บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล 1969 จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
1.81
0.01 (0.55%)
สรุปสั้น
กำไรสุทธิที่ลดลง สาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้ดอกเบี้ย จํานวน 565.12 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามการลดลงของเงินให้สินเชื่อ
โดยในรอบนี้ เงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้และดอกเบี้ยค้างรับสุทธิ เท่ากับ 6,051.67 ล้านบาท ลดลงจากสิ้นปี 2563 ที่ 11,484.56 ล้านบาท
และ การลดลงของกําไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกําไรขาดทุนจํานวน 38.11 ล้านบาท
ซึ่งเป็นผลมาจากการลดลงของเงินลงทุนและการวัดมูลค่าตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 9 โดยมีมูลค่า
ลดลงจํานวน 38.42 ล้านบาท รวมถึงมีการลดลงของผลขาดทุนจากการขายเงินลงทุนจํานวน 0.31 ล้านบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4879 out_tok=2652 at=2026-07-26T03:34:37 -->
# BYOND (BYOND) ขาดทุนสุทธิลดลง Q2/2565 รับแรงหนุนรายได้ค่าธรรมเนียม-ค่าคอมฯ โบรกเกอร์
## รายได้รวมหดกว่า 98% แต่ขาดทุนสุทธิลดลง 36% จากการบริหารค่าใช้จ่ายและโอนกลับผลขาดทุนฯ
บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ BYOND รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีผลขาดทุนสุทธิ 48.80 ล้านบาท ลดลง 36.48% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีขาดทุนสุทธิ 76.83 ล้านบาท แม้รายได้รวมจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายและรายการโอนกลับผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ช่วยจำกัดการขาดทุนให้ลดลง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลขาดทุนสุทธิของ BYOND ในไตรมาส 2 ปี 2565 ลดลง คือ **การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายรวมที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายอื่นที่ลดลงจากการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และการโอนกลับผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ประกอบกับรายได้จากค่าธรรมเนียมและบริการที่เติบโตสูง รวมถึงรายได้ค่านายหน้าจากธุรกิจหลักทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าภาพรวมรายได้รวมจะลดลงอย่างมากจากการขาดทุนและผลตอบแทนจากเครื่องมือทางการเงินที่ลดลง และกำไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่หายไป
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**รายได้รวมลดลงอย่างมาก** เป็นผลมาจาก:
* **กำไร (ขาดทุน) และผลตอบแทนจากเครื่องมือทางการเงินลดลง:** จากกำไร 14.49 ล้านบาท เป็นขาดทุน 4.94 ล้านบาท คิดเป็นการลดลง 134.09% ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากกำไรจากการซื้อขายหลักทรัพย์ลดลง
* **กำไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัทร่วมลดลง:** ลดลง 18.21 ล้านบาท เนื่องจากปีก่อนมีกำไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัทร่วมแห่งหนึ่ง
* **ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม:** เพิ่มขึ้น 18.03 ล้านบาท เป็น 18.03 ล้านบาท (ในงวด 3 เดือน) เกิดจากการรับรู้ผลขาดทุนของกลุ่มบริษัท ไทยสมายล์บัส จำกัด ที่เพิ่งเริ่มดำเนินงาน
อย่างไรก็ตาม **รายได้จากการดำเนินงานหลักยังคงเติบโต**:
* **รายได้ค่านายหน้าเพิ่มขึ้น:** 19.16% ในงวด 3 เดือน และ 41.92% ในงวด 6 เดือน จากมูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์ของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นไปตามแผนการตลาด
* **รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการเพิ่มขึ้น:** 139.67% ในงวด 3 เดือน และ 71.49% ในงวด 6 เดือน ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียมด้านวาณิชธนกิจ
**ค่าใช้จ่ายรวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** เป็นผลมาจาก:
* **ค่าใช้จ่ายอื่นลดลง:** 17.50% ในงวด 3 เดือน (8.70 ล้านบาท) ส่วนใหญ่เป็นผลจากการที่ปีก่อนมีค่าปรับจากหน่วยงานกำกับดูแล 6.46 ล้านบาท และการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น
