บริษัท ซีลิค คอร์พ จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร
2.78
0.02 (0.71%)
สรุปสั้น
กำไรที่ลดลงเกิดจากต้นทุนขายที่ปรับตัวสูงขึ้น ถึงแม้จะมีรายได้เติบโต 16.3%YoY จากการเติบโตของธุรกิจ กาวอุตสาหกรรมที่ 15.4% และธุรกิจสติกเกอร์หรือฉลากที่มีกาวในตัวที่ 174% โดยมีการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในตลาด ต่างประเทศ
สัดส่วนการขายและบริการของธุรกิจกาวอุตสาหกรรมอยู่ที่ 43% และ ธุรกิจสติ๊กเกอร์หรือฉลากที่มีกาวในตัวอยู่ที่ 57% ไม่มี การเปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว สัดส่วนการขายและบริการตลาดในประเทศ 59% และตลาดต่างประเทศ 41%
ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นมากสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของ ราคาต้นทุนด้านวัตถุดิบที่มีการปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องตลอดทั้งปี เนื่องจากวัตถุดิบบางรายการมีภาวะขาดแคลน และราคา น้ํามันดิบที่สูงขึ้น
มุมมองผู้บริหาร รายได้จากการขายเติบโตต่อเนื่อง ในปี 2565 มีการคาดการณ์เศรษฐกิจไทยมีการฟื้นตัว โดยคาดว่าเศรษฐกิจจะมีการปรับตัวดีขึ้น และการทํากิจกรรมทางธุรกิจ สามารถดําเนินได้มากขึ้น
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9267 out_tok=2893 at=2026-07-26T04:23:52 -->
# SELIC Q3/2565 พลิกขาดทุนน้อยลง 62% รับยอดขายโตแรง แต่ต้นทุนพุ่งกดดัน GPM
## รายได้รวมโต 39% YoY แต่ต้นทุนพุ่งกระทบกำไรขั้นต้น ฝ่ายจัดการเร่งคุมค่าใช้จ่าย-บริหารต้นทุนรับมือเงินเฟ้อ
บริษัท ซีลิค คอร์พ จำกัด (มหาชน) หรือ SELIC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีรายได้จากการขายรวม 1,070 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้จะมียอดขายเติบโตอย่างแข็งแกร่ง แต่บริษัทฯ ยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ 11 ล้านบาท ลดลง 62% จากขาดทุน 30 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากต้นทุนสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้นในทุกรายการ ทั้งวัตถุดิบ ภาชนะบรรจุ สาธารณูปโภค และค่าขนส่ง ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ SELIC ในไตรมาส 3/2565 คือ **การเติบโตของยอดขายที่แข็งแกร่ง** ซึ่งช่วยลดผลขาดทุนสุทธิลงได้อย่างมีนัยสำคัญถึง 62% YoY อย่างไรก็ตาม **แรงกดดันจากต้นทุนสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง** ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ลดลง
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ยอดขายเติบโต:** การเพิ่มขึ้นของยอดขาย 39% YoY มาจากการเติบโตทั้งในประเทศ (+29% YoY) และต่างประเทศ (+53% YoY) รวมถึงธุรกิจตราสินค้า (Brand) ที่เพิ่มขึ้น 38% YoY และธุรกิจรับจ้างผลิต (Contract Manufacturing Business: CMG) ที่เพิ่มขึ้น 41% YoY สะท้อนถึงความต้องการสินค้าที่เพิ่มขึ้นและการขยายตลาด
* **ต้นทุนสินค้าพุ่งสูง:** ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นถึง 46% YoY โดยมีอัตราส่วนต้นทุนขายต่อยอดขายเพิ่มขึ้นจาก 73.8% เป็น 77.4% ในไตรมาส 3/2565 สาเหตุหลักมาจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้น ทั้งวัตถุดิบ ภาชนะบรรจุ สาธารณูปโภค และค่าขนส่ง ซึ่งได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง:** ผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้นส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงจาก 26.2% ในไตรมาส 3/2564 มาอยู่ที่ 22.6% ในไตรมาส 3/2565 แม้ว่ากำไรขั้นต้นโดยรวมจะเพิ่มขึ้น 20% YoY ตามยอดขายที่เพิ่มขึ้น
* **การควบคุมค่าใช้จ่าย:** บริษัทฯ สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารได้ดีขึ้น โดยลดลง 10% YoY และมีอัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อยอดขายลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 17.2% เป็น 11.1% ซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้นได้บ้าง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว แต่ต้องจับตาปัจจัยภายนอก**
ฝ่ายจัดการระบุว่าสถานการณ์ในไตรมาส 3/2565 เริ่มเห็นสัญญาณราคาสินค้าโภคภัณฑ์และพลังงานปรับตัวลงบ้าง และคาดการณ์ว่าไตรมาส 4/2565 เศรษฐกิจจะดียิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังมีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน ราคาพลังงานและภาวะเงินเฟ้อที่รุนแรงทั่วโลก ซึ่งอาจส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งยังคงสูงขึ้นและเกิดการขาดแคลนได้ในบางรายการ ดังนั้น แม้ว่าบริษัทฯ จะบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ปัจจัยภายนอกยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q3/2565 เติบโต 39% YoY แตะ 1,070 ล้านบาท** จากการเติบโตทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงธุรกิจ Brand และ CMG
* **ผลขาดทุนสุทธิ Q3/2565 ลดลง 62% YoY เหลือ 11 ล้านบาท** จากการเพิ่มขึ้นของยอดขายและการควบคุมค่าใช้จ่าย
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) Q3/2565 ลดลงเหลือ 22.6%** จาก 26.2% YoY เนื่องจากต้นทุนสินค้า (วัตถุดิบ, ภาชนะบรรจุ, สาธารณูปโภค, ค่าขนส่ง) ปรับตัวสูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร Q3/2565 ลดลง 10% YoY** สะท้อนการควบคุมค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ
* **สินค้าคงคลังเพิ่มขึ้น 34.8%** ณ สิ้นไตรมาส 3/2565 เทียบกับสิ้นปี 2564 เป็น 747 ล้านบาท
* **อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจ่ายต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น** เป็น 3.33 เท่า จาก 3.09 เท่า ณ สิ้นปี 2564
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมียอดขายรวม 1,070 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39% YoY โดยยอดขายในประเทศเพิ่มขึ้น 29% YoY และยอดขายต่างประเทศเพิ่มขึ้น 53% YoY สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2565 มียอดขายรวม 2,992 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% YoY โดยยอดขายในประเทศเพิ่มขึ้น 15% YoY และยอดขายต่างประเทศเพิ่มขึ้น 24% YoY
ในด้านผลกำไร บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิในไตรมาส 3/2565 เท่ากับ 11 ล้านบาท ดีขึ้น 62% YoY แม้ว่าต้นทุนสินค้าจะปรับตัวสูงขึ้น แต่การเพิ่มขึ้นของยอดขายและการควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารช่วยบรรเทาผลขาดทุนได้ สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2565 มีผลขาดทุนสุทธิ 46 ล้านบาท ดีขึ้น 37% YoY
อัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 3/2565 อยู่ที่ 22.6% ลดลงจาก 26.2% ในปีก่อน เนื่องจากต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น 46% YoY ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายต่อยอดขายลดลงเล็กน้อย และค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อยอดขายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
## โอกาส
* **การเติบโตของตลาดน้ำผลไม้พร้อมดื่ม:** ตลาดน้ำผลไม้พร้อมดื่มภายในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.5% YoY ในไตรมาส 3/2565
* **การฟื้นตัวของช่องทาง Food Service:** การเดินทางทั้งในประเทศและระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ยอดขายช่องทาง Food Service เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
* **การขยายตลาดต่างประเทศ:** ยอดขายต่างประเทศเติบโตสูงถึง 53% YoY ในไตรมาส 3/2565
* **การเติบโตของธุรกิจ CMG:** ธุรกิจรับจ้างผลิต (CMG) มีการเติบโต 41% YoY ในไตรมาส 3/2565
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่สูงขึ้น:** ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ พลังงาน และค่าขนส่งที่ผันผวนและมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไร
* **ภาวะเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น:** ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ว่าในงวด 9 เดือนแรกปี 2565 จะมีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนน้อยลง แต่ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
* **การขาดแคลนวัตถุดิบบางรายการ:** สถานการณ์สงครามและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์อาจส่งผลกระทบต่อการจัดหาวัตถุดิบ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบและค่าขนส่ง:** การปรับตัวลดลงของราคาสินค้าโภคภัณฑ์จะเป็นปัจจัยบวกต่อ GPM
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ประสิทธิภาพในการควบคุมต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
* **การเติบโตของยอดขายในตลาดต่างประเทศ:** ศักยภาพในการขยายตลาดและรักษาส่วนแบ่งการตลาด
* **การบริหารกระแสเงินสด:** การจัดการสภาพคล่องให้เพียงพอต่อการดำเนินงานและภาระหนี้สิน
* **การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย:** ผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Utilization Rate โดยตรง แต่การเติบโตของยอดขายทั้งธุรกิจ Brand และ CMG บ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น
* **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่การเติบโตของยอดขาย CMG ที่ 41% YoY อาจสะท้อนถึงคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น
