บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล 1969 จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
1.81
0.01 (0.55%)
สรุปสั้น
กำไรสุทธิที่ลดลง สาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้ดอกเบี้ย จํานวน 565.12 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามการลดลงของเงินให้สินเชื่อ
โดยในรอบนี้ เงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้และดอกเบี้ยค้างรับสุทธิ เท่ากับ 6,051.67 ล้านบาท ลดลงจากสิ้นปี 2563 ที่ 11,484.56 ล้านบาท
และ การลดลงของกําไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกําไรขาดทุนจํานวน 38.11 ล้านบาท
ซึ่งเป็นผลมาจากการลดลงของเงินลงทุนและการวัดมูลค่าตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 9 โดยมีมูลค่า
ลดลงจํานวน 38.42 ล้านบาท รวมถึงมีการลดลงของผลขาดทุนจากการขายเงินลงทุนจํานวน 0.31 ล้านบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4365 out_tok=1942 at=2026-07-26T04:02:24 -->
# SCAP กำไรสุทธิ Q1/2565 ดิ่ง 70% รับรายได้ดอกเบี้ยหด-กำไรลงทุนวูบ
## รายได้ดอกเบี้ยสินเชื่อลดฉุดกำไรสุทธิ Q1/2565 วูบ 70% ฝ่ายจัดการแจงปัจจัยหลักจากพอร์ตสินเชื่อหดตัว-ไม่มีกำไรขายลงทุน
บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล 1969 จำกัด (มหาชน) หรือ SCAP รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 93.24 ล้านบาท ลดลง 214.50 ล้านบาท หรือ 69.70% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเป็นสำคัญ รวมถึงกำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรขาดทุนที่ลดลง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ SCAP ในไตรมาส 1 ปี 2565 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การหดตัวของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ** ซึ่งลดลงถึง 305.13 ล้านบาท และ **การลดลงของกำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรขาดทุน** อีก 53.06 ล้านบาท ปัจจัยทั้งสองนี้ส่งผลให้กำไรสุทธิโดยรวมลดลงถึง 69.70% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2564
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การลดลงของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิมีสาเหตุหลักมาจากการ **ลดลงของรายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อจำนวน 324.48 ล้านบาท** ซึ่งเป็นผลโดยตรงมาจากการ **ลดลงของเงินให้สินเชื่อ** ของบริษัท นอกจากนี้ ยังมีรายได้ดอกเบี้ยจากเงินลงทุนในตราสารหนี้และรายการระหว่างธนาคารและตลาดเงิน (Repo) ที่ลดลงเล็กน้อยด้วย ในส่วนของค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยมีการลดลง 24.33 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการลดลงของค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยจากเงินรับฝากที่สอดคล้องกับการลดลงของเงินรับฝากอย่างมีนัยสำคัญ
สำหรับกำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรขาดทุนที่ลดลงนั้น เกิดจาก **การวัดมูลค่าเงินลงทุนตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 9 ลดลง 21.98 ล้านบาท** และ **การลดลงของกำไรจากการขายเงินลงทุน 31.08 ล้านบาท** เนื่องจากบริษัทไม่มีการขายเงินลงทุนในปี 2565
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร การลดลงของรายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อเป็นไปตาม **การลดลงของเงินให้สินเชื่อ** ซึ่งเป็นปัจจัยที่ **มีโอกาสเกิดขึ้นต่อเนื่อง** หากบริษัทไม่สามารถขยายพอร์ตสินเชื่อได้ทันท่วงที ในขณะที่การลดลงของกำไรจากการขายเงินลงทุนนั้นเป็น **ลักษณะครั้งคราว** เนื่องจากเกิดจากการไม่มีรายการขายเงินลงทุนในปีนี้ ซึ่งอาจกลับมามีได้หากมีโอกาสในการขายที่เหมาะสม
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q1/2565 อยู่ที่ 93.24 ล้านบาท ลดลง 69.70% YoY** จาก 307.74 ล้านบาทใน Q1/2564
* **รายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง 305.13 ล้านบาท** เป็นปัจจัยหลักที่กดดันผลประกอบการ
* **เงินให้สินเชื่อลดลง** ส่งผลโดยตรงต่อรายได้ดอกเบี้ยจากสินเชื่อที่ลดลง 324.48 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินลดลง 53.06 ล้านบาท** จากการวัดมูลค่าเงินลงทุนและการไม่มีการขายเงินลงทุนในปีนี้
* **ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่นๆ ลดลง 205.66 ล้านบาท** ส่วนใหญ่มาจากค่าบริหารจัดการสินเชื่อและค่าใช้จ่ายพนักงาน
* **การกลับรายการผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลง 75.71 ล้านบาท** เป็นไปตามการตั้งสำรองตามมาตรฐาน TFRS 9
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล 1969 จำกัด (มหาชน) หรือ SCAP รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 93.24 ล้านบาท ลดลง 69.70% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 307.74 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิต่อหุ้นอยู่ที่ 0.17 บาท เทียบกับ 0.56 บาท ในปีก่อน
## โอกาส
* การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการดำเนินงานอื่นๆ จำนวน 0.50 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้หนี้สูญได้รับคืนในไตรมาสที่ 1 ปี 2565
