965.99
+63.03%
592.53
-16.45%
709.18
+2.14%
รวมหนี้สิน —
1,561.63
-0.28%
1,566.04
-7.52%
1,693.34
+9.59%
1,547.08
+42.09%
1,088.83
-0.74%
1,096.93
-5.52%
รวมส่วนของเจ้าของ —
1,644.65
-3.15%
1,698.13
+25.65%
1,351.52
+9.39%
1,234.86
+84.84%
668.09
+28.08%
521.62
+20.62%
D/E —
0.95
0.92
1.25
1.25
1.63
2.10
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
12.62
11.57
8.05
4.95
13.71
18.72
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
9.17
9.06
6.93
3.32
7.44
8.78
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
1.60
1.63
1.25
1.61
1.65
1.91
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
1.04
1.02
0.70
0.91
0.85
1.12
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
87.43
81.71
0.00
0.00
76.25
82.87
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
103.26
95.23
0.00
0.00
110.87
121.56
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
67.81
68.09
0.00
0.00
77.23
99.06
วงจรเงินสด —
122.88
108.85
0.00
0.00
109.89
105.37
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-264
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+13
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SELIC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-264.12
+73.11%
-152.57
+94.46%
-78.46
-46.56%
-146.81
-1.44%
-148.96
-171.65%
207.91
+40.10%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
13.42
-81.26%
71.61
+917.19%
7.04
-101.41%
-500.30
+1,356.05%
-34.36
+198.52%
-11.51
-98.57%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
195.78
-478.54%
-51.72
-136.09%
143.32
-67.50%
440.96
+1,674.49%
24.85
-115.37%
-161.73
-128.82%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
-33.80
-81.41%
-181.84
-355.57%
71.15
-139.00%
-182.44
+54.93%
-117.76
-436.65%
34.98
-136.41%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
297.25
+130.96%
128.70
-29.57%
182.73
+80.56%
101.20
-32.39%
149.69
+30.49%
114.71
-45.58%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
325.89
+9.63%
297.25
+130.96%
128.70
-30.25%
184.52
+82.33%
101.20
-32.39%
149.69
+30.49%