SCAP
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
SCAP
บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล 1969 จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
1.62
+0.01 (+0.62%)

สรุปสั้น

กำไรสุทธิที่ลดลง สาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้ดอกเบี้ย จํานวน 565.12 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามการลดลงของเงินให้สินเชื่อ โดยในรอบนี้ เงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้และดอกเบี้ยค้างรับสุทธิ เท่ากับ 6,051.67 ล้านบาท ลดลงจากสิ้นปี 2563 ที่ 11,484.56 ล้านบาท และ การลดลงของกําไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกําไรขาดทุนจํานวน 38.11 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการลดลงของเงินลงทุนและการวัดมูลค่าตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 9 โดยมีมูลค่า ลดลงจํานวน 38.42 ล้านบาท รวมถึงมีการลดลงของผลขาดทุนจากการขายเงินลงทุนจํานวน 0.31 ล้านบาท

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10000 out_tok=2697 at=2026-07-26T03:10:31 --> # SCAP พลิกกำไร Q3 รับแรงหนุนท่องเที่ยวฟื้น-เปิด “คาร์นิวัลเมจิก” ## รายได้-กำไรฟื้นตัวชัดเจน หลังคลายล็อกดาวน์ ดันยอดขายบัตร-อาหารพุ่ง ขณะที่ต้นทุนการเงินลดลง บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล 1969 จำกัด (มหาชน) หรือ SCAP รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 107.80 ล้านบาท เทียบกับขาดทุนสุทธิ 214.24 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักจากการกลับมาเปิดให้บริการเต็มรูปแบบของธุรกิจในเครือ ทั้งซาฟารีเวิลด์ ภูเก็ตแฟนตาซี และการเปิดตัวอย่างไม่เป็นทางการของ “คาร์นิวัลเมจิก” ส่งผลให้รายได้จากการดำเนินงานพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ต้นทุนทางการเงินลดลงอย่างมาก ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ SCAP พลิกจากขาดทุนกลับมามีกำไรในไตรมาส 3/2565 คือ **การกลับมาของรายได้จากการดำเนินงานที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด** โดยเฉพาะรายได้จากการจำหน่ายบัตรเข้าชมและรายได้จากการจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 และการกลับมาของนักท่องเที่ยว ประกอบกับการเปิดให้บริการเต็มรูปแบบของธุรกิจในเครือ รวมถึงการเปิดตัวโครงการใหม่ "คาร์นิวัลเมจิก" นอกจากนี้ การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของต้นทุนทางการเงินก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนกำไร ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การกลับมาของรายได้มาจากหลายปัจจัยประการแรก การผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้สามารถเปิดให้บริการ "ซาฟารีเวิลด์" ได้ 6 วันต่อสัปดาห์ และ "ภูเก็ตแฟนตาซี" ได้ 2 วันต่อสัปดาห์ ซึ่งช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าหลักอย่างอินเดียและอาหรับ ประการที่สอง การกลับมาเปิดภาคการศึกษาปกติของนักเรียน ทำให้นักเรียนกลับมาท่องเที่ยวทัศนศึกษาเป็นกลุ่มมากขึ้น ประการที่สาม การเปิดให้บริการ "คาร์นิวัลเมจิก" อย่างไม่เป็นทางการตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2565 ซึ่งเป็นโครงการใหม่ที่คาดหวังจะเป็นแลนด์มาร์กสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยว ทั้งหมดนี้ส่งผลให้รายได้จากการดำเนินงานรวมในไตรมาส 3/2565 เพิ่มขึ้นถึง 3,013.19% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ในส่วนของต้นทุนทางการเงินที่ลดลงอย่างมากถึง 45.09% เกิดจากการที่ในไตรมาส 3/2564 โครงการคาร์นิวัลเมจิกได้หยุดก่อสร้างชั่วคราว ทำให้รับรู้ต้นทุนโครงการเข้าเป็นต้นทุนทางการเงิน แต่ในไตรมาส 3/2565 โครงการได้เปิดให้บริการแล้ว จึงไม่มีการรับรู้ต้นทุนส่วนนี้เข้ามาอีก ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการคาดว่าหากสถานการณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทยกลับมาคึกคักเช่นเดิมก่อนเกิดการแพร่ระบาด และนักท่องเที่ยวต่างชาติ เช่น รัสเซีย จีน สามารถเดินทางกลับมาท่องเที่ยวได้อย่างเสรี จะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลต่อรายได้ของกลุ่มบริษัทต่อไปในอนาคต การเปิดตัว "คาร์นิวัลเมจิก" ซึ่งเป็นธีมปาร์คขนาดใหญ่ คาดหวังว่าจะช่วยเพิ่มผลประกอบการในอนาคตได้ อย่างไรก็ตาม ความต่อเนื่องของรายได้จะขึ้นอยู่กับสถานการณ์การท่องเที่ยวโลกและการเดินทางระหว่างประเทศเป็นสำคัญ ## Highlight สำคัญ * **พลิกกำไรสุทธิ:** SCAP กลับมามีกำไรสุทธิ 107.80 ล้านบาทในไตรมาส 3/2565 จากที่ขาดทุนสุทธิ 214.24 ล้านบาทในไตรมาส 3/2564 * **รายได้พุ่ง 3,013.19%:** รายได้จากการดำเนินงานรวม 328.13 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากการกลับมาเปิดให้บริการเต็มรูปแบบและนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น * **ต้นทุนทางการเงินลดลง 45.09%:** การรับรู้ต้นทุนโครงการคาร์นิวัลเมจิกที่ลดลง ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินลดลงอย่างมาก * **เปิดตัว "คาร์นิวัลเมจิก":** โครงการธีมปาร์คแห่งใหม่เริ่มเปิดให้บริการอย่างไม่เป็นทางการ คาดหวังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในอนาคต * **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น:** หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 11.86% เป็น 6,996.24 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการกู้ยืมเพื่อใช้ในการก่อสร้างโครงการคาร์นิวัลเมจิก ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 3/2565 กลุ่มบริษัทมีรายได้จากการดำเนินงานรวม 328.13 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,013.19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งมีรายได้เพียง 10.54 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการกลับมาเปิดให้บริการของธุรกิจในเครือและการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ส่งผลให้กำไรขั้นต้นพลิกจากขาดทุน 47.78 ล้านบาท มาเป็นกำไร 163.99 ล้านบาท แม้จะมีค่าใช้จ่ายในการขายและบริการ และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นตามการดำเนินงาน แต่ด้วยต้นทุนทางการเงินที่ลดลงอย่างมาก ทำให้บริษัทฯ สามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 107.80 ล้านบาท สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2565 กลุ่มบริษัทมีรายได้จากการดำเนินงานรวม 614.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 125.53% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และสามารถลดการขาดทุนสุทธิลงเหลือ 398.22 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 685.01 ล้านบาทในปีก่อน ## โอกาส * **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว:** การผ่อนคลายมาตรการเดินทางระหว่างประเทศ และการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าหลัก จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนรายได้ * **"คาร์นิวัลเมจิก" แลนด์มาร์กใหม่:** การเปิดให้บริการเต็มรูปแบบของธีมปาร์คแห่งใหม่ คาดหวังว่าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวและสร้างรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ * **การกลับมาของกรุ๊ปนักเรียน:** การยกเลิกการเรียนออนไลน์ ทำให้นักเรียนกลับมาท่องเที่ยวทัศนศึกษาเป็นกลุ่ม ซึ่งเป็นรายได้ที่สำคัญ ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของสถานการณ์โควิด-19:** การกลับมาระบาดอีกครั้ง หรือการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัส อาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยว * **การแข่งขันในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว:** การแข่งขันที่สูงขึ้นในธุรกิจสวนสนุกและแหล่งท่องเที่ยว อาจส่งผลต่อส่วนแบ่งทางการตลาดและราคา * **ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก:** ภาวะเศรษฐกิจถดถอย หรือความผันผวนทางเศรษฐกิจ อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของนักท่องเที่ยว * **การบริหารโครงสร้างหนี้:** อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นที่ค่อนข้างสูง (3.45 เท่า) อาจเป็นความเสี่ยงหากไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ:** การฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวจากตลาดหลัก เช่น จีน อินเดีย รัสเซีย * **ผลประกอบการของ "คาร์นิวัลเมจิก":** ประสิทธิภาพในการดึงดูดนักท่องเที่ยวและสร้างรายได้ของโครงการใหม่ * **การบริหารจัดการต้นทุน:** การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขาย บริหาร และต้นทุนอื่นๆ ให้สอดคล้องกับรายได้ * **การบริหารจัดการหนี้สิน:** ความคืบหน้าในการบริหารโครงสร้างเงินทุน และการลดอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น * **การเปลี่ยนแปลงนโยบายการเดินทางระหว่างประเทศ:** การปรับเปลี่ยนกฎระเบียบต่างๆ ที่อาจส่งผลต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยว ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์) * **รายได้จากการดำเนินงาน:** รายได้จากการจำหน่ายบัตรเข้าชม 224.79 ล้านบาท, รายได้อาหารและเครื่องดื่ม 50.47 ล้านบาท, รายได้อื่น 62.87 ล้านบาท * **ต้นทุนขายและบริการ:** เพิ่มขึ้น 248.79% เป็น 125.32 ล้านบาท สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น * **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริการ:** เพิ่มขึ้น 1,166.67% เป็น 19.76 ล้านบาท จากการเปิดให้บริการมากขึ้น * **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** เพิ่มขึ้น 107.69% เป็น 205.18 ล้านบาท จากจำนวนวันและพนักงานที่เพิ่มขึ้น * **ต้นทุนทางการเงิน:** ลดลง 45.09% เป็น 47.83 ล้านบาท เนื่องจากไม่มีการรับรู้ต้นทุนโครงการคาร์นิวัลเมจิก ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด * **สินทรัพย์รวม:** 9,025.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.96% จากสิ้นปี 2564 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและเงินสดฯ ส่วนสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการรับรู้โครงการคาร์นิวัลเมจิกเป็นทรัพย์สินถาวร * **หนี้สินรวม:** 6,996.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.86% จากสิ้นปี 2564 โดยส่วนใหญ่มาจากการกู้ยืมเงินเพื่อใช้ในการก่อสร้างโครงการคาร์นิวัลเมจิก และเจ้าหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้น * **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** 2,029.40 ล้านบาท ลดลง 16.40% จากสิ้นปี 2564 เนื่องจากผลการดำเนินงานขาดทุนสุทธิสำหรับงวด 9 เดือน * **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น:** 3.45 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 2.40 เท่า ณ สิ้นปี 2564 * **กระแสเงินสด:** กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 71.13 ล้านบาท, ใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 238.32 ล้านบาท, ได้มาในกิจกรรมจัดหาเงิน 187.02 ล้านบาท ส่งผลให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดปลายงวดเพิ่มขึ้นเป็น 36.34 ล้านบาท ## สรุปท้าย SCAP พลิกเกมกลับมามีกำไรในไตรมาส 3/2565 ได้อย่างน่าประทับใจ จากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและการเปิดให้บริการเต็มรูปแบบของธุรกิจในเครือ รวมถึงการเปิดตัวโครงการใหม่ "คาร์นิวัลเมจิก" ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่หนุนรายได้ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าฐานะทางการเงินจะยังคงมีหนี้สินในระดับสูง แต่แนวโน้มการดำเนินงานที่สดใสขึ้น ประกอบกับโอกาสจากการท่องเที่ยวที่คาดว่าจะฟื้นตัวต่อเนื่อง ทำให้ SCAP เป็นหุ้นที่น่าจับตาในระยะต่อไป โดยต้องติดตามความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและหนี้สิน รวมถึงการตอบรับของตลาดต่อโครงการใหม่เป็นสำคัญ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SCAP ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
1,536.85 ล้านบาท
↓ 14.6% YoY
กำไรขั้นต้น
1,323.31 ล้านบาท
↓ 17.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
86.11 %
กำไรสุทธิ
219.24 ล้านบาท
↑ 17.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
14.27 %
D/E Ratio
1.55
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,537
↓ -14.6% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,323
↓ -17.4% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
219
↑ + 17.9% YoY
D/E Ratio
1.55

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SCAP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
1,536.85
-14.61%
1,799.78
-11.14%
2,025.44
-15.92%
2,408.94
+102.09%
1,192.01
+162.00%
-1,922.73
+7.29%
กำไรขั้นต้น —
1,323.31
-17.43%
1,602.71
-8.59%
1,753.25
+26.94%
1,381.21
-4.47%
1,445.85
+125.62%
-5,642.49
+1.07%
ค่าใช้จ่ายรวม —
436.57
-31.41%
636.53
-13.25%
733.79
-25.47%
984.61
+29.63%
759.58
