บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล 1969 จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
1.81
0.01 (0.55%)
สรุปสั้น
กำไรสุทธิที่ลดลง สาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้ดอกเบี้ย จํานวน 565.12 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามการลดลงของเงินให้สินเชื่อ
โดยในรอบนี้ เงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้และดอกเบี้ยค้างรับสุทธิ เท่ากับ 6,051.67 ล้านบาท ลดลงจากสิ้นปี 2563 ที่ 11,484.56 ล้านบาท
และ การลดลงของกําไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกําไรขาดทุนจํานวน 38.11 ล้านบาท
ซึ่งเป็นผลมาจากการลดลงของเงินลงทุนและการวัดมูลค่าตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 9 โดยมีมูลค่า
ลดลงจํานวน 38.42 ล้านบาท รวมถึงมีการลดลงของผลขาดทุนจากการขายเงินลงทุนจํานวน 0.31 ล้านบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4102 out_tok=2020 at=2026-07-26T03:39:40 -->
# SCAP กำไร Q1/2566 พุ่ง 75% รับพอร์ตสินเชื่อโตแรง-รายได้อื่นหนุน
## รายได้ดอกเบี้ย-ค่าคอมมิชชั่นพุ่ง สวนทางต้นทุนการเงินที่เพิ่มขึ้นตามการขยายตัว
บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล 1969 จำกัด (มหาชน) หรือ SCAP รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 394.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 75.44% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของพอร์ตลูกหนี้ ส่งผลให้รายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่รายได้อื่นก็ปรับตัวสูงขึ้นจากการขยายตัวของธุรกิจนายหน้าประกันภัยและค่าธรรมเนียม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SCAP ในไตรมาส 1 ปี 2566 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของพอร์ตลูกหนี้** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการเติบโตของรายได้อื่น โดยเฉพาะรายได้ค่าคอมมิชชั่นและค่าธรรมเนียม แม้ว่าต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานจะปรับตัวสูงขึ้นตามการขยายตัว แต่ผลกระทบเชิงบวกจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นมีมากกว่า ทำให้กำไรสุทธิเติบโตถึง 75.44% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของพอร์ตลูกหนี้จาก 11,377.81 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2565 เป็น 26,521.67 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2566 หรือเพิ่มขึ้นถึง 133.10% เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักที่ทำให้รายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นถึง 127.54% จาก 562.83 ล้านบาท เป็น 1,280.69 ล้านบาท การขยายตัวของพอร์ตลูกหนี้ดังกล่าวสอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน เช่น ค่าใช้จ่ายการตลาดและค่าใช้จ่ายพนักงาน เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อ นอกจากนี้ รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 154.44% จาก 106.66 ล้านบาท เป็น 271.39 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากรายได้ค่าคอมมิชชั่นจากการแนะนําแผนประกันภัยและรายได้ค่าธรรมเนียมของบริษัทย่อย การเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมเพื่อรองรับการขยายธุรกิจส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 102.33% จาก 64.73 ล้านบาท เป็น 130.97 ล้านบาท ขณะที่ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นมีจำนวน 122.28 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับปริมาณลูกหนี้ที่เพิ่มขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่ฝ่ายจัดการระบุว่าการเติบโตของพอร์ตลูกหนี้และการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยเป็นผลมาจากการขยายตัวของธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อ ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัท การเติบโตของรายได้อื่นจากการแนะนําแผนประกันภัยและค่าธรรมเนียมก็มีแนวโน้มที่จะเติบโตตามปริมาณธุรกิจที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่สอดคล้องกับการขยายตัวของธุรกิจ อาจเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิไตรมาส 1/2566 เติบโต 75.44%** อยู่ที่ 394.44 ล้านบาท จาก 224.83 ล้านบาท ในปีก่อน
* **พอร์ตลูกหนี้ขยายตัวก้าวกระโดด 133.10%** จาก 11,377.81 ล้านบาท เป็น 26,521.67 ล้านบาท
* **รายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 127.54%** เป็น 1,280.69 ล้านบาท จากการเติบโตของพอร์ตลูกหนี้
* **รายได้อื่นเติบโต 154.44%** เป็น 271.39 ล้านบาท จากรายได้ค่าคอมมิชชั่นและค่าธรรมเนียม
* **ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 159.18%** เป็น 800.36 ล้านบาท เพื่อรองรับการเติบโต
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 102.33%** เป็น 130.97 ล้านบาท ตามเงินกู้ยืมที่เพิ่มขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2566 บริษัทและบริษัทย่อยมีผลกำไรรวมสุทธิ 394.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 169.61 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 75.44 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 224.83 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิเป็นผลมาจากการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยและรายได้อื่นที่สูงกว่าการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและต้นทุนทางการเงิน
