บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล 1969 จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
1.81
0.01 (0.55%)
สรุปสั้น
กำไรสุทธิที่ลดลง สาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้ดอกเบี้ย จํานวน 565.12 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามการลดลงของเงินให้สินเชื่อ
โดยในรอบนี้ เงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้และดอกเบี้ยค้างรับสุทธิ เท่ากับ 6,051.67 ล้านบาท ลดลงจากสิ้นปี 2563 ที่ 11,484.56 ล้านบาท
และ การลดลงของกําไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกําไรขาดทุนจํานวน 38.11 ล้านบาท
ซึ่งเป็นผลมาจากการลดลงของเงินลงทุนและการวัดมูลค่าตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 9 โดยมีมูลค่า
ลดลงจํานวน 38.42 ล้านบาท รวมถึงมีการลดลงของผลขาดทุนจากการขายเงินลงทุนจํานวน 0.31 ล้านบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4489 out_tok=2166 at=2026-07-26T04:07:09 -->
# SCAP กำไรสุทธิ Q3/2564 หดตัว 35% รับแรงกดดันจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง
## รายได้ดอกเบี้ยสุทธิหดตัวฉุดกำไร SCAP ไตรมาส 3 วูบ แต่ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยลดลงช่วยบรรเทา
บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล 1969 จำกัด (มหาชน) หรือ SCAP รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 102.55 ล้านบาท ลดลง 35.15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเป็นสำคัญ แม้ว่าจะมีมาตรการลดค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเข้ามาช่วย แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้ทั้งหมด
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ SCAP ในไตรมาส 3 ปี 2564 ปรับตัวลดลง 35.15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คือ **การลดลงของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (Net Interest Income - NII)** จำนวน 321.65 ล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันหลัก แม้ว่าจะมีปัจจัยบวกจากการลดลงของค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย และการลดลงของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Credit Loss - ECL) เข้ามาช่วย แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากการลดลงของรายได้ดอกเบี้ยได้ทั้งหมด
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การลดลงของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิมีสาเหตุหลักมาจาก **การลดลงของรายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อ** จำนวน 325.70 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลโดยตรงมาจากการ **ลดลงของยอดเงินให้สินเชื่อ** ของบริษัท นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยจากการลดลงของรายได้ดอกเบี้ยจากเงินลงทุนในตราสารหนี้เล็กน้อย อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถลดค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยลงได้อย่างมีนัยสำคัญถึง 33.70 ล้านบาท โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยจากเงินรับฝากที่ลดลงถึง 81.23% และค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยจากตราสารหนี้และเงินกู้ยืมที่ลดลง 100% เนื่องจากการจ่ายคืนเงินกู้ยืมทั้งหมดในปี 2563 นอกจากนี้ การตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ก็ลดลง 18.73 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลดีต่อกำไร
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร การลดลงของยอดเงินให้สินเชื่อซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการลดลงของรายได้ดอกเบี้ย **มีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นต่อเนื่อง** เนื่องจากฝ่ายจัดการระบุว่าเป็นการลดลงของเงินให้สินเชื่อโดยตรง อย่างไรก็ตาม การลดลงของค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยจากการลดลงของเงินรับฝากและการจ่ายคืนเงินกู้ยืม อาจเป็นปัจจัยที่ **มีลักษณะครั้งคราว** เนื่องจากเป็นการปรับโครงสร้างหนี้สินที่เกิดขึ้นไปแล้วในปีที่ผ่านมา ดังนั้น ทิศทางของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิในอนาคตจะขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการยอดสินเชื่อเป็นสำคัญ
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 35.15% YoY:** SCAP มีกำไรสุทธิ 102.55 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2564 เทียบกับ 158.30 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2563
* **รายได้ดอกเบี้ยสุทธิหดตัว 321.65 ล้านบาท:** เป็นปัจจัยหลักที่กดดันผลประกอบการ โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของเงินให้สินเชื่อ
* **ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยลดลง 33.70 ล้านบาท:** การลดลงของเงินรับฝากและเงินกู้ยืมช่วยบรรเทาผลกระทบต่อกำไร
* **การตั้งสำรอง ECL ลดลง 18.73 ล้านบาท:** เป็นผลดีต่อกำไรจากการบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์
* **รายได้ค่าธรรมเนียมและรายได้อื่นลดลง:** รายได้ค่าธรรมเนียมอื่นๆ ลดลง 7.53 ล้านบาท และรายได้จากการดำเนินงานอื่นๆ ลดลง 16.50 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากรายได้หนี้สูญได้รับคืน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล 1969 จำกัด (มหาชน) หรือ SCAP มีกำไรสุทธิ 102.55 ล้านบาท ลดลง 35.15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 158.30 ล้านบาท โดยมีกำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 0.08 บาท เทียบกับ 0.15 บาท ในปีก่อน
## โอกาส
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** การลดลงของค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยจากเงินรับฝากและเงินกู้ยืม แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน ซึ่งเป็นโอกาสในการรักษาอัตรากำไรในสภาวะที่รายได้ดอกเบี้ยอาจถูกกดดัน