* **การโอนกลับผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น:** 5.40 ล้านบาทในงวด 3 เดือน และ 12.53 ล้านบาทในงวด 6 เดือน เกิดจากการได้รับชำระคืนเงินให้กู้ยืมและตั๋วแลกเงินที่เคยตั้งสำรองไว้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** ปัจจัยที่ส่งผลให้ขาดทุนสุทธิลดลงในรอบนี้มีทั้งปัจจัยที่อาจเกิดขึ้นต่อเนื่องและปัจจัยที่อาจเป็นครั้งคราว
* **ปัจจัยที่อาจต่อเนื่อง:** การเติบโตของรายได้ค่านายหน้าและรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการจากธุรกิจหลักทรัพย์และวาณิชธนกิจ ซึ่งเป็นไปตามแผนการตลาดและจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ
* **ปัจจัยที่อาจเป็นครั้งคราว:** การโอนกลับผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ขึ้นอยู่กับการได้รับชำระคืนเงินกู้ยืมและตั๋วแลกเงินในอนาคต และการลดลงของค่าใช้จ่ายอื่นที่ส่วนหนึ่งมาจากค่าปรับที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในปีที่แล้ว
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิลดลง 36.48% YoY:** งวด 3 เดือน สิ้นสุด 30 มิ.ย. 65 ขาดทุนสุทธิ 48.80 ล้านบาท เทียบกับ 76.83 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมลดลง 98.36% YoY:** งวด 3 เดือน สิ้นสุด 30 มิ.ย. 65 อยู่ที่ 0.84 ล้านบาท เทียบกับ 51.17 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้ค่านายหน้าเพิ่มขึ้น 19.16% YoY:** งวด 3 เดือน สิ้นสุด 30 มิ.ย. 65 อยู่ที่ 13.31 ล้านบาท จาก 11.17 ล้านบาท
* **รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการเพิ่มขึ้น 139.67% YoY:** งวด 3 เดือน สิ้นสุด 30 มิ.ย. 65 อยู่ที่ 4.41 ล้านบาท จาก 1.84 ล้านบาท
* **ค่าใช้จ่ายรวมลดลง 61.22% YoY:** งวด 3 เดือน สิ้นสุด 30 มิ.ย. 65 อยู่ที่ 49.68 ล้านบาท จาก 128.11 ล้านบาท
* **โอนกลับผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น:** 5.40 ล้านบาทในงวด 3 เดือน และ 12.53 ล้านบาทในงวด 6 เดือน
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทมีขาดทุนสุทธิ 48.80 ล้านบาท ลดลง 36.48% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีขาดทุนสุทธิ 76.83 ล้านบาท โดยรายได้รวมลดลง 98.36% จาก 51.17 ล้านบาท เป็น 0.84 ล้านบาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมลดลง 61.22% จาก 128.11 ล้านบาท เป็น 49.68 ล้านบาท
สำหรับงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทมีขาดทุนสุทธิ 82.43 ล้านบาท ลดลง 1.73% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีขาดทุนสุทธิ 83.88 ล้านบาท โดยรายได้รวมลดลง 96.60% จาก 72.55 ล้านบาท เป็น 2.47 ล้านบาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมลดลง 45.73% จาก 156.62 ล้านบาท เป็น 84.99 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจหลักทรัพย์:** มูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์ของลูกค้าเพิ่มขึ้นจากจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นไปตามแผนการตลาดของบริษัท
* **การเติบโตของธุรกิจวาณิชธนกิจ:** รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการด้านวาณิชธนกิจมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย:** บริษัทมีการควบคุมค่าใช้จ่ายโดยการลดหรือตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นลง เพื่อผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของตลาดทุน:** กำไร (ขาดทุน) และผลตอบแทนจากเครื่องมือทางการเงินมีความผันผวนสูงจากการซื้อขายหลักทรัพย์
* **ผลประกอบการของบริษัทร่วม:** ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม โดยเฉพาะกลุ่มบริษัท ไทยสมายล์บัส จำกัด ที่เพิ่งเริ่มดำเนินงาน อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการโดยรวม
* **การพึ่งพารายได้จากรายการพิเศษ:** การโอนกลับผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น อาจไม่สามารถเกิดขึ้นได้อย่างต่อเนื่องในทุกไตรมาส
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้ค่านายหน้าและค่าธรรมเนียม:** จะสามารถเติบโตต่อเนื่องได้หรือไม่ ท่ามกลางสภาวะตลาดทุน
* **ผลประกอบการของกลุ่มบริษัท ไทยสมายล์บัส:** จะสามารถพลิกกลับมามีกำไรได้เร็วเพียงใด
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย:** จะสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายให้อยู่ในระดับต่ำได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่