+429.37%
-230.62
+62.35%
กำไรสุทธิ —
219.24
+17.86%
186.02
+69.33%
109.86
-61.33%
284.10
-59.36%
699.03
+179.25%
-882.08
-124.63%
กำไรต่อหุ้น —
0.03
+17.86%
0.03
+64.71%
0.02
-60.47%
0.04
-59.05%
0.11
+178.95%
-0.13
-125.42%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
86.11
-3.30%
89.05
+2.88%
86.56
+50.96%
57.34
-52.72%
121.29
—
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
28.41
-19.68%
35.37
-2.37%
36.23
-11.35%
40.87
-35.86%
63.72
—
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
14.27
+38.01%
10.34
+90.77%
5.42
-54.03%
11.79
-79.89%
58.64
—
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
-7.02
+89.65%
-67.83
0.00
0.00
0.00
0.00
ROE(%) —
8.17
+17.72%
6.94
-20.50%
8.73
+44.54%
6.04
-36.02%
9.44
-43.13%
16.60
+121.63%
ROA(%) —
6.49
+9.44%
5.93
-10.15%
6.60
-6.38%
7.05
-1.12%
7.13
-34.10%
10.82
+85.27%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
1.55
-33.19%
2.32
-18.31%
2.84
+123.62%
1.27
+176.09%
0.46
-55.77%
1.04
-58.57%
P/E —
8.25
-47.15%
15.61
-26.47%
21.23
-67.17%
64.66
+302.36%
16.07
+71.32%
9.38
-75.30%
P/BV —
0.64
-33.33%
0.96
-59.49%
2.37
-27.52%
3.27
+94.64%
1.68
-3.45%
1.74
-11.68%
BV —
1.63
+6.54%
1.53
+3.38%
1.48
-81.91%
8.18
-52.93%
17.38
+2.54%
16.95
+5.41%
YIELD(%) —
0.22
+46.67%
0.15
-98.35%
9.09
+599.23%
1.30
-72.86%
4.79
-37.22%
7.63
ราคาหุ้น —
1.04
-29.25%
1.47
-58.24%
3.52
-86.84%
26.75
-8.55%
29.25
-0.85%
29.50
-7.09%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.55
ROE (%)
8.17
ROA (%)
6.49
Book Value/หุ้น
1.73

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SCAP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
18,962.44
-4.69%
19,894.91
+1.87%
19,530.64
+73.91%
11,123.92
-18.22%
0.00
0.00
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
10,316.81
-32.73%
15,337.14
-17.87%
18,673.26
+34.16%
13,918.35
+109.88%
0.00
0.00
รวมสินทรัพย์ —
29,279.25
-16.90%
35,232.05
-7.78%
38,203.91
+51.91%
25,042.28
+23.76%
14,249.81
-27.23%
0.00
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
13,598.25
-27.44%
18,741.23
-23.14%
24,384.48
+299.79%
6,098.89
+35.40%
0.00
0.00
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
4,210.92
-28.38%
5,879.24
+51.59%
3,878.38
-50.97%
7,910.75
+46.73%
0.00
0.00
รวมหนี้สิน —
17,809.18
-27.67%
24,620.47
-12.89%
28,262.86
+101.73%
14,009.64
+41.58%
4,506.13
-54.87%
0.00
รวมส่วนของเจ้าของ —
11,470.08
+8.09%
10,611.58
+6.75%
9,941.05
-10.76%
11,032.64
+6.72%
9,743.67
+1.53%
0.00
D/E —
1.55
2.32
2.84
1.27
0.46
—
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
8.17
6.94
8.73
6.04
9.44
16.60
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
6.49
5.93
6.60
7.05
7.13
10.82
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
วงจรเงินสด —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-4,402
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-154
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SCAP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2562
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-4,402.11
-252.65%
2,883.82
-78.56%
13,451.84
+2,825.90%
459.75
-81.07%
2,428.68
—
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
-154.35
-2,504.21%
6.42
-108.51%
-75.42
-104.73%
1,593.68
0.00
—
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
6,387.31
-398.12%
-2,142.55
-83.60%
-13,064.83
+284.90%
-3,394.30
+329.79%
-789.76
—
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
1,830.84
+144.87%
747.69
-184.48%
-885.04
-39.80%
-1,470.09
-1,239.96%
128.96
—
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
2,452.69
+298.99%
614.73
+2.50%
599.73
-2.51%
615.15
+44.87%
424.61
-51.73%
—
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
1,792.47
-26.92%
2,452.69
+298.99%
614.73
+24.35%
494.37
-19.63%
0.00
—