SCAP
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
SCAP
บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล 1969 จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
1.81
0.01 (0.55%)

สรุปสั้น

กำไรสุทธิที่ลดลง สาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้ดอกเบี้ย จํานวน 565.12 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามการลดลงของเงินให้สินเชื่อ โดยในรอบนี้ เงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้และดอกเบี้ยค้างรับสุทธิ เท่ากับ 6,051.67 ล้านบาท ลดลงจากสิ้นปี 2563 ที่ 11,484.56 ล้านบาท และ การลดลงของกําไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกําไรขาดทุนจํานวน 38.11 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการลดลงของเงินลงทุนและการวัดมูลค่าตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 9 โดยมีมูลค่า ลดลงจํานวน 38.42 ล้านบาท รวมถึงมีการลดลงของผลขาดทุนจากการขายเงินลงทุนจํานวน 0.31 ล้านบาท

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10000 out_tok=2697 at=2026-07-26T03:10:31 --> # SCAP พลิกกำไร Q3 รับแรงหนุนท่องเที่ยวฟื้น-เปิด “คาร์นิวัลเมจิก” ## รายได้-กำไรฟื้นตัวชัดเจน หลังคลายล็อกดาวน์ ดันยอดขายบัตร-อาหารพุ่ง ขณะที่ต้นทุนการเงินลดลง บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล 1969 จำกัด (มหาชน) หรือ SCAP รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 107.80 ล้านบาท เทียบกับขาดทุนสุทธิ 214.24 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักจากการกลับมาเปิดให้บริการเต็มรูปแบบของธุรกิจในเครือ ทั้งซาฟารีเวิลด์ ภูเก็ตแฟนตาซี และการเปิดตัวอย่างไม่เป็นทางการของ “คาร์นิวัลเมจิก” ส่งผลให้รายได้จากการดำเนินงานพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ต้นทุนทางการเงินลดลงอย่างมาก ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ SCAP พลิกจากขาดทุนกลับมามีกำไรในไตรมาส 3/2565 คือ **การกลับมาของรายได้จากการดำเนินงานที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด** โดยเฉพาะรายได้จากการจำหน่ายบัตรเข้าชมและรายได้จากการจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 และการกลับมาของนักท่องเที่ยว ประกอบกับการเปิดให้บริการเต็มรูปแบบของธุรกิจในเครือ รวมถึงการเปิดตัวโครงการใหม่ "คาร์นิวัลเมจิก" นอกจากนี้ การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของต้นทุนทางการเงินก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนกำไร ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การกลับมาของรายได้มาจากหลายปัจจัยประการแรก การผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้สามารถเปิดให้บริการ "ซาฟารีเวิลด์" ได้ 6 วันต่อสัปดาห์ และ "ภูเก็ตแฟนตาซี" ได้ 2 วันต่อสัปดาห์ ซึ่งช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าหลักอย่างอินเดียและอาหรับ ประการที่สอง การกลับมาเปิดภาคการศึกษาปกติของนักเรียน ทำให้นักเรียนกลับมาท่องเที่ยวทัศนศึกษาเป็นกลุ่มมากขึ้น ประการที่สาม การเปิดให้บริการ "คาร์นิวัลเมจิก" อย่างไม่เป็นทางการตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2565 ซึ่งเป็นโครงการใหม่ที่คาดหวังจะเป็นแลนด์มาร์กสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยว ทั้งหมดนี้ส่งผลให้รายได้จากการดำเนินงานรวมในไตรมาส 3/2565 เพิ่มขึ้นถึง 3,013.19% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ในส่วนของต้นทุนทางการเงินที่ลดลงอย่างมากถึง 45.09% เกิดจากการที่ในไตรมาส 3/2564 โครงการคาร์นิวัลเมจิกได้หยุดก่อสร้างชั่วคราว ทำให้รับรู้ต้นทุนโครงการเข้าเป็นต้นทุนทางการเงิน แต่ในไตรมาส 3/2565 โครงการได้เปิดให้บริการแล้ว จึงไม่มีการรับรู้ต้นทุนส่วนนี้เข้ามาอีก ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการคาดว่าหากสถานการณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทยกลับมาคึกคักเช่นเดิมก่อนเกิดการแพร่ระบาด และนักท่องเที่ยวต่างชาติ เช่น รัสเซีย จีน สามารถเดินทางกลับมาท่องเที่ยวได้อย่างเสรี จะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลต่อรายได้ของกลุ่มบริษัทต่อไปในอนาคต การเปิดตัว "คาร์นิวัลเมจิก" ซึ่งเป็นธีมปาร์คขนาดใหญ่ คาดหวังว่าจะช่วยเพิ่มผลประกอบการในอนาคตได้ อย่างไรก็ตาม ความต่อเนื่องของรายได้จะขึ้นอยู่กับสถานการณ์การท่องเที่ยวโลกและการเดินทางระหว่างประเทศเป็นสำคัญ ## Highlight สำคัญ * **พลิกกำไรสุทธิ:** SCAP กลับมามีกำไรสุทธิ 107.80 ล้านบาทในไตรมาส 3/2565 จากที่ขาดทุนสุทธิ 214.24 ล้านบาทในไตรมาส 3/2564 * **รายได้พุ่ง 3,013.19%:** รายได้จากการดำเนินงานรวม 328.13 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากการกลับมาเปิดให้บริการเต็มรูปแบบและนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น * **ต้นทุนทางการเงินลดลง 45.09%:** การรับรู้ต้นทุนโครงการคาร์นิวัลเมจิกที่ลดลง ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินลดลงอย่างมาก * **เปิดตัว "คาร์นิวัลเมจิก":** โครงการธีมปาร์คแห่งใหม่เริ่มเปิดให้บริการอย่างไม่เป็นทางการ คาดหวังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในอนาคต * **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น:** หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 11.86% เป็น 6,996.24 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการกู้ยืมเพื่อใช้ในการก่อสร้างโครงการคาร์นิวัลเมจิก ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 3/2565 กลุ่มบริษัทมีรายได้จากการดำเนินงานรวม 328.13 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,013.19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งมีรายได้เพียง 10.54 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการกลับมาเปิดให้บริการของธุรกิจในเครือและการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ส่งผลให้กำไรขั้นต้นพลิกจากขาดทุน 47.78 ล้านบาท มาเป็นกำไร 163.99 ล้านบาท แม้จะมีค่าใช้จ่ายในการขายและบริการ และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นตามการดำเนินงาน แต่ด้วยต้นทุนทางการเงินที่ลดลงอย่างมาก ทำให้บริษัทฯ สามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 107.80 ล้านบาท สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2565 กลุ่มบริษัทมีรายได้จากการดำเนินงานรวม 614.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 125.53% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และสามารถลดการขาดทุนสุทธิลงเหลือ 398.22 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 685.01 ล้านบาทในปีก่อน ## โอกาส * **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว:** การผ่อนคลายมาตรการเดินทางระหว่างประเทศ และการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าหลัก จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนรายได้ * **"คาร์นิวัลเมจิก" แลนด์มาร์กใหม่:** การเปิดให้บริการเต็มรูปแบบของธีมปาร์คแห่งใหม่ คาดหวังว่าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวและสร้างรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ * **การกลับมาของกรุ๊ปนักเรียน:** การยกเลิกการเรียนออนไลน์ ทำให้นักเรียนกลับมาท่องเที่ยวทัศนศึกษาเป็นกลุ่ม ซึ่งเป็นรายได้ที่สำคัญ ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของสถานการณ์โควิด-19:** การกลับมาระบาดอีกครั้ง หรือการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัส อาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยว * **การแข่งขันในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว:** การแข่งขันที่สูงขึ้นในธุรกิจสวนสนุกและแหล่งท่องเที่ยว อาจส่งผลต่อส่วนแบ่งทางการตลาดและราคา * **ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก:** ภาวะเศรษฐกิจถดถอย หรือความผันผวนทางเศรษฐกิจ อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของนักท่องเที่ยว * **การบริหารโครงสร้างหนี้:** อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นที่ค่อนข้างสูง (3.45 เท่า) อาจเป็นความเสี่ยงหากไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ:** การฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวจากตลาดหลัก เช่น จีน อินเดีย รัสเซีย * **ผลประกอบการของ "คาร์นิวัลเมจิก":** ประสิทธิภาพในการดึงดูดนักท่องเที่ยวและสร้างรายได้ของโครงการใหม่ * **การบริหารจัดการต้นทุน:** การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขาย บริหาร และต้นทุนอื่นๆ ให้สอดคล้องกับรายได้ * **การบริหารจัดการหนี้สิน:** ความคืบหน้าในการบริหารโครงสร้างเงินทุน และการลดอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น * **การเปลี่ยนแปลงนโยบายการเดินทางระหว่างประเทศ:** การปรับเปลี่ยนกฎระเบียบต่างๆ ที่อาจส่งผลต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยว ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์) * **รายได้จากการดำเนินงาน:** รายได้จากการจำหน่ายบัตรเข้าชม 224.79 ล้านบาท, รายได้อาหารและเครื่องดื่ม 50.47 ล้านบาท, รายได้อื่น 62.87 ล้านบาท * **ต้นทุนขายและบริการ:** เพิ่มขึ้น 248.79% เป็น 125.32 ล้านบาท สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น * **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริการ:** เพิ่มขึ้น 1,166.67% เป็น 19.76 ล้านบาท จากการเปิดให้บริการมากขึ้น * **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** เพิ่มขึ้น 107.69% เป็น 205.18 ล้านบาท จากจำนวนวันและพนักงานที่เพิ่มขึ้น * **ต้นทุนทางการเงิน:** ลดลง 45.09% เป็น 47.83 ล้านบาท เนื่องจากไม่มีการรับรู้ต้นทุนโครงการคาร์นิวัลเมจิก ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด * **สินทรัพย์รวม:** 9,025.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.96% จากสิ้นปี 2564 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและเงินสดฯ ส่วนสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการรับรู้โครงการคาร์นิวัลเมจิกเป็นทรัพย์สินถาวร * **หนี้สินรวม:** 6,996.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.86% จากสิ้นปี 2564 โดยส่วนใหญ่มาจากการกู้ยืมเงินเพื่อใช้ในการก่อสร้างโครงการคาร์นิวัลเมจิก และเจ้าหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้น * **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** 2,029.40 ล้านบาท ลดลง 16.40% จากสิ้นปี 2564 เนื่องจากผลการดำเนินงานขาดทุนสุทธิสำหรับงวด 9 เดือน * **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น:** 3.45 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 2.40 เท่า ณ สิ้นปี 2564 * **กระแสเงินสด:** กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 71.13 ล้านบาท, ใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 238.32 ล้านบาท, ได้มาในกิจกรรมจัดหาเงิน 187.02 ล้านบาท ส่งผลให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดปลายงวดเพิ่มขึ้นเป็น 36.34 ล้านบาท ## สรุปท้าย SCAP พลิกเกมกลับมามีกำไรในไตรมาส 3/2565 ได้อย่างน่าประทับใจ จากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและการเปิดให้บริการเต็มรูปแบบของธุรกิจในเครือ รวมถึงการเปิดตัวโครงการใหม่ "คาร์นิวัลเมจิก" ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่หนุนรายได้ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าฐานะทางการเงินจะยังคงมีหนี้สินในระดับสูง แต่แนวโน้มการดำเนินงานที่สดใสขึ้น ประกอบกับโอกาสจากการท่องเที่ยวที่คาดว่าจะฟื้นตัวต่อเนื่อง ทำให้ SCAP เป็นหุ้นที่น่าจับตาในระยะต่อไป โดยต้องติดตามความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและหนี้สิน รวมถึงการตอบรับของตลาดต่อโครงการใหม่เป็นสำคัญ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SCAP ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
1,536.85 ล้านบาท
↓ 14.6% YoY
กำไรขั้นต้น
1,323.31 ล้านบาท
↓ 17.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
86.11 %
กำไรสุทธิ
219.24 ล้านบาท
↑ 17.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
14.27 %
D/E Ratio
1.55
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,537
↓ -14.6% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,323
↓ -17.4% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
219
↑ + 17.9% YoY
D/E Ratio
1.55

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SCAP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
1,536.85
-14.61%
1,799.78
-11.14%
2,025.44
-15.92%
2,408.94
+102.09%
1,192.01
+162.00%
-1,922.73
+7.29%
กำไรขั้นต้น
1,323.31
-17.43%
1,602.71
-8.59%
1,753.25
+26.94%
1,381.21
-4.47%
1,445.85
+125.62%
-5,642.49
+1.07%
ค่าใช้จ่ายรวม
