SELIC
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
SELIC
บริษัท ซีลิค คอร์พ จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร
3.30
+0.04 (+1.23%)

สรุปสั้น

กำไรที่ลดลงเกิดจากต้นทุนขายที่ปรับตัวสูงขึ้น ถึงแม้จะมีรายได้เติบโต 16.3%YoY จากการเติบโตของธุรกิจ กาวอุตสาหกรรมที่ 15.4% และธุรกิจสติกเกอร์หรือฉลากที่มีกาวในตัวที่ 174% โดยมีการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในตลาด ต่างประเทศ สัดส่วนการขายและบริการของธุรกิจกาวอุตสาหกรรมอยู่ที่ 43% และ ธุรกิจสติ๊กเกอร์หรือฉลากที่มีกาวในตัวอยู่ที่ 57% ไม่มี การเปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว สัดส่วนการขายและบริการตลาดในประเทศ 59% และตลาดต่างประเทศ 41% ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นมากสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของ ราคาต้นทุนด้านวัตถุดิบที่มีการปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องตลอดทั้งปี เนื่องจากวัตถุดิบบางรายการมีภาวะขาดแคลน และราคา น้ํามันดิบที่สูงขึ้น มุมมองผู้บริหาร รายได้จากการขายเติบโตต่อเนื่อง ในปี 2565 มีการคาดการณ์เศรษฐกิจไทยมีการฟื้นตัว โดยคาดว่าเศรษฐกิจจะมีการปรับตัวดีขึ้น และการทํากิจกรรมทางธุรกิจ สามารถดําเนินได้มากขึ้น

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7738 out_tok=3016 at=2026-07-26T04:47:49 --> # SELIC Q1/2566 กำไรสุทธิฟื้นตัวแรงจากธุรกิจสุขภาพหนุน แม้ส่งออกอุตสาหกรรมเผชิญแรงกดดัน ## ธุรกิจสุขภาพเริ่มผลิต-ขายได้ตามแผน ดัน GPM พุ่ง รับอานิสงส์ท่องเที่ยวฟื้น บริษัท ซีลิค คอร์พ จำกัด (มหาชน) หรือ SELIC รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีรายได้รวม 454.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการเริ่มผลิตและจำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์นีโอพลาสท์และนีโอแบนด์ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ซึ่งทำอัตรากำไรขั้นต้นได้ดี ประกอบกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นส่งผลดีต่อยอดขายในประเทศ ขณะที่ธุรกิจกาวอุตสาหกรรมและสติกเกอร์ยังคงเผชิญความท้าทายจากอุปสงค์ตลาดต่างประเทศที่ชะลอตัว ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SELIC ในไตรมาส 1/2566 คือ **การเริ่มดำเนินงานและสร้างรายได้จากธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพอย่างเต็มรูปแบบ** ซึ่งส่งผลให้ **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด** โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 9.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 156.6% จากไตรมาสก่อน แม้จะลดลง 16.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่การฟื้นตัวของ GPM เป็นสัญญาณบวกที่สำคัญ ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การที่ธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพสามารถเริ่มผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์นีโอพลาสท์และนีโอแบนด์ได้ก่อนกำหนด ส่งผลให้บริษัทสามารถรับรู้รายได้จากกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้ซึ่งมี **อัตรากำไรขั้นต้นในระดับสูง** เข้ามาเสริมพอร์ตรายได้รวม นอกจากนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวในประเทศที่เพิ่มขึ้นยังส่งผลดีต่อยอดขายของธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่เน้นตลาดในประเทศเป็นหลัก ในขณะเดียวกัน ธุรกิจกาวอุตสาหกรรมและสติกเกอร์ซึ่งเป็นธุรกิจหลักเดิม ยังคงรักษายอดขายในระดับที่ยอมรับได้ แม้จะเผชิญแรงกดดันจากอุปสงค์ในตลาดต่างประเทศที่ชะลอตัวเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย การปรับสัดส่วนรายได้มายังธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่มีมาร์จิ้นสูง จึงเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ GPM โดยรวมของบริษัทปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพจะ **เพิ่มอัตราการผลิตและสร้างยอดขายได้ต่อเนื่องในไตรมาส 2/2566** และจะเห็นการเติบโตอย่างชัดเจนในปี 2566 จากการผลักดันผลิตภัณฑ์นีโอพลาสท์และนีโอแบนด์ รวมถึงการขยายฐานลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพและตลาดต่างประเทศที่มีกำลังซื้อสูง อย่างไรก็ตาม การเติบโตของธุรกิจกาวอุตสาหกรรมและสติกเกอร์ยังคงต้องจับตาดูสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและนโยบายทางการเงินของหลายประเทศที่อาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ในตลาดต่างประเทศต่อไป ## Highlight สำคัญ * **รายได้รวมเติบโต 16.7% YoY** แตะ 454.71 ล้านบาท โดยได้แรงหนุนหลักจากธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่เริ่มดำเนินการผลิตและจัดจำหน่าย * **กำไรขั้นต้น (GPM) พุ่ง 25.8% YoY** สู่ระดับ 102.46 ล้านบาท คิดเป็น GPM ที่ 22.7% ซึ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากการเพิ่มสัดส่วนรายได้ของธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่มีอัตรากำไรสูง * **EBITDA เพิ่มขึ้น 27.6% YoY** อยู่ที่ 42.96 ล้านบาท สะท้อนการดำเนินงานที่แข็งแกร่งขึ้น * **กำไรสุทธิฟื้นตัว 156.6% QoQ** อยู่ที่ 9.74 ล้านบาท แม้จะลดลง 16.9% YoY แต่การกลับมามีกำไรสุทธิเป็นสัญญาณที่ดี * **สัดส่วนรายได้ในประเทศเพิ่มขึ้น** เป็น 68% จาก 65% ในปีก่อน โดยธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพมีสัดส่วนการขายในประเทศสูงถึง 97% * **ธุรกิจกาวอุตสาหกรรมและสติกเกอร์เผชิญแรงกดดันจากตลาดต่างประเทศ** ยอดขายลดลง YoY เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 1/2566 SELIC มีรายได้จากการขายและบริการรวม 451.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.3% จากไตรมาสก่อน และ 16.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรับรู้รายได้ที่เพิ่มขึ้นจากธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพจากการเริ่มดำเนินการผลิตและจัดจำหน่ายของบริษัท ดีวีเค เฮลท์แคร์ จำกัด กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 102.46 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.1% จากไตรมาสก่อน และ 25.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 22.7% ซึ่งเป็นผลมาจากสัดส่วนรายได้ที่เพิ่มขึ้นของธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่มีอัตรากำไรขั้นต้นในระดับสูง EBITDA อยู่ที่ 42.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.3% จากไตรมาสก่อน และ 27.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิเท่ากับ 9.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 156.6% จากไตรมาสก่อน แต่ลดลง 16.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ## โอกาส * **การเติบโตของธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ:** การเริ่มผลิตและจำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์นีโอพลาสท์และนีโอแบนด์ คาดว่าจะสร้างการเติบโตของรายได้ในปี 2566 อย่างชัดเจน โดยมีแผนเพิ่มอัตราการผลิตในไตรมาส 2/2566 * **การเพิ่มสัดส่วนรายได้ในประเทศ:** การที่สัดส่วนการขายในประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดต่างประเทศ * **การขยายฐานลูกค้าและตลาดต่างประเทศที่มีศักยภาพ:** บริษัทมีแผนขยายฐานลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีอัตราการเติบโต และขยายไปยังตลาดต่างประเทศที่มีเศรษฐกิจดีและกำลังซื้อสูง * **โอกาสในการร่วมทุนหรือซื้อกิจการ:** บริษัทยังคงมองหาโอกาสในการขยายการลงทุนเพื่อสร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยเน้นธุรกิจที่ต่อยอดจากธุรกิจหลัก หรือธุรกิจด้านการแพทย์และเทคโนโลยี * **การพัฒนาผลิตภัณฑ์รักษ์โลก:** การให้ความสำคัญกับ ESG และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองต่อตลาดที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ## ความเสี่ยง * **ภาวะเศรษฐกิจถดถอยในตลาดต่างประเทศ:** นโยบายทางการเงินของหลายประเทศเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ส่งผลให้อุปสงค์ในตลาดต่างประเทศชะลอตัว ซึ่งกระทบต่อธุรกิจกาวอุตสาหกรรมและสติกเกอร์ * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** เป็นปัจจัยที่อาจกระทบต่อผลประกอบการ โดยเฉพาะการส่งออก * **ความผันผวนของราคาน้ำมันและวัตถุดิบ:** แม้บริษัทจะบริหารจัดการความเสี่ยง แต่ก็ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม * **การแข่งขันในตลาด:** แม้จะไม่ได้ระบุชัดเจน แต่การแข่งขันในอุตสาหกรรมสินค้าอุตสาหกรรมและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องพิจารณา ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **การเติบโตของรายได้และอัตรากำไรของธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ:** จะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ต่อเนื่องหรือไม่ * **ทิศทางอุปสงค์ในตลาดต่างประเทศ:** การฟื้นตัวหรือชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกจะส่งผลต่อยอดขายธุรกิจกาวอุตสาหกรรมและสติกเกอร์อย่างไร * **การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนท่ามกลางความผันผวนของราคาวัตถุดิบและพลังงาน * **ความคืบหน้าในการขยายตลาดและฐานลูกค้าใหม่:** การบรรลุเป้าหมายการเติบโตตามที่วางไว้ * **การดำเนินการตามกลยุทธ์ ESG:** การพัฒนาผลิตภัณฑ์รักษ์โลกและการดำเนินงานด้านความยั่งยืน ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) * **ธุรกิจกาวอุตสาหกรรม:** มียอดขาย 159.76 ล้านบาท ลดลง 6.4% QoQ และ 19.8% YoY โดยความต้องการตลาดต่างประเทศชะลอตัว ผลิตภัณฑ์กาว Solvent ยอดขายเพิ่มขึ้น 13.6% YoY แต่ลดลง 6.3% QoQ ส่วนกาว Hot Melt ยอดขายลดลงทั้ง QoQ และ YoY กาว Water Based ยอดขายเพิ่มขึ้น QoQ แต่ลดลง YoY อย่างมีนัยสำคัญเนื่องจากการเปลี่ยนนโยบายการขายแก่บริษัทในเครือ สัดส่วนการขายในประเทศ 57% และต่างประเทศ 43% กำไรขั้นต้นของธุรกิจนี้อยู่ที่ 38.23 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย QoQ และ YoY แต่อัตรากำไรขั้นต้นต่อรายได้ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 23.9% * **ธุรกิจสติกเกอร์หรือฉลากกาวในตัว:** มียอดขาย 225.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.0% QoQ และ 0.3% YoY โดยทำได้ดีในตลาดในประเทศที่เติบโต 7.8% QoQ และ 22.0% YoY ในขณะที่ตลาดต่างประเทศชะลอตัว ยอดขายผลิตภัณฑ์กระดาษเติบโตเล็กน้อย YoY จากตลาดในประเทศ ส่วนผลิตภัณฑ์ฟิล์มเติบโต QoQ จากตลาดในประเทศ สัดส่วนการขายในประเทศ 66% และต่างประเทศ 34% * **การใช้กำลังการผลิต (Utilization):** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization โดยตรง แต่กล่าวถึงการเพิ่มอัตราการผลิตของธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพในไตรมาส 2/2566 * **ราคาวัตถุดิบ:** ไม่ได้ระบุราคาวัตถุดิบโดยตรง แต่กล่าวถึงความผันผวนของราคาน้ำมันเป็นปัจจัยที่ต้องบริหารจัดการ * **สินค้าคงคลัง:** สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งมาจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงคลังของธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่กำลังขยายตัว ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด * **สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้นไตรมาส 1/2566 อยู่ที่ 2,843.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.2% จากสิ้นปี 2565 โดยส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและสินค้าคงคลังของธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ * **หนี้สินรวม:** อยู่ที่ 1,597.36 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.3% จากสิ้นปี 2565 ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้า ขณะที่เงินกู้ยืมลดลง * **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** อยู่ที่ 1,245.