* **การเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบ:** ที่อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจหลักทรัพย์และวาณิชธนกิจ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
ในส่วนของธุรกิจหลักทรัพย์ BYOND มีการเติบโตของรายได้ค่านายหน้า 19.16% ในงวด 3 เดือน และ 41.92% ในงวด 6 เดือน ซึ่งสะท้อนถึงการเพิ่มขึ้นของมูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์จากจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้นตามแผนการตลาด นอกจากนี้ รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการด้านวาณิชธนกิจก็เติบโตอย่างมีนัยสำคัญถึง 139.67% ในงวด 3 เดือน และ 71.49% ในงวด 6 เดือน อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่กดดันผลประกอบการคือความผันผวนของกำไร (ขาดทุน) และผลตอบแทนจากเครื่องมือทางการเงิน ซึ่งลดลงจากกำไร 14.49 ล้านบาท เป็นขาดทุน 4.94 ล้านบาทในงวด 3 เดือน และจากกำไร 19.30 ล้านบาท เป็นขาดทุน 4.39 ล้านบาทในงวด 6 เดือน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากกำไรจากการซื้อขายหลักทรัพย์ที่ลดลง
ในด้านการบริหารจัดการค่าใช้จ่าย บริษัทสามารถลดค่าใช้จ่ายรวมลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายอื่นที่ลดลง 17.50% ในงวด 3 เดือน ส่วนหนึ่งมาจากการไม่มีค่าปรับจากหน่วยงานกำกับดูแลเหมือนปีก่อน และการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น นอกจากนี้ การโอนกลับผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น 5.40 ล้านบาทในงวด 3 เดือน และ 12.53 ล้านบาทในงวด 6 เดือน ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดผลขาดทุนสุทธิ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัท
## สรุปท้าย
BYOND ในไตรมาส 2 ปี 2565 สามารถลดผลขาดทุนสุทธิลงได้ 36.48% YoY แม้รายได้รวมจะหดตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากการเติบโตของรายได้ค่านายหน้าและค่าธรรมเนียมจากธุรกิจหลักทรัพย์และวาณิชธนกิจ ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ และการโอนกลับผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของผลตอบแทนจากเครื่องมือทางการเงิน และผลประกอบการของบริษัทร่วม ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SCAP ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
1,536.85
ล้านบาท
↓ 14.6% YoY
กำไรขั้นต้น
1,323.31
ล้านบาท
↓ 17.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
86.11
%
กำไรสุทธิ
219.24
ล้านบาท
↑ 17.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
14.27
%
D/E Ratio
1.55
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,537
↓ -14.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,323
↓ -17.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
219
↑ + 17.9%
YoY
D/E Ratio
1.55
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SCAP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.55
ROE (%)
8.17
ROA (%)
6.49
Book Value/หุ้น
1.73
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SCAP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-4,402
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-154
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SCAP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2562 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-4,402.11
-252.65%
|
2,883.82
-78.56%
|
13,451.84
+2,825.90%
|
459.75
-81.07%
|
2,428.68
|
— |
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-154.35
-2,504.21%
|
6.42
-108.51%
|
-75.42
-104.73%
|
1,593.68
|
0.00
|
— |
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
6,387.31
-398.12%
|
-2,142.55
-83.60%
|
-13,064.83
+284.90%
|
-3,394.30
+329.79%
|
-789.76
|
— |
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,830.84
+144.87%
|
747.69
-184.48%
|
-885.04
-39.80%
|
-1,470.09
-1,239.96%
|
128.96
|
— |
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,452.69
+298.99%
|
614.73
+2.50%
|
599.73
-2.51%
|
615.15
+44.87%
|
424.61
-51.73%
|
— |
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,792.47
-26.92%
|
2,452.69
+298.99%
|
614.73
+24.35%
|
494.37
-19.63%
|
0.00
|
— |