## ความเสี่ยง
* การลดลงของเงินให้สินเชื่อ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ดอกเบี้ย
* ความผันผวนของมูลค่าเงินลงทุนในตราสารหนี้และเครื่องมือทางการเงินอื่นๆ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อในไตรมาสถัดไป
* การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน โดยเฉพาะต้นทุนเงินรับฝาก
* การบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์และการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ
* โอกาสในการสร้างรายได้จากธุรกิจอื่นนอกเหนือจากดอกเบี้ยสินเชื่อ
* การเปลี่ยนแปลงมูลค่าของเงินลงทุนในตราสารหนี้และเครื่องมือทางการเงิน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
ในไตรมาส 1 ปี 2565 SCAP เผชิญกับแรงกดดันจาก **NIM ที่ลดลง** อันเป็นผลมาจากการลดลงของเงินให้สินเชื่อ ซึ่งเป็นแหล่งรายได้ดอกเบี้ยหลักของบริษัท แม้ว่าต้นทุนทางการเงินจะลดลงตามไปด้วยจากการลดลงของเงินรับฝาก แต่ผลกระทบจากการลดลงของสินเชื่อมีมากกว่า ทำให้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ **รายได้ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับเงินให้สินเชื่อก็ลดลง 45.38 ล้านบาท** สะท้อนถึงกิจกรรมสินเชื่อที่อาจชะลอตัว
ในส่วนของ **NPL** และ **Coverage Ratio** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลขโดยตรง แต่ระบุว่ามีการลดลงของการกลับรายการผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น 75.71 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามการกันสำรองตามมาตรฐาน TFRS 9 บ่งชี้ว่าบริษัทมีการบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์อย่างต่อเนื่อง
รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (Non-NII) ได้รับผลกระทบจากการลดลงของกำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรขาดทุน ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการไม่มีการขายเงินลงทุนในปีนี้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง แต่มีการกล่าวถึงการลดลงของเงินรับฝากจาก 3,321.76 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาสที่ 1 ปี 2564 เป็น 120.15 ล้านบาท ณ ไตรมาสที่ 1 ปี 2565 หรือลดลง 96.38% ซึ่งส่งผลให้ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยลดลงตามไปด้วย
## สรุปท้าย
SCAP ในไตรมาส 1 ปี 2565 เผชิญกับความท้าทายจากการหดตัวของพอร์ตสินเชื่อ ส่งผลให้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับกำไรจากการลงทุนที่ลดลง ทำให้กำไรสุทธิโดยรวมปรับตัวลดลงอย่างมาก แม้ว่าบริษัทจะสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานและต้นทุนทางการเงินได้ แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากการลดลงของรายได้หลักได้ นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มการเติบโตของสินเชื่อและกลยุทธ์การบริหารจัดการพอร์ตสินทรัพย์ของบริษัทในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SCAP ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
1,536.85
ล้านบาท
↓ 14.6% YoY
กำไรขั้นต้น
1,323.31
ล้านบาท
↓ 17.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
86.11
%
กำไรสุทธิ
219.24
ล้านบาท
↑ 17.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
14.27
%
D/E Ratio
1.55
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,537
↓ -14.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,323
↓ -17.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
219
↑ + 17.9%
YoY
D/E Ratio
1.55
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SCAP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.55
ROE (%)
8.17
ROA (%)
6.49
Book Value/หุ้น
1.73
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SCAP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-4,402
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-154
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SCAP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2562 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-4,402.11
-252.65%
|
2,883.82
-78.56%
|
13,451.84
+2,825.90%
|
459.75
-81.07%
|
2,428.68
|
— |
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-154.35
-2,504.21%
|
6.42
-108.51%
|
-75.42
-104.73%
|
1,593.68
|
0.00
|
— |
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
6,387.31
-398.12%
|
-2,142.55
-83.60%
|
-13,064.83
+284.90%
|
-3,394.30
+329.79%
|
-789.76
|
— |
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,830.84
+144.87%
|
747.69
-184.48%
|
-885.04
-39.80%
|
-1,470.09
-1,239.96%
|
128.96
|
— |
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,452.69
+298.99%
|
614.73
+2.50%
|
599.73
-2.51%
|
615.15
+44.87%
|
424.61
-51.73%
|
— |
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,792.47
-26.92%
|
2,452.69
+298.99%
|
614.73
+24.35%
|
494.37
-19.63%
|
0.00
|
— |