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.9% จากสิ้นปี 2565 จากการเพิ่มขึ้นของกำไรสะสม * **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio):** คำนวณจากข้อมูลที่มี (หนี้สินรวม 1,597.36 / ส่วนของผู้ถือหุ้น 1,245.71) อยู่ที่ประมาณ 1.28 เท่า ซึ่งสูงขึ้นเล็กน้อยจากสิ้นปี 2565 * **กระแสเงินสด:** เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดกระแสเงินสดโดยตรง แต่กล่าวถึงการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและสินค้าคงคลัง ซึ่งอาจส่งผลต่อเงินทุนหมุนเวียน ## สรุปท้าย SELIC ในไตรมาส 1/2566 แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวที่ดีขึ้น โดยมีหัวใจกำไรอยู่ที่การเริ่มต้นธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่ให้ผลตอบแทนด้านอัตรากำไรขั้นต้นสูง สามารถชดเชยแรงกดดันจากธุรกิจกาวอุตสาหกรรมและสติกเกอร์ที่เผชิญความท้าทายจากเศรษฐกิจโลกได้ แม้กำไรสุทธิจะยังลดลง YoY แต่การฟื้นตัวของ GPM และการเติบโตของธุรกิจใหม่เป็นสัญญาณบวกที่สำคัญ โอกาสในการเติบโตยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะจากธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและการขยายตลาดในประเทศ ขณะที่ความเสี่ยงจากเศรษฐกิจภายนอกยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด การบริหารจัดการต้นทุนและกลยุทธ์การลงทุนเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนจะเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SELIC ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
513.00 ล้านบาท
↓ 7.6% YoY
กำไรขั้นต้น
177.78 ล้านบาท
↑ 2.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
34.66 %
กำไรสุทธิ
44.48 ล้านบาท
↑ 32.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.67 %
D/E Ratio
0.95
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
513
↓ -7.6% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
178
↑ + 2.1% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
44
↑ + 32.9% YoY
D/E Ratio
0.95

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SELIC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
513.00
-7.59%
555.12
+8.56%
511.34
+16.53%
438.82
+17.46%
373.59
+16.00%
322.05
+1.87%
กำไรขั้นต้น —
177.78
+2.05%
174.21
+20.89%
144.11
+57.65%
91.41
+24.21%
73.59
-9.53%
81.34
+9.30%
ค่าใช้จ่ายรวม —
90.63
-9.75%
100.43
+34.88%
74.46
-6.30%
79.47
+47.79%
53.77
+10.78%
48.54
-3.62%
กำไรสุทธิ —
44.48
+32.91%
33.47
-0.63%
33.68
+572.24%
5.01
-55.85%
11.35
-50.39%
22.87
+68.34%
กำไรต่อหุ้น —
0.07
+32.73%
0.06
0.06
+587.50%
0.01
-57.89%
0.02
-48.65%
0.04
+68.18%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
34.66
+10.45%
31.38
+11.36%
28.18
+35.29%
20.83
+5.74%
19.70
-22.01%
25.26
+7.31%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
17.67
-2.32%
18.09
+24.24%
14.56
-19.60%
18.11
+25.85%
14.39
-4.51%
15.07
-5.40%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
8.67
+43.78%
6.03
-8.50%
6.59
+478.07%
1.14
-62.50%
3.04
-57.18%
7.10
+65.12%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
-0.71
-2,466.67%
0.03
-97.60%
1.25
+184.46%
-1.48
-199.33%
1.49
-38.93%
2.44
+201.23%
ROE(%) —
12.62
+9.08%
11.57
+43.73%
8.05
+62.63%
4.95
-63.89%
13.71
-26.76%
18.72
+57.18%
ROA(%) —
9.17
+1.21%
9.06
+30.74%
6.93
+108.73%
3.32
-55.38%
7.44
-15.26%
8.78
-2.34%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.95