* **ราคาวัตถุดิบ:** เป็นปัจจัยหลักที่กดดัน GPM โดยมีการปรับราคาสูงขึ้นในทุกรายการ (วัตถุดิบ, ภาชนะบรรจุ, สาธารณูปโภค, ค่าขนส่ง)
* **GPM:** ลดลงจาก 26.2% เป็น 22.6% ใน Q3/2565 เนื่องจากต้นทุนที่สูงขึ้น
* **การส่งออก:** มีการเติบโตสูงถึง 53% YoY ใน Q3/2565 และสัดส่วนการส่งออกเพิ่มขึ้นเป็น 47% ของยอดขายรวม
* **ค่าเงิน:** มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนในงวด 9 เดือนแรกปี 2565 อยู่ที่ 12 ล้านบาท
* **สินค้าคงคลัง:** เพิ่มขึ้น 34.8% เป็น 747 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 3/2565 ซึ่งอาจสะท้อนการสต็อกวัตถุดิบเพื่อรองรับการผลิตในอนาคต หรือการคาดการณ์ความต้องการที่เพิ่มขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 4,178 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.3% จากสิ้นปี 2564 โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือ หนี้สินรวมอยู่ที่ 3,459 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.1% จากสิ้นปี 2564 โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้า ส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ลดลง 7.3% เป็น 597 ล้านบาท เนื่องจากผลประกอบการขาดทุน
อัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 0.60 เท่า ลดลงจาก 0.68 เท่า ณ สิ้นปี 2564 และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจ่ายต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 3.33 เท่า จาก 3.09 เท่า ณ สิ้นปี 2564
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานสำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2565 อยู่ที่ 6 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 68 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์และหนี้สินดำเนินงานที่ลดลง
## สรุปท้าย
SELIC ในไตรมาส 3/2565 แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเพิ่มยอดขายที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศและธุรกิจรับจ้างผลิต ซึ่งช่วยลดผลขาดทุนสุทธิลงได้อย่างมาก อย่างไรก็ตาม แรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่สูงขึ้นยังคงเป็นความท้าทายสำคัญที่ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น แม้ว่าบริษัทฯ จะมีความพยายามในการควบคุมค่าใช้จ่ายและบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ แต่แนวโน้มต้นทุนที่ยังคงผันผวนจากปัจจัยภายนอก ทำให้ต้องจับตาการบริหารจัดการความเสี่ยงและการปรับตัวของบริษัทฯ อย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SELIC ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
513.00
ล้านบาท
↓ 7.6% YoY
กำไรขั้นต้น
177.78
ล้านบาท
↑ 2.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
34.66
%
กำไรสุทธิ
44.48
ล้านบาท
↑ 32.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.67
%
D/E Ratio
0.95
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
513
↓ -7.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
178
↑ + 2.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
44
↑ + 32.9%
YoY
D/E Ratio
0.95
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SELIC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.95
ROE (%)
12.62
ROA (%)
9.17
Book Value/หุ้น
1.91
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SELIC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-264
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+13
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SELIC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-264.12
+73.11%
|
-152.57
+94.46%
|
-78.46
-46.56%
|
-146.81
-1.44%
|
-148.96
-171.65%
|
207.91
+40.10%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
13.42
-81.26%
|
71.61
+917.19%
|
7.04
-101.41%
|
-500.30
+1,356.05%
|
-34.36
+198.52%
|
-11.51
-98.57%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
195.78
-478.54%
|
-51.72
-136.09%
|
143.32
-67.50%
|
440.96
+1,674.49%
|
24.85
-115.37%
|
-161.73
-128.82%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-33.80
-81.41%
|
-181.84
-355.57%
|
71.15
-139.00%
|
-182.44
+54.93%
|
-117.76
-436.65%
|
34.98
-136.41%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
297.25
+130.96%
|
128.70
-29.57%
|
182.73
+80.56%
|
101.20
-32.39%
|
149.69
+30.49%
|
114.71
-45.58%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
325.89
+9.63%
|
297.25
+130.96%
|
128.70
-30.25%
|
184.52
+82.33%
|
101.20
-32.39%
|
149.69
+30.49%
|