บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล 1969 จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
1.81
0.01 (0.55%)
สรุปสั้น
กำไรสุทธิที่ลดลง สาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้ดอกเบี้ย จํานวน 565.12 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามการลดลงของเงินให้สินเชื่อ
โดยในรอบนี้ เงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้และดอกเบี้ยค้างรับสุทธิ เท่ากับ 6,051.67 ล้านบาท ลดลงจากสิ้นปี 2563 ที่ 11,484.56 ล้านบาท
และ การลดลงของกําไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกําไรขาดทุนจํานวน 38.11 ล้านบาท
ซึ่งเป็นผลมาจากการลดลงของเงินลงทุนและการวัดมูลค่าตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 9 โดยมีมูลค่า
ลดลงจํานวน 38.42 ล้านบาท รวมถึงมีการลดลงของผลขาดทุนจากการขายเงินลงทุนจํานวน 0.31 ล้านบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4266 out_tok=2702 at=2026-07-26T03:51:21 -->
# SCAP พลิกขาดทุนหนักปี 64 รับผลกระทบโควิด-19 ซ้ำรอยขาดทุนซื้อกิจการ
## รายได้หด-ต้นทุนพุ่ง-บันทึกขาดทุนพิเศษ ฉุดผลงานปี 64 ดิ่งเหว
บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล 1969 จำกัด (มหาชน) หรือ SCAP รายงานผลประกอบการปี 2564 พลิกขาดทุนสุทธิ 340.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 139.42% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้รวมที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และการบันทึกขาดทุนจากการซื้อเงินลงทุนในบริษัทย่อย ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่ส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานโดยรวม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ SCAP ในปี 2564 พลิกจากกำไรเป็นขาดทุนหนัก มาจาก **1) การลดลงอย่างมากของรายได้จากการดำเนินงานปกติ** อันเป็นผลกระทบโดยตรงจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และ **2) การบันทึกขาดทุนจากการซื้อเงินลงทุนในบริษัทย่อย** ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นครั้งเดียว
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**รายได้จากการดำเนินงานลดลง** เนื่องจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้บริษัทฯ ต้องปิดร้านในช่วงไตรมาส 2 และ 3 ของปี 2564 ประกอบกับพฤติกรรมการบริโภคของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ยอดขายในสาขาที่เปิดดำเนินการไม่เป็นไปตามเป้าหมาย แม้ว่าบริษัทฯ จะมีการปรับเมนูอาหารโดยเน้นวัตถุดิบที่ดึงดูดลูกค้า แต่ราคาวัตถุดิบที่ปรับสูงขึ้นตามสภาพเศรษฐกิจ ทำให้ต้นทุนขายเฉลี่ยต่อหัวสูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง
นอกจากนี้ **การบันทึกขาดทุนจากการซื้อเงินลงทุนในบริษัทย่อย (บริษัท เอ เอสพี โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด)** เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเกิดจากการที่ทรัพย์สินของบริษัทย่อยที่ซื้อมาได้ถูกนำไปชำระหนี้ให้แก่ธนาคารเป็นจำนวน 82 ล้านบาท ซึ่งบริษัทฯ ได้รับรู้ผลขาดทุนดังกล่าว
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยปัจจัยหลักที่กดดันผลประกอบการในปี 2564 คือผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่คาดการณ์ได้ยาก และการบันทึกขาดทุนจากการซื้อเงินลงทุนในบริษัทย่อยเป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว ฝ่ายจัดการได้มีมติให้ซื้อทรัพย์กลับคืนและเจรจาปรับโครงสร้างหนี้กับธนาคาร ซึ่งหากดำเนินการสำเร็จ จะช่วยลดภาระดอกเบี้ยและลดผลกระทบในอนาคต อย่างไรก็ตาม สถานการณ์โควิด-19 ที่ยังคงมีความไม่แน่นอน อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานในระยะสั้นต่อไปได้
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ 340.03 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 139.42% YoY เนื่องจากผลกระทบโควิด-19 และรายการขาดทุนพิเศษจากการซื้อเงินลงทุนในบริษัทย่อย
* **รายได้รวม 443.59 ล้านบาท:** ลดลง 36.75% YoY จากการปิดสาขาและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป
* **ต้นทุนขายต่อยอดขายเพิ่มขึ้น 10%:** จากการปรับเมนูเน้นวัตถุดิบและราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **ขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ 36.00 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 235.61% YoY จากผลกระทบโควิด-19 ต่อยอดขายสาขา
* **ขาดทุนจากการซื้อเงินลงทุนในบริษัทย่อย 82 ล้านบาท:** เป็นรายการพิเศษที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการอย่างมีนัยสำคัญ