* **การบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์:** การลดลงของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) บ่งชี้ถึงการบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้น ซึ่งช่วยลดภาระการตั้งสำรองและส่งผลดีต่อกำไร
## ความเสี่ยง
* **การลดลงของยอดสินเชื่อ:** การที่รายได้ดอกเบี้ยลดลงจากการลดลงของเงินให้สินเชื่อ เป็นความเสี่ยงสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตของรายได้ในระยะยาว
* **การแข่งขันในธุรกิจสินเชื่อ:** แม้จะไม่ได้ระบุโดยตรงในเอกสาร แต่การแข่งขันในธุรกิจสินเชื่อยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา ซึ่งอาจส่งผลต่อการขยายสินเชื่อและอัตราดอกเบี้ย
* **ความผันผวนของตลาดการเงิน:** การลดลงของกำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรขาดทุน อาจสะท้อนถึงความผันผวนของตลาดการเงิน ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ทิศทางการเติบโตของยอดสินเชื่อ:** การบริหารจัดการและกลยุทธ์ในการเพิ่มยอดสินเชื่อจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยในอนาคต
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** ความสามารถในการรักษาต้นทุนทางการเงินให้อยู่ในระดับต่ำอย่างต่อเนื่อง
* **การบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์:** การควบคุม NPL และการตั้งสำรอง ECL ให้เหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจ
* **การสร้างรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (Non-Interest Income):** การหาช่องทางเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการอื่นๆ เพื่อลดการพึ่งพารายได้ดอกเบี้ย
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
ในไตรมาส 3 ปี 2564 SCAP เผชิญกับแรงกดดันจากการลดลงของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเป็นหลัก ซึ่งมีสาเหตุมาจากการลดลงของเงินให้สินเชื่อ ส่งผลให้รายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อลดลง 325.70 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ดำเนินการลดค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยลงอย่างมีนัยสำคัญ 33.70 ล้านบาท โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยจากเงินรับฝากที่ลดลงถึง 81.23% และค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยจากตราสารหนี้และเงินกู้ยืมที่ลดลง 100% เนื่องจากการจ่ายคืนเงินกู้ยืมทั้งหมดในปี 2563 นอกจากนี้ การตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ยังลดลง 18.73 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลดีต่อกำไร
ในส่วนของรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (Non-Interest Income) มีการลดลงของรายได้ค่าธรรมเนียมอื่นๆ 7.53 ล้านบาท และรายได้จากการดำเนินงานอื่นๆ 16.50 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากรายได้หนี้สูญได้รับคืน นอกจากนี้ กำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรขาดทุนลดลง 20.55 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของกำไรจากการขายเงินลงทุน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด เช่น สินทรัพย์ หนี้สิน อัตราส่วน D/E หรือกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน และการจัดหาเงิน
## สรุปท้าย
SCAP ในไตรมาส 3 ปี 2564 เผชิญกับความท้าทายจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อันเป็นผลมาจากการหดตัวของยอดสินเชื่อ แม้ว่าการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและการตั้งสำรอง ECL ที่ลดลงจะช่วยบรรเทาผลกระทบได้บ้าง แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยแรงกดดันดังกล่าวได้ทั้งหมด นักลงทุนควรจับตาดูทิศทางการบริหารจัดการสินเชื่อของบริษัท รวมถึงความสามารถในการสร้างรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย เพื่อประเมินแนวโน้มการเติบโตในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SCAP ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
1,536.85
ล้านบาท
↓ 14.6% YoY
กำไรขั้นต้น
1,323.31
ล้านบาท
↓ 17.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
86.11
%
กำไรสุทธิ
219.24
ล้านบาท
↑ 17.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
14.27
%
D/E Ratio
1.55
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,537
↓ -14.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,323
↓ -17.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
219
↑ + 17.9%
YoY
D/E Ratio
1.55
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SCAP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.55
ROE (%)
8.17
ROA (%)
6.49
Book Value/หุ้น
1.73
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SCAP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-4,402
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-154
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SCAP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2562 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-4,402.11
-252.65%
|
2,883.82
-78.56%
|
13,451.84
+2,825.90%
|
459.75
-81.07%
|
2,428.68
|
— |
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-154.35
-2,504.21%
|
6.42
-108.51%
|
-75.42
-104.73%
|
1,593.68
|
0.00
|
— |
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
6,387.31
-398.12%
|
-2,142.55
-83.60%
|
-13,064.83
+284.90%
|
-3,394.30
+329.79%
|
-789.76
|
— |
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,830.84
+144.87%
|
747.69
-184.48%
|
-885.04
-39.80%
|
-1,470.09
-1,239.96%
|
128.96
|
— |
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,452.69
+298.99%
|
614.73
+2.50%
|
599.73
-2.51%
|
615.15
+44.87%
|
424.61
-51.73%
|
— |
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,792.47
-26.92%
|
2,452.69
+298.99%
|
614.73
+24.35%
|
494.37
-19.63%
|
0.00
|
— |