+3.26%
0.92
-26.40%
1.25
1.25
-23.31%
1.63
-22.38%
2.10
+105.88%
P/E —
12.39
-20.88%
15.66
-40.93%
26.51
-26.97%
36.30
+130.48%
15.75
+90.91%
8.25
-39.56%
P/BV —
1.38
-21.14%
1.75
+26.81%
1.38
-22.03%
1.77
-20.63%
2.23
+68.94%
1.32
-28.26%
BV —
2.00
+7.53%
1.86
+14.11%
1.63
+1.24%
1.61
+12.59%
1.43
-5.30%
1.51
+4.86%
YIELD(%) —
1.38
+38.00%
1.00
+5.26%
0.95
+578.57%
0.14
-90.00%
1.40
+311.76%
0.34
+385.71%
ราคาหุ้น —
2.76
-15.34%
3.26
+44.25%
2.26
-20.98%
2.86
-10.63%
3.20
+60.00%
2.00
-24.81%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.95
ROE (%)
12.62
ROA (%)
9.17
Book Value/หุ้น
1.97

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SELIC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
1,264.00
-1.14%
1,278.63
+23.48%
1,035.52
+11.16%
935.30
+14.28%
818.44
+10.73%
739.91
+3.09%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
1,942.28
-2.18%
1,985.54
-1.18%
2,009.34
+8.67%
1,846.64
+96.77%
938.47
+6.71%
878.64
+0.32%
รวมสินทรัพย์ —
3,206.28
-1.77%
3,264.16
+7.20%
3,044.86
+9.50%
2,781.94
+58.34%
1,756.92
+8.55%
1,618.55
+1.57%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
791.44
+0.76%
785.45
-5.43%
830.53
+39.67%
581.09
+17.08%
496.30
+27.99%
387.75
-16.92%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
770.18
-1.33%
780.59
-9.53%
862.81
-9.22%
965.99
+63.03%
592.53
-16.45%
709.18
+2.14%
รวมหนี้สิน —
1,561.63
-0.28%
1,566.04
-7.52%
1,693.34
+9.59%
1,547.08
+42.09%
1,088.83
-0.74%
1,096.93
-5.52%
รวมส่วนของเจ้าของ —
1,644.65
-3.15%
1,698.13
+25.65%
1,351.52
+9.39%
1,234.86
+84.84%
668.09
+28.08%
521.62
+20.62%
D/E —
0.95
0.92
1.25
1.25
1.63
2.10
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
12.62
11.57
8.05
4.95
13.71
18.72
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
9.17
9.06
6.93
3.32
7.44
8.78
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
1.60
1.63
1.25
1.61
1.65
1.91
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
1.04
1.02
0.70
0.91
0.85
1.12
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
87.43
81.71
0.00
0.00
76.25
82.87
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
103.26
95.23
0.00
0.00
110.87
121.56
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
67.81
68.09
0.00
0.00
77.23
99.06
วงจรเงินสด —
122.88
108.85
0.00
0.00
109.89
105.37
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-264
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+13
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SELIC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-264.12
+73.11%
-152.57
+94.46%
-78.46
-46.56%
-146.81
-1.44%
-148.96
-171.65%
207.91
+40.10%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
13.42
-81.26%
71.61
+917.19%
7.04
-101.41%
-500.30
+1,356.05%
-34.36
+198.52%
-11.51
-98.57%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
195.78
-478.54%
-51.72
-136.09%
143.32
-67.50%
440.96
+1,674.49%
24.85
-115.37%
-161.73
-128.82%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
-33.80
-81.41%
-181.84
-355.57%
71.15
-139.00%
-182.44
+54.93%
-117.76
-436.65%
34.98
-136.41%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
297.25
+130.96%
128.70
-29.57%
182.73
+80.56%
101.20
-32.39%
149.69
+30.49%
114.71
-45.58%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
325.89
+9.63%
297.25
+130.96%
128.70
-30.25%
184.52
+82.33%
101.20
-32.39%
149.69
+30.49%