* **ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น 28.29%:** จากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมของบริษัทย่อย
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้รวม 443.59 ล้านบาท ลดลง 257.78 ล้านบาท หรือ 36.75% เมื่อเทียบกับปี 2563 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการปิดร้านในช่วงไตรมาส 2 และ 3 ของปี 2564 อันเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และมาตรการของ ศบค. ที่ไม่ให้นั่งรับประทานอาหารในร้านในพื้นที่สีแดงเข้ม ส่งผลให้พฤติกรรมการบริโภคของลูกค้าเปลี่ยนแปลงไป และยอดขายในสาขาที่เปิดดำเนินการไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
ต้นทุนขายรวมสำหรับปี 2564 อยู่ที่ 224.68 ล้านบาท ลดลง 65.05 ล้านบาท หรือ 22.45% เมื่อเทียบกับปี 2563 อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาอัตราส่วนต้นทุนต่อยอดขาย พบว่าเพิ่มขึ้น 10% เนื่องจากบริษัทฯ มีการปรับเมนูอาหารโดยเน้นวัตถุดิบที่สามารถดึงดูดลูกค้า ประกอบกับราคาวัตถุดิบที่ปรับสูงขึ้นตามสภาพเศรษฐกิจ ทำให้ต้นทุนขายเฉลี่ยต่อหัวสูงขึ้น
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารสำหรับปี 2564 อยู่ที่ 402.43 ล้านบาท ลดลง 102.77 ล้านบาท หรือ 20.34% เมื่อเทียบกับปี 2563 ซึ่งเป็นผลมาจากการลดลงของยอดขายและการปรับลดค่าเช่าและค่าบริการจากผู้ให้เช่าในช่วงสถานการณ์โควิด-19
บริษัทฯ มีขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์สำหรับปี 2564 เท่ากับ 36.00 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.27 ล้านบาท หรือ 235.61% เมื่อเทียบกับปี 2563 เนื่องจากบริษัทฯ ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งส่งผลต่อยอดขายของสาขา
นอกจากนี้ บริษัทฯ มีผลขาดทุนจากการซื้อเงินลงทุนในบริษัทย่อย (บริษัท เอ เอสพี โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด) เป็นจำนวน 82 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากการที่ทรัพย์สินของบริษัทย่อยที่ซื้อมาได้ถูกนำไปชำระหนี้ให้แก่ธนาคาร
ค่าใช้จ่ายทางการเงินสำหรับปี 2564 อยู่ที่ 37.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.21 ล้านบาท หรือ 28.29% เมื่อเทียบกับปี 2563 ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมของบริษัทย่อย
ส่งผลให้บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิสำหรับปี 2564 เท่ากับ 340.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 198.01 ล้านบาท หรือ 139.42% เมื่อเทียบกับปี 2563
## โอกาส
* **การปรับเมนูอาหารและวัตถุดิบ:** บริษัทฯ มีการปรับเมนูอาหารโดยเน้นวัตถุดิบที่สามารถดึงดูดลูกค้า ซึ่งหากสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะเป็นโอกาสในการเพิ่มยอดขายและอัตรากำไร
* **การเจรจาปรับโครงสร้างหนี้:** การเจรจาปรับโครงสร้างหนี้กับธนาคารสำหรับบริษัทย่อยที่เข้าซื้อมา อาจช่วยลดภาระดอกเบี้ยและเพิ่มสภาพคล่องให้กับบริษัทฯ ได้ในอนาคต
* **การซื้อทรัพย์สินกลับคืน:** การที่คณะกรรมการมีมติให้ซื้อทรัพย์สินของบริษัทย่อยกลับคืนในราคาที่เหมาะสม จะช่วยลดผลกระทบจากการรับรู้ผลขาดทุนในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนของสถานการณ์โควิด-19:** การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังคงมีความไม่แน่นอน อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัทฯ ต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร
* **การเพิ่มขึ้นของราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบที่ปรับสูงขึ้นตามสภาพเศรษฐกิจ อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนขายและอัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทฯ
* **ภาระหนี้สินของบริษัทย่อย:** การเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมของบริษัทย่อย ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายทางการเงินของบริษัทฯ เพิ่มสูงขึ้น
* **ความเสี่ยงจากการด้อยค่าของสินทรัพย์:** สถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและผลกระทบจากโควิด-19 อาจส่งผลให้เกิดการด้อยค่าของสินทรัพย์เพิ่มขึ้นในอนาคต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ผลการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้กับธนาคาร:** ความคืบหน้าและผลลัพธ์ของการเจรจาจะส่งผลโดยตรงต่อภาระทางการเงินของบริษัทย่อย
* **แนวโน้มการฟื้นตัวของรายได้:** การกลับมาของสถานการณ์โควิด-19 ที่คลี่คลาย และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ จะส่งผลต่อการฟื้นตัวของรายได้จากการดำเนินงาน