## โอกาส
* การเติบโตของพอร์ตลูกหนี้ที่ยังคงมีแนวโน้มที่ดี เป็นโอกาสในการเพิ่มรายได้ดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง
* การขยายตัวของธุรกิจนายหน้าประกันภัยและรายได้ค่าธรรมเนียม เป็นอีกช่องทางในการสร้างรายได้ที่หลากหลาย
* การลงทุนเพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อ จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและขยายฐานลูกค้า
## ความเสี่ยง
* การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในอนาคต หากไม่สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของธุรกิจ อาจเป็นแรงกดดันต่อผลกำไร หากรายได้ไม่สามารถเติบโตได้ทัน
* ความเสี่ยงด้านเครดิตที่อาจเพิ่มขึ้นตามปริมาณลูกหนี้ที่สูงขึ้น แม้ว่าปัจจุบันผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจะสอดคล้องกับปริมาณลูกหนี้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการเติบโตของพอร์ตลูกหนี้ในไตรมาสถัดไป
* การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
* การควบคุมคุณภาพสินทรัพย์และผลขาดทุนด้านเครดิต
* การเติบโตของรายได้ค่าคอมมิชชั่นและค่าธรรมเนียม
* แผนการขยายธุรกิจและการลงทุนเพื่อรองรับการเติบโต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
ในส่วนของธุรกิจการเงิน SCAP มีการเติบโตของพอร์ตสินเชื่ออย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนรายได้ดอกเบี้ย การเพิ่มขึ้นของรายได้อื่นจากการขายผลิตภัณฑ์ประกันภัยและค่าธรรมเนียม แสดงให้เห็นถึงการกระจายแหล่งรายได้ที่นอกเหนือจากดอกเบี้ย อย่างไรก็ตาม การขยายตัวดังกล่าวมาพร้อมกับการเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ซึ่งเป็นสิ่งที่ฝ่ายจัดการต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิดเพื่อให้สามารถรักษาอัตรากำไรที่ดีไว้ได้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมที่สอดคล้องกับต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น บ่งชี้ถึงการระดมทุนเพื่อใช้ในการขยายธุรกิจสินเชื่อ
## สรุปท้าย
SCAP โชว์ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 เติบโตโดดเด่นด้วยกำไรสุทธิที่พุ่งสูงถึง 75.44% โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการขยายตัวอย่างแข็งแกร่งของพอร์ตลูกหนี้ที่ส่งผลให้รายได้ดอกเบี้ยเติบโตอย่างก้าวกระโดด ควบคู่ไปกับการเติบโตของรายได้อื่น แม้ว่าต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานจะปรับตัวสูงขึ้นตามการขยายตัว แต่ผลบวกจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นก็มีน้ำหนักมากกว่า การเติบโตนี้มีแนวโน้มที่จะต่อเนื่องได้ โดยต้องจับตาการบริหารจัดการต้นทุนและคุณภาพสินทรัพย์อย่างใกล้ชิดเพื่อรักษาโมเมนตัมการเติบโตในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SCAP ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
1,536.85
ล้านบาท
↓ 14.6% YoY
กำไรขั้นต้น
1,323.31
ล้านบาท
↓ 17.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
86.11
%
กำไรสุทธิ
219.24
ล้านบาท
↑ 17.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
14.27
%
D/E Ratio
1.55
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,537
↓ -14.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,323
↓ -17.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
219
↑ + 17.9%
YoY
D/E Ratio
1.55
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SCAP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.55
ROE (%)
8.17
ROA (%)
6.49
Book Value/หุ้น
1.73
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SCAP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-4,402
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-154
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SCAP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2562 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-4,402.11
-252.65%
|
2,883.82
-78.56%
|
13,451.84
+2,825.90%
|
459.75
-81.07%
|
2,428.68
|
— |
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-154.35
-2,504.21%
|
6.42
-108.51%
|
-75.42
-104.73%
|
1,593.68
|
0.00
|
— |
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
6,387.31
-398.12%
|
-2,142.55
-83.60%
|
-13,064.83
+284.90%
|
-3,394.30
+329.79%
|
-789.76
|
— |
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,830.84
+144.87%
|
747.69
-184.48%
|
-885.04
-39.80%
|
-1,470.09
-1,239.96%
|
128.96
|
— |
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,452.69
+298.99%
|
614.73
+2.50%
|
599.73
-2.51%
|
615.15
+44.87%
|
424.61
-51.73%
|
— |
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,792.47
-26.92%
|
2,452.69
+298.99%
|
614.73
+24.35%
|
494.37
-19.63%
|
0.00
|
— |