436.57
-31.41%
636.53
-13.25%
733.79
-25.47%
984.61
+29.63%
759.58
+429.37%
-230.62
+62.35%
กำไรสุทธิ
219.24
+17.86%
186.02
+69.33%
109.86
-61.33%
284.10
-59.36%
699.03
+179.25%
-882.08
-124.63%
กำไรต่อหุ้น
0.03
+17.86%
0.03
+64.71%
0.02
-60.47%
0.04
-59.05%
0.11
+178.95%
-0.13
-125.42%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
86.11
-3.30%
89.05
+2.88%
86.56
+50.96%
57.34
-52.72%
121.29
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
28.41
-19.68%
35.37
-2.37%
36.23
-11.35%
40.87
-35.86%
63.72
อัตรากำไรสุทธิ(%)
14.27
+38.01%
10.34
+90.77%
5.42
-54.03%
11.79
-79.89%
58.64
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
-7.02
+89.65%
-67.83
0.00
0.00
0.00
0.00
ROE(%)
8.17
+17.72%
6.94
-20.50%
8.73
+44.54%
6.04
-36.02%
9.44
-43.13%
16.60
+121.63%
ROA(%)
6.49
+9.44%
5.93
-10.15%
6.60
-6.38%
7.05
-1.12%
7.13
-34.10%
10.82
+85.27%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
1.55
-33.19%
2.32
-18.31%
2.84
+123.62%
1.27
+176.09%
0.46
-55.77%
1.04
-58.57%
P/E
8.25
-47.15%
15.61
-26.47%
21.23
-67.17%
64.66
+302.36%
16.07
+71.32%
9.38
-75.30%
P/BV
0.64
-33.33%
0.96
-59.49%
2.37
-27.52%
3.27
+94.64%
1.68
-3.45%
1.74
-11.68%
BV
1.63
+6.54%
1.53
+3.38%
1.48
-81.91%
8.18
-52.93%
17.38
+2.54%
16.95
+5.41%
YIELD(%)
0.22
+46.67%
0.15
-98.35%
9.09
+599.23%
1.30
-72.86%
4.79
-37.22%
7.63
ราคาหุ้น
1.04
-29.25%
1.47
-58.24%
3.52
-86.84%
26.75
-8.55%
29.25
-0.85%
29.50
-7.09%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.55
ROE (%)
8.17
ROA (%)
6.49
Book Value/หุ้น
1.73

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SCAP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
18,962.44
-4.69%
19,894.91
+1.87%
19,530.64
+73.91%
11,123.92
-18.22%
0.00
0.00
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
10,316.81
-32.73%
15,337.14
-17.87%
18,673.26
+34.16%
13,918.35
+109.88%
0.00
0.00
รวมสินทรัพย์
29,279.25
-16.90%
35,232.05
-7.78%
38,203.91
+51.91%
25,042.28
+23.76%
14,249.81
-27.23%
0.00
รวมหนี้สินหมุนเวียน
13,598.25
-27.44%
18,741.23
-23.14%
24,384.48
+299.79%
6,098.89
+35.40%
0.00
0.00
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
4,210.92
-28.38%
5,879.24
+51.59%
3,878.38
-50.97%
7,910.75
+46.73%
0.00
0.00
รวมหนี้สิน
17,809.18
-27.67%
24,620.47
-12.89%
28,262.86
+101.73%
14,009.64
+41.58%
4,506.13
-54.87%
0.00
รวมส่วนของเจ้าของ
11,470.08
+8.09%
10,611.58
+6.75%
9,941.05
-10.76%
11,032.64
+6.72%
9,743.67
+1.53%
0.00
D/E
1.55
2.32
2.84
1.27
0.46
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
8.17
6.94
8.73
6.04
9.44
16.60
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
6.49
5.93
6.60
7.05
7.13
10.82
อัตราส่วนสภาพคล่อง
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
วงจรเงินสด
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-4,402
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-154
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SCAP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2562
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-4,402.11
-252.65%
2,883.82
-78.56%
13,451.84
+2,825.90%
459.75
-81.07%
2,428.68
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
-154.35
-2,504.21%
6.42
-108.51%
-75.42
-104.73%
1,593.68
0.00
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
6,387.31
-398.12%
-2,142.55
-83.60%
-13,064.83
+284.90%
-3,394.30
+329.79%
-789.76
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
1,830.84
+144.87%
747.69
-184.48%
-885.04
-39.80%
-1,470.09
-1,239.96%
128.96
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
2,452.69
+298.99%
614.73
+2.50%
599.73
-2.51%
615.15
+44.87%
424.61
-51.73%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
1,792.47
-26.92%
2,452.69
+298.99%
614.73
+24.35%
494.37
-19.63%
0.00