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** ความสามารถของบริษัทฯ ในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น จะเป็นปัจจัยสำคัญต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **การดำเนินการซื้อทรัพย์สินกลับคืน:** ความสำเร็จในการซื้อทรัพย์สินของบริษัทย่อยกลับคืน จะช่วยลดผลกระทบจากรายการขาดทุนพิเศษ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
เอกสารที่ได้รับเป็นรายงานของบริษัท เจซีเคฮอสพิทอลลิตี้ จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีธุรกิจหลักคือธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร ไม่ใช่บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล 1969 จำกัด (มหาชน) หรือ SCAP ที่ดำเนินธุรกิจในกลุ่มธุรกิจการเงิน
ดังนั้น การวิเคราะห์ตามจุดโฟกัสเฉพาะ sector ของธุรกิจการเงิน เช่น NIM, NII/non-NII, NPL, Coverage, credit cost, สัดส่วนสินเชื่อ, เงินฝาก, CASA, CAR/Basel, รายได้ค่าธรรมเนียม, กำไรพิเศษครั้งเดียว จึงไม่สามารถดำเนินการได้จากเอกสารที่ให้มา
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ได้รับไม่ได้ให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทฯ เช่น สินทรัพย์ หนี้สิน อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) เงินสดคงเหลือ หรือกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน การลงทุน และการจัดหาเงิน
## สรุปท้าย
ปี 2564 ถือเป็นปีที่ท้าทายอย่างยิ่งสำหรับบริษัท เจซีเคฮอสพิทอลลิตี้ จำกัด (มหาชน) โดยผลประกอบการพลิกขาดทุนสุทธิ 340.03 ล้านบาท จากปัจจัยลบหลักสองประการ คือ การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการดำเนินงานอันเป็นผลกระทบโดยตรงจากสถานการณ์โควิด-19 และการบันทึกขาดทุนพิเศษจากการซื้อเงินลงทุนในบริษัทย่อย แม้ว่าบริษัทฯ จะมีความพยายามในการปรับเมนูอาหารและบริหารจัดการค่าใช้จ่าย แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบและผลกระทบจากปัจจัยภายนอกยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญที่ต้องจับตา การฟื้นตัวของผลประกอบการในอนาคตจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการควบคุมสถานการณ์โควิด-19 การบริหารจัดการต้นทุน และความสำเร็จในการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้และซื้อทรัพย์สินกลับคืน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SCAP ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
1,536.85
ล้านบาท
↓ 14.6% YoY
กำไรขั้นต้น
1,323.31
ล้านบาท
↓ 17.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
86.11
%
กำไรสุทธิ
219.24
ล้านบาท
↑ 17.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
14.27
%
D/E Ratio
1.55
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,537
↓ -14.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,323
↓ -17.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
219
↑ + 17.9%
YoY
D/E Ratio
1.55
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SCAP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.55
ROE (%)
8.17
ROA (%)
6.49
Book Value/หุ้น
1.73
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SCAP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-4,402
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-154
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SCAP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2562 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-4,402.11
-252.65%
|
2,883.82
-78.56%
|
13,451.84
+2,825.90%
|
459.75
-81.07%
|
2,428.68
|
— |
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-154.35
-2,504.21%
|
6.42
-108.51%
|
-75.42
-104.73%
|
1,593.68
|
0.00
|
— |
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
6,387.31
-398.12%
|
-2,142.55
-83.60%
|
-13,064.83
+284.90%
|
-3,394.30
+329.79%
|
-789.76
|
— |
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,830.84
+144.87%
|
747.69
-184.48%
|
-885.04
-39.80%
|
-1,470.09
-1,239.96%
|
128.96
|
— |
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,452.69
+298.99%
|
614.73
+2.50%
|
599.73
-2.51%
|
615.15
+44.87%
|
424.61
-51.73%
|
— |
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,792.47
-26.92%
|
2,452.69
+298.99%
|
614.73
+24.35%
|
494.37
-19.63%
|
0.00
|
— |